
มติไว้วางใจ"มาร์ค-9รมต."ผ่านฉลุย
สภาลงมติไว้วางใจ"อภิสิทธิ์-9รมต.ผ่านฉลุยผิดคาด"พรทิวา เสียงไว้วางใจนำโด่ง ศุภชัยอ่วมเสียงน้อยสุด ด้าน"ชวรัตน์" เผยภท.เตรียมวิเคราะห์คะแนนที่ได้ ชี้ รมต. แต่ละคนไม่ควรมีคะแนนต่างกันมากนัก ขณะที่พรทิวาเชื่อได้คะแนนสงสาร โดนซักฟอกวันแรกมีคนอภิปรายเยอะ
(19มี.ค.) เวลา 09.00 น.มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่เป็นประธาน โดยที่ประชุมได้มีการลงมติในญัตติการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯและรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ซึ่งจากการลงมติปรากฎว่า 1 .นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ได้คะแนนไม่ไว้วางใจ 184 ต่อ 249 งดออกเสียง 11 ไม่ลงคะแนน 23
2 .นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ได้คะแนนไม่ไว้วางใจเ 185 ต่อ 249 งดออกเสียง 13 ไม่ลงคะแนน 22 / 3.นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ได้คะแนนไม่ไว้วางใจ 185 ต่อ 245 งดออกเสียง 12 ไม่ลงคะแนน 22
4.นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ ได้คะแนนไม่ไว้วางใจ 186 ต่อ 251 งดออกเสียง 9 ไม่ลงคะแนน 23 / 5.นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ได้คะแนนไม่ไว้วางใจ 182 ต่อ 246 คะแนน งดออกเสียง 17 ไม่ลงคะแนน 21 6.นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.ไอซีที ได้คะแนนไม่ไว้วางใจ 185 ต่อ 247 คะแนน งดออกเสียง 16 ไม่ลงคะแนน 22
7.นายชวรัตน์ ชาญวีรกุล รมว.มหาดไทย ได้คะแนนไม่ไว้วางใจ 188ต่อ 250 งดออกเสียง 8 ไม่ลงคะแนน 23 8.นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ได้คะแนนไม่ไว้วางใจ 188 ต่อ 249 คะแนน งดออกเสียง 11 ไม่ลงคะแนน 22 / 9.นายศุภชัย โพธิสุ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ได้คะแนนไม่ไว้วางใจ 188 ต่อ 243 คะแนน งดออกเสียง 16 ไม่ลงคะแนน 21 และ 10. นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ได้คะแนนไม่ไว้วางใจ 188 ต่อ 247 คะแนน งดออกเสียง 13 ไม่ลงคะแนน 21
จากนั้นนายชัย กล่าวว่า ที่ประชุมสภาฯได้ลงมติไว้วางใจนายกฯและรัฐมนตรี ดังนั้นทุกคนจึงอยู่ในตำแหน่ง และขอให้ส.ส.กลับภูมิลำเนากลับไปหาเสียงกันได้แล้ว จากนั้นได้ปิดประชุมเวลา 09.30 น.
