ข่าว

ปคม.หน่วยสกัด "Tier3"เส้นตายค้ามนุษย์

ปคม.หน่วยสกัด "Tier3"เส้นตายค้ามนุษย์

20 มี.ค. 2554

"...จับกุมชายเจ้าของร้านสามสลึง อ.เมืองเลย ข้อหาเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต, จับ 5 ขอทานชาวกัมพูชา ย่านตลาดคลองถม เขตป้อมปราบฯ, จับ 13 ชาวกัมพูชาหลบหนีเข้าเมือง ที่กระต๊อบไม่มีเลขที่ ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี,

จับ 2 หญิงชาวลาว บริเวณร้านเอ็มเพอร์เรอ คาราโอเกะ ต.กุดป่อง อ.เมือง จ.เลย และจับกุมสาวใหญ่ชาวไทย เป็นธุระจัดหาเพื่อการค้าประเวณี และรับบุคคลต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ที่ร้านเพียงรัก สัตหีบ จ.ชลบุรี ฯลฯ..."

 นี่เป็นเพียงบางส่วนยอดภูเขาแห่งปัญหาการค้ามนุษย์ในสังคมไทยที่โผล่มาให้เห็น!! แต่ยังมีปัญหาและผลกระทบอีกมากมายที่ยังถูกปิดซ่อนเร้นอำพรางอยู่ในขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติที่กำลังมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกขณะ ...พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้บังคับการ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (ปคม.) ฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลปัญหาเกี่ยวกับค้ามนุษย์โดยตรง ด้วยหลักคิดหนักแน่นตามค่านิยมองค์กรที่ว่า... "ขจัดการค้ามนุษย์ หยุด ขบวนการค้าแรงงาน มุ่งบูรณาการจัดระเบียบสังคม" นั้น...มีความพร้อมในการรับมือต่อปัญหาการค้ามนุษย์เพียงใด?

 - ปัญหาการค้ามนุษย์ในเมืองไทย
 การค้ามนุษย์ในประเทศไทยยังคงมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นธุรกิจที่ทำรายได้ดี ประกอบกับแรงงานไร้ฝีมือขาดแคลน จนรัฐบาลต้องกำหนดนโยบายผ่อนผันให้แรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ คือ พม่า ลาว กัมพูชา ขึ้นบัญชีทำงานอย่างต่อเนื่องต่อไปอีก แต่มีนายจ้างหันไปใช้บริการแรงงานนอกระบบมากขึ้นทำให้การค้ามนุษย์ขยายวงเพิ่มขึ้น และต้องยอมรับว่าบ้านเราเป็นประชาธิปไตยเปิดกว้าง มีระบบเศรษฐกิจที่ดี ทำให้เกิดการย้ายถิ่นฐานของแรงงานคนต่างด้าวเข้ามามาก

 - ขบวนการค้ามนุษย์เหล่านี้ทำงานกันอย่างไร
 หลังจากบังคับใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ปี 2551 มีการจำแนกการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์เป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ 1.กลุ่มแสวงหาประโยชน์ในธุรกิจทางเพศ เป็นการหลอกลวงและการสมัครใจของหญิงไทยและหญิงต่างด้าว ไม่ว่าจะเป็นหญิงชาวลาว พม่า กัมพูชา จีน รัสเซีย และอุซเบกิสถาน มาแฝงตัวค้าประเวณีอยู่ตามร้านอาหาร ร้านคาราโอเกะ ขณะเดียวกันหญิงไทยบางส่วนก็ไปค้าประเวณีในต่างประเทศ เช่น ประเทศบาห์เรน ญี่ปุ่น สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ อังกฤษ ออสเตรเลีย ตลอดจนประเทศเพื่อนบ้าน อย่าง มาเลเซีย และสิงคโปร์ ด้วย 

 2.กลุ่มบังคับใช้แรงงานหรือบริการ แยกเป็น กลุ่มใช้แรงงานในโรงงาน จะเป็นการทำงานในโรงงานขนาดเล็กๆ ถูกเอารัดเอาเปรียบ ทารุณกรรม โดยนายหน้าจะออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้แรงงานก่อน แล้วค่อยหักค่าใช้จ่ายคืนเป็นรายเดือน และ กลุ่มบังคับใช้แรงงานในเรือประมง โดยเหยื่อแรงงานต่างด้าวจะถูกหลอกมาเป็นทอดๆ จนเมื่อถึงปลายทางแล้วกลับพบว่าถูกหลอกมาทำงานในเรือประมง และจะถูกย้ายแรงงานจากเรือลำหนึ่งไปอีกลำหนึ่งกลางทะเล เพื่อป้องกันไม่ให้หลบหนีเข้าฝั่ง ส่วนแรงงานไทยจะถูกกลุ่มนายหน้าเถื่อนชักชวนมาจากสถานีขนส่งหมอชิต สถานีรถไฟหัวลำโพง สนามหลวง รวมถึงในพื้นที่ สมุทรสาคร สมุทรปราการ และสงขลา ก่อนมาทำงานหนักในเรือประมง

 และ 3.กลุ่มที่นำคนมาขอทาน โดยจะนำคนพิการ คนชรา รวมถึงเด็ก มาจากชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะด้าน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งจะมีคนคุมดูแล รับส่งตามจุดที่นั่งขอทาน เช่าห้องพักราคาถูกรวมกันอยู่ และมีโปรแกรมการเดินทางไปตามงานประจำปีของจังหวัดต่างๆ รวมถึงกระจายอยู่ตามหัวเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ขอนแก่น นครราชสีมา สงขลา และปริมณฑล เมื่อมีการปราบปรามจับกุมอย่างหนัก คนกลุ่มนี้จะเปลี่ยนรูปแบบจากการนำเด็กมานั่งขอทานเป็นขายดอกไม้หรือสินค้าในยามค่ำคืนแทน

