ข่าว

ปชป.โล่งสุเทพแจงเข้าตากองทัพ

ปชป.โล่งสุเทพแจงเข้าตากองทัพ

19 มี.ค. 2554

ศึกซักฟอกรัฐบาล 1 นายกรัฐมนตรี 9 รัฐมนตรี จบลงไปแล้ว ดูเหมือนว่า รัฐมนตรีที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด ล้วนสังกัดพรรคภูมิใจไทย

 ไม่ว่าจะเป็น ชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย พรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ โสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม และศุภชัย โพธิ์สุ รมช.เกษตรและสหกรณ์

 แต่น่าเชื่อว่า ผลการโหวตเสียงออกมาในเสาร์นี้จะไม่มีปัญหาอะไร

 เพราะในทางการเมืองนั้นทั้งคณะพร้อมที่จะลากกันไปอยู่แล้ว ส่วนเรื่องกฎหมายที่เหลือ โดยเฉพาะจาก ป.ป.ช. ก็ให้แต่ละคนไปดูแลตัวเอง

 นั่นหมายความว่า ภาพรวมของการอภิปรายนั้น ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลต่างก็รักษาฐานของตัวเองไว้ได้

 จะได้เปรียบก็ตรงที่ฝ่ายรัฐบาลที่ได้โอกาสลำดับเหตุการณ์ "เผาบ้านเผาเมือง" ได้อย่างละเอียด

 ที่เสียแต้มไปบ้างก็น่าจะเป็น จตุพร พรหมพันธุ์ ที่แม้จะพยายามจำกัดกรอบอยู่ที่ว่า ใครยิง 6 ศพ ที่วัดปทุมฯ แต่เมื่อมาเจอกับ ลีลาของ สุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ยกชาร์ต พร้อมรูปและคลิปวิดีโอมาชี้แจง เป็นขั้นเป็นตอน ก็เลยทำให้มีภาษีดีกว่า เพราะอธิบายภาพรวมได้มากกว่า

 แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า จะเป็นเครื่องชี้วัดว่า พรรคประชาธิปัตย์จะชนะเลือกตั้งหากว่า มีการเปิดให้ชาวบ้านไปลงคะแนนในวันสองวันนี้

 ผลโดยตรงที่เกิดขึ้นกับรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ เป็นเรื่องที่ตอบปัญหาคาใจของกองทัพ

 หลังจากก่อนหน้านี้ 4 ส.ส.ภาคใต้แถลงข่าวเสนอปลด ผบ.ทบ.มาแล้ว

 เรื่องที่คาใจกองทัพว่ารัฐบาลพยายามเล่นเกมการเมืองโดยลากกองทัพไปเป็นหนังหน้าไฟมานาน พอมาเจอดอกนี้เข้าก็ถึงกับเดือดปุด

 ในเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ยังมี ส.ส.ใต้พรรคประชาธิปัตย์ใช้จังหวะที่ถูกพาดพิงลุกขึ้นมาแจงต่อสภาว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะแถลงข่าว เสนอปลด ผบ.ทบ.

 เมื่อถึงคิว จตุพร อภิปรายเหตุยิง 6 ศพ ที่วัดประทุมฯ ก็เลยเข้าทาง

 รายละเอียดเหตุผลนับแต่ขั้นตอนการขอคืนพื้นที่ สี่แยกคอกวัว จนมาการปล้นปืนของเจ้าหน้าที่ ยาวไปถึงการกระชับพื้นที่ที่แยกราชประสงค์ โดยชี้ให้เห็นจุดที่กองกำลังไม่ทราบฝ่ายหลายพันคน ซุ่มอยู่ในตึกสูงคอยยิงสกัดกองกำลังเจ้าหน้าที่จนเกิดเหตุบานปลาย