ด้านนายชวรัตน์ ชาญวีระกุล รมว.มหาดไทย กล่าวภายหลังการลงมติไม่ไว้วางใจว่า คะแนนที่ออกมาเป็นเรื่องของส.ส.ที่ลงคะแนน เราไปบังคับไม่ได้ แต่ส่วนตัวพอใจกับผลคะแนนที่ได้แล้วเพราะมาที่ 2 ต่อจากนางพรทิวา ส่วนนายศุภชัย โพธิสุ รมช.เกษตรฯ ที่ได้คะแนนน้อยที่สุดนั้น คงจะมีการวิเคราะห์ดู
“ความจริงแล้วคะแนนของรัฐมนตรีแต่ละคนก็ไม่ควรจะทิ้งห่างกันมากนักตั้ง 5 - 6 คะแนน ก็จะเอาคะแนนที่โหวตในวันนี้ไปวิเคราะห์ดูว่าเพราะเหตุใด” นายชวรัตน์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าเท่าที่ดูคะแนนที่ออกมาอย่างนี้ คิดว่าพรรคประชาธิปัตย์ ยังเป็นอยู่หรือไม่ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ใช่ ๆ ถูกต้อง
ผู้สื่อข่าวถามว่า คะแนนที่เพิ่มมาให้ภูมิใจไทยมาจากพรรคเพื่อแผ่นดินที่มีข่าวไปล็อบบี้มาก่อนหน้านี้หรือไม่ นายชวรัตน์ กล่าวว่า ไม่ทราบ ดูคะแนนแล้วก็ไล่เลี่ยกัน คิดว่าไม่มีอะไรแหกคอก แต่ก็คงมีการวิเคราะห์กันว่ามาจากไหน
นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ กล่าวภายหลังการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถึงคะแนนที่ได้มาสูงที่สุดในบรรดารัฐมนตรีทั้งหมด ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์กันว่านางพรทิวา จะได้คะแนนน้อยที่สุดว่า ยังไม่ทราบว่าในทางการเมืองสะท้อนอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะคะแนนที่ได้มามากกว่านายกรัฐมนตรี แต่ส่วนตัวคิดว่าตัวเองทำงาน และผลงานก็มีให้เห็น ส่วนข้อกล่าวหานั้นก็ยังยืนยันชัดเจนว่าไม่มีใครสั่งให้ทำผิดกฎหมายได้ และไม่เคยคิดเอื้อประโยชน์ให้ใคร ทุกอย่างมีขั้นตอนอย่างถูกต้อง ไม่มีใครที่จะมาสั่งให้ตนเองทำผิดกฎหมายได้ และสามารถตรวจสอบได้หมด แต่ตนเองอาจจะนำเสนอไม่เก่ง จึงทำให้คาดการณ์กันว่าจะได้คะแนนน้อย ยืนยัน แต่อย่างไรก็ต้องขอบคุณทุกคะแนนที่สมาชิกลงให้
ผู้สื่อข่าวถามว่า คะแนนที่เพิ่มมาคิดว่ามาจากไหน มาจากพรรคเพื่อแผ่นดินหรือไม่ รมว.พาณิชย์ กล่าว่า ไม่ทราบ เท่าที่รู้คือมีสมาชิกเพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่แน่ใจว่ามาจากตรงไหน ส่วนที่มีข่าวว่าทางพรรคภูมิใจไทยไปขอคะแนนเสียงจากพรรคเพื่อแผ่นดินนั้น ตนไม่ทราบ เพราะสำหรับตนไม่ได้ไปขอเสียงใครอยู่แล้ว อยู่ที่ส.ส.จะลงมติอย่างไร เมื่อถามย้ำว่ามั่นใจใช่หรือไม่ว่า คะแนนที่ได้มาไม่มีการต่อรองใด ๆ นางพรทิวา กล่าวว่าไม่มีแน่นอน
“อาจเป็นเพราะดิฉันเองเพิ่งเป็นส.ส.สมัยแรก แต่อาศัยว่าอยู่ในสภา ก็มีความอ่อนน้อมถ่อมตน เจอใครก็ทัก ก็ไหว้ และอาจจะเป็นเพราะถูกอภิปรายในวันแรกและมีผู้อภิปรายเอยะ จึงอาจมีคะแนนสงสารด้วย แต่ก็ต้องขอบคุณทุกคะแนนที่ไม่ทราบว่าเติมมาจากไหน ” รมว.พาณิชย์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีคะแนนเสียงมากขึ้นอย่างนี้ ทำให้การทำงานมีความมั่นใจมากขึ้น โดยเฉพาะเก้าอี้ในตำแหน่งรมว.