ข่าว

สหรัฐไม่เต็มใจรับบทผู้นำการถล่มลิเบีย

สหรัฐไม่เต็มใจรับบทผู้นำการถล่มลิเบีย

19 มี.ค. 2554

สหรัฐไม่เต็มใจรับบทบาทผู้นำในการถล่มลิเบียด้านประธานา ธิบดีบารัค โอบาม่า เยือนละตินอเมริกาหวังกอบกู้อิทธิพล

(19มี.ค.) ประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า ได้พยายามจะจำกัดบทบาทของสหรัฐ ในการบังคับใช้เขตห้ามบินเหนือน่านฟ้าลิเบีย ด้วยการจะสนับสนุนเฉพาะด้านอากาศยาน แต่ไม่สมัครใจที่จะสนับสนุนด้านอาวุธในการโจมตีเป้าหมายในลิเบีย โดยประธานาธิบดีโอบาม่า ได้แถลงทางโทรทัศน์ว่าสหรัฐจะช่วยสนับสนุนสมรรถนะเพียงอย่างเดียว เพื่อยุติความรุนแรงต่อพลเรือน เพื่อให้ชาติพันธมิตรชาติยุโรปและชาติอาหรับ สามารถบังคับใช้เขตห้ามบินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 เจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐ ที่ไม่เปิดเผยนาม ระบุว่า ประธานาธิบดีโอบาม่า ได้เลือกถ้อยคำอย่างระมัดระวัง และผ่านการไตร่ตรองมาแล้ว ซึ่งความหมายก็คือ สหรัฐไม่ได้เป็นผู้ใช้ปฏิบัติการทางทหารต่อลิเบีย แต่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของปฏิบัติการเท่านั้น และแม้โดยธรรมชาติแล้ว ความเป็นผุ้ที่มีขีดความสามารถสูงสุดในการทำสงคราม ทำให้สหรัฐถูกมองในฐานะประเทศที่มีบทบาทในการเป็นผู้นำ แต่ที่จริง สหรัฐเพียงมีส่วนร่วมและคาดหวังว่าบทบาทส่วนใหญ่จะตกไปอยู่กับ
บรรดาชาติหุ้นส่วน

 เมื่อถูกถามเกี่ยวกับคำว่า สหรัฐจะสนับสนุนสมรรถนะเพียงอย่างเดียว ในความหมายของประธานาธิบดีโอบาม่า เจ้าหน้าที่คนเดิม ตอบว่า ในเบื้องต้น สหรัฐจะไม่ส่งเครื่องบินรบหรือ เครื่องบินทิ้งระเบิดเข้าไปถล่มลิเบีย แต่จะส่งเครื่องบินสอดแนม เอแว็คส์ เพื่อรวบรวมข่าวกรอง รวมถึงเครื่องบินบรรทุกน้ำมันเพื่อใช้ในการเติมน้ำมันทางอากาศและใช้เครื่องบินติดเรดาร์ เพื่อประสานกับหอบังคับการบิน เพื่อนำทางให้เครื่องบินของรบของชาติอื่น ที่ใช้ปฏิบัติการทางอากาศ

 นอกจากนี้ ได้มีการหารือกันเรื่องการส่งสัญญาณรบกวนทางอากาศ ที่จะเป็นอุปสรรคต่อความสามารถในการสื่อสารของกองทัพอากาศลิเบีย แต่สหรัฐใช้ขีปนาวุธเข้าช่วยและแม้ประธานาธิบดีโอบาม่าจะไม่เต็มใจสนับสนุนด้านอาวุธ แต่เขาก็ทราบดีว่า สหรัฐคงจะได้รับเสียงเรียกร้องให้ช่วยด้วยเช่นกัน

 ประธานาธิบดีโอบาม่า ได้ออกเดินทางไปตระเวณเยือนประเทศในละติน อเมริกาแล้ว ที่หลายฝ่ายเชื่อว่า เป็นความพยายามกอบกู้อิทธิพลของสหรัฐในภูมิภาค และประเทศในกำหนดการเยือนของเขา ได้แก่ บราซิล ชิลี และเอล ซัลวาดอร์ ซึ่งการเยือนของผู้นำสหรัฐครั้งนี้ ถือว่าสำคัญอย่างยิ่ง หลังจากจีนได้ขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจไปยังภูมิภาคนี้และแซงหน้าสหรัฐ ไปเป็นหุ้นส่วนทางการค้าที่สำคัญของบราซิล