 ไม่เว้นแม้แต่ข้อมูลของ วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย ที่เกริ่นนำรำสวย ว่าจะแฉอย่างนั้น ทหารเผาเซ็นทรัลเวิลด์ คนชุดดำมีแต่ทหารใส่ แต่สุดท้ายตอบไม่ได้ว่าใครเผา ก็เลยถูกสุเทพย้อนเกล็ดอย่างเจ็บแสบ ต้องมาแก้ตัวอีกทีในวันรุ่งขึ้น

 แต่จะว่าไปการหักล้างข้อมูลที่สุเทพทำไปนั้นเป็นเพียงผลพลอยได้

 ที่ส่งผลโดยตรงน่าจะเป็นท่าทีจากกองทัพเสียมากกว่า

 การนำเสนอข้อมูลของสุเทพ ทำให้กองทัพเชื่อว่า การปฏิบัติหน้าที่ของกองทัพนั้น เป็นไปภายใต้คำสั่งของรัฐบาล และได้ทำอย่างรอบคอบระมัดระวังเต็มที่แล้ว

 ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่กระบวนการยุติธรรมต้องทำการสอบสวนกันต่อไป

 สรุปคือ ฝ่ายความมั่นคง พอใจกับท่าทีของรัฐบาล

 แต่ถ้าหากสุเทพทำพลาด !

 พรรคประชาธิปัตย์ประเมินกันแต่แรกแล้วว่า หากข้อผิดพลาดเกิดขึ้น ก็เรื่องยาวแน่

 ไม่ใช่แค่ประชาธิปัตย์ที่ประเมินแบบนี้ หากแต่วงใน กกต.ก็ดูจะคิดแบบนั้น เห็นได้จากความพยายามที่จะออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับ ซึ่งก็จะส่งผลให้กำหนดยุบสภาที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีวางไว้คร่าวๆ ต้องขยับออกไป

 กกต.อาจคิดว่าเพื่อความถูกต้องที่สุด เพื่อป้องกันความผิดพลาดให้มากที่สุด แต่การทำเช่นนั้น ขุนพลพรรคประชาธิปัตย์มองว่า นี่คือการดึงเกม

 ถามว่าดึงเพื่อใคร ?

 ขุนพลลูกพระแม่ธรณีบีบมวยผม มองว่า ดึงเพื่อรอสถานการณ์ที่สุกงอม จนรัฐบาลไม่อาจจัดการได้ และเปิดทางให้อำนาจนอกรัฐธรรมนูญเดินเข้ามาอีกครั้ง

 นั่นคือการประเมินของคนฝั่งนี้ช่วงก่อนศึกซักฟอกจะเกิดขึ้น

 แต่เมื่อการชี้แจงของสุเทพออกมาเช่นนี้ เหตุผลที่จะเดินไปในแนวทางเช่นนั้น ก็ได้รับการคลี่คลาย

 พรรคเพื่อไทยไม่สามารถใช้เหตุการณ์เผาบ้านเผาเมืองมาเขย่ารัฐบาลได้สำเร็จ ทั้งที่เรื่องนี้ควรจะเป็นหัวใจของศึกซักฟอกหนนี้

 แต่กลับเปิดทางให้ฝ่ายตรงกันข้ามเปิดโปงแผนการเป็นขั้นเป็นตอน ที่สุดท้ายซัดไปที่ต้นเหตุคือ การสั่งจำคุก และยึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย

 ถึงแม้ว่าประเด็นอื่นรัฐมนตรีบางคนของพรรคประชาธิปัตย์จะตอบเฉี่ยวไปเฉี่ยวมา ไม่ตรงประเด็น แต่เมื่อเน้นที่ภาพรวมโดยเฉพาะเรื่องเผาเมืองก็ทำให้สิ่งเหล่านั้นถูกมองข้าม

 ศึกซักฟอกครั้งนี้จึงไม่น่าจะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมใดๆ แต่กลับจะยิ่งไปทำให้รัฐบาลกับฝ่ายความมั่นคงกระชับความสัมพันธ์แนบแน่นมากยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่าศึกจะยืดเยื้อลงถนนปนกับคนเสื้อแดง