
'มิ่งขวัญ'ชวนชาวบ้านเลือกพท.ลั่นพร้อมนั่งนายกฯ
มิ่งขวัญคึกชวนชาวบ้านเลือกเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ลั่นพร้อมเป็นนายกฯ คนต่อไป ชี้พูดเร็วไปศึกซักฟอกส่งผลเพื่อไทยเป็นรัฐบาล อนุดิษฐ์จวกฝ่ายบริหารกดดันฝ่ายตรวจสอบ
(19มี.ค.) นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังโหวตอภิปรายไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่า ผลการลงมติที่ออกมา ไม่ว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีจะกล่าวอย่างไรก็ตาม แต่ท่านได้สร้างสถิติทั้งเหรียญทอง เงิน และทองแดง นายกรัฐมนตรีต้องถามตัวเองว่า ตกลงแล้วท่านได้เหรียญอะไรกันแน่ สำหรับสัปดาห์แรกของเดือนพ.ค.ตามสัญญาประชาคมที่นายกรัฐมนตรีได้กล่าวกับคนไทยทั้งประเทศว่าจะมีการยุบสภานั้น หมายความว่ากำลังจะก้าวเข้าสู่การเลือกตั้ง ดังนั้นอยากจะเชิญชวน เรียกร้องเจ้าของประเทศทุกคนว่า ขอให้ออกมาสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญคือ ขอให้ออกมาลงคะแนนเพื่อตัดสินชีวิตของตัวท่านเอง และจะเป็นการลงมติแทนสภาแห่งนี้ด้วยว่า ประชาชนจะเลือกเราเป็นรัฐบาล หรือว่าพอใจกับความสุขที่นายอภิสิทธิ์มอบให้ แต่ตนขอเชิญชวนล่วงหน้าให้มาลงคะแนนเพื่อเลือกเราเป็นรัฐบาล เพื่อทำให้เศรษฐกิจ ปากท้อง และความเป็นอยู่ของท่านดีขึ้น
“ส่วนตัวแล้วผมยึดหลักเรื่องความสะอาด โปร่งใส การประนีประนอม และความสามัคคีของคนในชาติ ขอประกาศตั้งแต่วันนี้ว่า เพื่อปากท้องของประชาชน เพื่อรายได้ของประเทศชาติ และเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของคนไทย ผมจะนำเรื่องระบบเศรษฐกิจใหม่เข้ามาสู่ประชาชนไทย และถ้าเราได้เป็นรัฐบาล จะให้น้ำหนักในเรื่องเศรษฐกิจเป็นหลัก เอาเศรษฐกิจนำการเมือง เพื่อนำคนไทยเข้าสู่ความมั่งคั่ง มั่นคง และมีความสุข วันนี้ผมกำลังมองไปข้างหน้า ผมมองข้ามไปถึงวันยุบสภา วันที่มีการเลือกตั้งแล้ว เพราะในที่สุดวันนั้นประชาชนจะเป็นผู้ที่ตัดสิน วันนี้ผมอยู่พรรคเพื่อไทย เมื่อคืนผมประกาศตัวค่อนข้างชัดเจน เมื่อถึงเวลายุบสภา เมื่อมีพระราชกฤษฏีกาการเลือกตั้ง และทุกคนในพรรคสนับสนุนผมอย่างชัดเจน มีการประกาศตัวให้ผมเป็นแคนดิเดทนายกรัฐมนตรีอย่างชัดเจน ผมก็พร้อมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป”นายมิ่งขวัญกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า พอใจภาพรวมของการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลหรือไม่ นายมิ่งขวัญกล่าวว่า การอภิปรายครั้งนี้มีการจัดระบบที่ชัดเจน เป็นหมวดหมู่ มีการเรียบเรียงประเด็น เนื้อหาชัดเจน น้ำหนักอยู่ที่สาระ และพยายามไม่ให้มีการอภิปรายย้อนไปย้อนมา ทั้งนี้มีข้อสังเกตว่า การอภิปรายครั้งนี้มีการประท้วงน้อยที่สุด รับฟังกันด้วยเหตุผล ดังนั้นประชาชนจะเป็นผู้ที่ตัดสิน ส่วนมองว่าจะส่งผลให้ประชาชนเลือกฝ่ายค้านเป็นรัฐบาลในการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่นั้น นายมิ่งขวัญกล่าวว่า คำถามนี้เร็วไปอย่างน้อย 5 สัปดาห์ เมื่อวันยุบสภามาถึง มีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งเมื่อไหร่ ประชาชนจะใช้วิจารณญาณอย่างละเอียด และนโยบายก็จะถูกประกาศอย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรมอย่างแน่นอน
ด้านน.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การอภิปรายครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีอำนาจรัฐเข้ามากดดันการทำหน้าที่ โดยเฉพาะกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษจะฟ้องนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำนปช.ใน 3 กรณี คือ ใช้เอกสารทางราชการไม่ถูกต้อง ล่วงรู้ความลับในสำนวนแล้วนำมาเปิดเผย และใส่ร้ายผู้อื่นนั้น การใช้ฝ่ายบริหารมาทำแบบนี้เป็นการกดดันการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายตรวจสอบ เป็นเรื่องที่เลวร้ายที่สุด เป็นเผด็จการรัฐสภาใช่หรือไม่ ทั้งนี้ การที่ระบุว่านายจตุพรใช้เอกสารปลอมนั้น แต่กลับบอกว่านายจตุพรล่วงรู้ความลับในสำนวนด้วย ดังนั้นตกลงแล้วเอกสารดังกล่าวจริงหรือว่าเท็จ เพราะมันขัดกันเองในตัว