พาณิชย์ หรือไม่ นางพรทิวา กล่าวว่า ปกติที่ทำงานก็มั่นใจว่าทำในสิ่งที่ไม่ได้มีความผิดอะไร นึกถึงประโยชน์ของรัฐให้สูงสุด ซึ่งคะแนนที่มากหรือน้อยก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่บ่งชี้ว่ามีความมั่นใจกับตัวเราแค่ไหน แต่ในเรื่องของตำแหน่งหรือเก้าอี้นั้นอยู่ที่นายกฯ คนเดียว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์กำลังรอลุ้นผลโหวต เป็นที่น่าสังเกตว่า นางพรทิวา ได้เพ่งมองผลคะแนนอย่างใจจดใจจ่อหลายรอบ เมื่อผลคะแนนออกมาปรากฎว่า นางพรทิวา ก็ยิ้มออกทันที จากนั้นก็ไปจับแสดงความยินดีกับนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ และนายวีระชัย วีระเมธีกุล รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่นั่งอยู่ซ้ายขวาอย่างอารมย์ดี จากนั้นนางพรทิวา ก็เดินไปจับมือกับนายศุภชัย โพธิ์สุ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่อยู่เยื้องถัดไป พร้อมกันนี้ถัดไปอีก 2 เก้าอี้ นางพรทิวา ได้ไปกระซิบข้างหูกับนายชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ก่อนเดินกลับมานั่งเก้าประจำตำแหน่ง พร้อมทั้งยกมือไหว้แบบดีใจสุดๆ
ด้านนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวภายหลังการลงมติในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า ขอขอบคุณส.ส.จากพรรคร่วมทุกคนที่ลงมติไว้วางใจให้ตนได้ทำงานต่อไป โดยต่อจากนี้ตนจะตั้งใจทำหน้าที่อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการลงมติครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ซึ่งส่วนตัวเห็นว่ารัฐมนตรีทุกคนสามารถชี้แจงได้อย่างชัดเจน
พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 กล่าวถึงภาพรวมการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ว่า ก็เป็นที่น่าเสียดายที่ทำให้ระบบสภาเสียหาย เพราะผลที่ออกมาไม่สะท้อนความเป็นจริง โดยเฉพาะบางคนที่คิดว่าจะได้คะแนนน้อย กลับได้คะแนนมาก มากกว่านายกฯเสียอีก ซึ่งปัจจัยในเรื่องนี้ก็คือระบบรัฐสภามันเสียหาย ซึ่งพวกเราสมาชิกสภาผู้แทนฯก็ต้องช่วยกันแก้ ในครั้งต่อไปไม่สมควรให้มีเหตุการณ์แบบนี้อีก ส่วนการอภิปรายในภาพรวมถือว่าประสบความสำเร็จ มีการประท้วงน้อยลง
คะแนนที่ออกมา คงต้องมาดูตัวเลขว่าสะท้อนความเป็นจริงว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ซึ่งฝ่ายค้านก็ยอมรับอยู่แล้ว เนื่องจากมีเสียงข้างน้อย อภิปรายอย่างไรก็ไม่มีวันชนะ ส่วนใหญ่ที่จะชนะกันในสภา มันต้องมีสิ่งแทรกซ้อนเข้ามา แต่อย่างไรก็ตามก็เป็นการสะท้อนปัญหาให้ประชาชนได้รับทราบ ซึ่งสำนักข่าวสปริงนิวส์ เพิ่งออกผลโพลล์ออกมาว่าประชาชนไม่ไว้วางใจ 70 กว่าเปอร์เซ็น และไว้วางใจ 20 % แต่ก็ตรงกันข้ามกับโพลล์ของสวนดุสิต ซึ่งตนคิดว่าถึงเวลาที่ต้องทบทวนสังคมไทยแล้วว่าอะไรคือความถูกต้อง และอะไรคือความไม่ถูกต้อง อะไรคือความดี อะไรคือความไม่ดี ซึ่งผมว่าสังคมไทยน่าเป็นห่วงมากในขณะนี้ทุกฝ่ายต้องช่วยกันแก้



