
ผบ.ตร.ชงครม.ขยายพรบ.มั่นคงอีก 30 วัน
ผบ.ตร.เตรียมชงกอ.รมน.เสนอครม.พิจารณาขยายพ.ร.บ.มั่นคง อีก 30 วัน ต่อจาก 26 มี.คนี้ ชี้ ต้องมีเครื่องมือ คุมสารพัดม๊อบลั่นใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคเป็นธรรม ปัดตร.ถอดใจไม่สลายพธม.ชุมนุมอ้างไม่อยากใช้ความรุนแรง พยายามเจรจาว่าจะขยับได้แค่ไหน ชี้ งานกาชาด ยังมีอย
(19มี.ค.) พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีที่จะเสนอขยายเวลาการประกาศใช้พ.ร.บ. รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ 2551 ว่า ในวันจัทร์ที่ 21 มี.ค.นี้ ตนจะเสนอไปที่กองอำนวยการความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ก่อนที่จะเข้านำเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อปรับขยายเวลา โดยจะเสนอไปอีก 30 วัน ต่อจากวันที่ 26 มี.ค ด้วยเหตุที่เชื่อว่า สถานการณ์ยังมีเหตุที่น่าจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคง ก็คิดว่าจะยืดออกไปและใช้หน่วยราชการต่างๆ เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา เพราะยังมี การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) หรือ กลุ่มแนวร่วมประชาชนเพื่อประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มประชาชนที่เดือนร้อน ต่างออกมาเคลื่อนไหว จึงจำเป็นต้องมีเครื่องมือที่จะดูแลความสงบเรียบร้อย และที่ผ่านมาการประกาศเขตพื้นที่ตาม พ.ร.บ. ความมั่นคงฯ ทำให้เจ้าหน้าที่รักษาความสงบควบคุมมาตรการได้ในระดับหนึ่ง ก็เลยเป็นเหตุผลที่ขอต่อไปอีก
ผู้สื่อข่าวถามว่า สถานการณ์ตอนนี้ยังมีอะไรน่าห่วงหรือไม่ ผบ.ตร. กล่าวว่า ตนคิดว่าถ้าเรามี พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ คอยควบคุมสถานการณ์ คงไม่มีเหตุที่จะนำไปสู่ความรุนแรงที่มากกว่านี้ ส่วนที่กลุ่มพันธมิตรฯมองว่าทางตำรวจถอดใจที่จะไม่สลายการชุมนุมกลุ่มพธม.นั้น ที่จริงไม่ใช่การถอดใจ ตนคิดว่าถ้ามีการกระทำผิดกฎหมายที่เห็นชัด เช่น เมื่อเราจะไปรักษาพื้นที่ ไปรื้อสุขาแล้วมีการทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ เราก็ต้องดำเนินคดี
“ผมยืนยันว่าจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค เป็นธรรม และมีประสิทธิภาพเพื่อการควบคุมสถานการณ์ส่วนการสลายการชุมนุม ถ้ามีการกระทบกระทั่งมีการบาดเจ็บและเสียหาย ไม่เกิดผลดีต่อส่วนรวม แต่ว่าสถานการณ์ยังควบคุมได้ จึงไม่จำเป็นใช้กำลังเข้าสลาย” ผบ.ตร. กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงการจัดงานกาชาดยังดำเนินการได้หรือไม่ พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่า การจัดงานกาชาดอาจไม่สะดวกเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะการชุมนุมของกลุ่ม พธม. และกลุ่มเครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติ แต่เราพยายามที่จะเจรจาว่าจะขยับได้แค่ไหน ส่วนการดูแลความสงบเรียบร้อยก็ต้องใช้กำลังตำรวจมากขึ้น และถ้ามีการฝ่าฝืนก็ต้องดำเนินการต่อไป ส่วนที่ว่าไม่มีการสลายการชุมนุมเพราะฝ่ายการเมืองไม่ลงนามเป็นลายลักษณ์อักษรนั้น ไม่ใช่เพราะเป็นหน้าที่ของตำรวจดูแลในส่วนนี้ ส่วนการสลายการชุมนุมถ้าไม่คุ้ม ก็ยังไม่ควรจะทำ
ผู้สื่อข่าวถามว่า หมายถึงว่าประชาชนต้องลำบากต่อไป กับจำนวนผู้ชุมนุมที่ไม่มากแต่กลับปิดถนนหรือไม่ ผบ.ตร. กล่าวว่า ก็ยอมรับประชาชนมีความเดือดร้อนสมควร แต่ถ้าใช้กำลังเข้าไปสลายมีการบาดเจ็บเสียชีวิต ประชาชนโดยส่วนรวมคงจะไม่เห็นด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในฐานะ ผบ.ตร. ถ้ามีการยุบสภาแล้วมีการเลือกตั้ง กฎหมายพิเศษควรจะอยู่คู่กันหรือไม่ พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่า พ.ร.บ. ความมั่นคงฯ ไม่ได้ทำให้เสียหาย ไม่เป็นผลกระทบต่อส่วนรวม แต่ในการเลือกตั้งใหญ่ก็ต้องมาดูว่าจะทำอย่างไรต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามถึงสำนวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ( ดีเอสไอ) เกี่ยวกับ 91 ศพ ในเหตุการสลายการชุมนุม กลุ่มคนเสื้อแดง ที่ระบุว่าบางส่วนได้ถูกส่งกลับไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ( ตช.) การดำเนินงานต่อตามหลักต้องทำอย่างไร พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่า รายละเอียดได้ชี้แจงในสภาไปแล้ว ในส่วนฝ่ายตำรวจนั้น จริงๆแล้วการทำสำนวนในเรื่องนี้ เป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ที่สอบอยู่ ก็คือเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลจะว่าอย่างไร ซึ่งก็ตรวจสอบ ส่วนกระบวนการที่รับมานำไปดำเนินการนั้น ถ้าเห็นว่าเข้ามาตรา 150 วรรค 3 ก็จะมีการไต่สวน แต่ในชั้นนี้ยังไม่ปรากฏเข้าข่ายตามมาตรดังกล่าว ส่วนการชันสูตรตามปกตินั้นได้ทำสมบูรณ์แล้ว