 - สาเหตุสำคัญของการทะลักของแรงงานต่างด้าว
 รัฐบาลกำหนดนโยบายผ่อนผันให้แรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติที่ขึ้นบัญชีทำงานได้ แต่ช่วงที่ผ่านมามีการแจ้งขึ้นทะเบียนไว้ 1,310,690 คน แยกเป็นพม่า 1,076,110 คน ลาว 100,406 คน และกัมพูชา 124,174 คน  โดยคาดว่าจะมีแรงงานต่างด้าวที่ไม่ได้มาแจ้งขึ้นทะเบียนอีกจำนวนมาก โดยเหยื่อแรงงานนอกระบบนี้ทั้งสิ้น ซึ่งจะพบตามอุตสาหกรรมประมง โรงงานผลิตอาหารทะเล โรงงานผลิตเสื้อผ้าราคาถูก เป็นต้น

 - เส้นทางสำคัญในการเคลื่อนย้ายแรงงานผิดกฎหมาย
 กลุ่มแรงงานไร้ฝีมือ มักมีข้อจำกัดในด้านการศึกษา ภาษา และการปกป้องสิทธิของตนเองจึงตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ ส่วนใหญ่มีการลักลอบนำคนเข้ามาตามช่องทางจุดผ่านแดนหรือช่องทางธรรมชาติตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ชาวกัมพูชาจะเข้ามาทางด่านอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ชาวพม่าเข้ามาทางด่านแม่สาย แม่สอด และระนอง ชาวลาวเข้ามาทางด่านเชียงแสน เชียงของ โดยเข้ามาในกรุงเทพฯ และตามเมืองใหญ่ 

 - เมืองไทยก็มีส่งออกแรงงานผิดกฎหมายด้วย
 ประเทศไทยอยู่ในสถานะประเทศต้นทาง ปลายทาง และทางผ่าน และจากการส่งเหยื่อค้ามนุษย์กลับภูมิลำเนา จะพบว่าส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก มุกดาหาร ยโสธร สระแก้ว กาญจนบุรี ระนอง และสงขลา โดยเหยื่อเหล่านี้ถูกหลอกและสมัครใจไปค้าประเวณีที่ต่างประเทศ

 ยกตัวอย่าง กลุ่มที่ไปค้าประเวณีที่สิงค์โปร์ จะใช้เส้นทางอำเภอหาดใหญ่-สะเดา-จังโหลน-กัวลาลัมเปอร์-ยะโฮบารู-สิงคโปร์ โดยจะถูกนำมาพักตัวที่หาดใหญ่และสะเดา (บริเวณใกล้กับด่านตรวจคนเข้าเมือง) เพื่อส่งต่อรถทัวร์ไปสิงคโปร์ โดยนายหน้าจะเป็นผู้จัดหาบัตรโดยสารรถทัวร์ โดยรถทัวร์จะมีบริการให้หญิงไทยยืมเงิน สำหรับใช้เป็นหลักฐานแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสิงคโปร์ เรียกเก็บค่าบริการเพิ่มและให้แจ้งว่ามาในลักษณะท่องเที่ยว

 -นานาชาติมองการค้ามนุษย์ในเมืองไทยอย่างไร
 ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในระดับ Tier 2  (Watch list) ในปี 2553  และหากประเทศไทยถูกจัดลำดับเดิมติดต่อกัน 2 ปี และในปีที่ 3 ยังมีสถานการณ์อยู่ในระดับเดิมอีก จะถูกปรับลดลงเป็นกลุ่ม Tier 3  ซึ่งจะทำให้สหรัฐอเมริกาสามารถใช้เป็นมาตรการคว่ำบาตรความช่วยเหลือรวมถึงการค้าได้ ดังนั้นจึงต้องมีการบูรณาการทำงานร่วมกันหลายหน่วยงาน เพื่อไม่ให้ตกไปอยู่ใน Tier 3

 - มาตรการเข้มข้นเพื่อลดปัญหาการค้ามนุษย์
 นอกจากการสืบสวนปราบปรามจับกุมผู้กระทำความผิดอย่างจริงจังแล้ว ยังมีการจัดโครงการจัดอบรมและรณรงค์ให้ความรู้แก่ประชาชนที่ผู้ประกอบการที่มีความเสี่ยงในการตกเป็นเครื่องมือของขบวนการค้ามนุษย์ และแสวงหาความร่วมมือและสร้างเครือข่ายปฏิบัติการกันระหว่างหน่วยงานภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน กระทรวงยุติธรรม รวมทั้งองค์กรภาคเอกชน และมูลนิธิต่างๆ เป็นต้น

 นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือกันระหว่างประเทศ มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลทำเอ็มโอยูในการปฏิบัติงานด้านการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ร่วมกันทั้งในระดับทวิภาคี และพหุภาคี รวมทั้งการกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ให้มีการเรียกรับเงินซึ่งจะมีโทษสถานหนัก พร้อมทั้งปลูกจิตสำนึกที่ดี เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์อย่างมีประสิทธิภาพ

 -แนวคิดและแรงจูงใจต่อเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงาน
   ผมจะบอกเสมอว่านอกจากทำงานตามหน้าที่ตามกฎหมายแล้วยังเป็นการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันด้วย ไม่ว่าจะมาจากถูกหลอกหรือสมัครใจก็ตาม การช่วยเพื่อนมนุษย์ให้เขารอดพ้นจากขบวนการค้ามนุษย์เป็นกุศลอีกด้วยที่ได้ช่วยเหลืออีก ทั้งยังต้องมีอุดมการณ์ในการทำงานด้วย