ข่าว

ส่งออกก.พ.ทุบสถิติพุ่ง31%เพิ่มขึ้นทุกตลาด-สึนามิญี่ปุ่นกระทบสั้น

ส่งออกก.พ.ทุบสถิติพุ่ง31%เพิ่มขึ้นทุกตลาด-สึนามิญี่ปุ่นกระทบสั้น

19 มี.ค. 2554

ส่งออกเดือนกุมภาพันธ์ยอดกระฉูดขยายตัว 31% เพิ่มขึ้นทุกตลาด พาณิชย์ยังคงเป้า 10% เท่าเดิม มองสึนามิญี่ปุ่นกระทบแค่ระยะสั้น หลังฟื้นคำสั่งซื้อทะลักเข้าไทยแน่ ขอคลังยืดเวลาแพ็กกิ้งเครดิตช่วยผู้ส่งออกไปญี่ปุ่น

นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยตัวเลขการส่งออกในเดือนกุมภาพันธ์ 2554 ว่า การส่งออกมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ มีมูลค่า 18,867.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 31% และเมื่อคิดในรูปเงินบาทมีมูลค่า 570,012.1 ล้านบาท ขยายตัว 21.7% ส่วนการนำเข้า มีมูลค่า 17,100.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 22.5% ส่งผลให้ไทยเกินดุลการค้ามูลค่า 1,767.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ยังคงเป้าการส่งออกของปี 2554 ขยายตัวเพิ่มขึ้น 10% หรือมีมูลค่า 215,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 สำหรับการส่งออกที่เพิ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ เป็นการเพิ่มขึ้นของการส่งออกสินค้าเกษตรและสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร เพิ่มขึ้น 32.8% สินค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 29.9% ขณะที่ตลาดส่งออกสำคัญยังขยายตัวทุกตลาด โดยตลาดหลักเพิ่มขึ้น 27.0% เป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในอัตราสูงสุดทุกตลาด โดยเฉพาะญี่ปุ่นส่งออกเพิ่มขึ้นถึง 36.8% ขณะที่ตลาดศักยภาพสูงเพิ่มขึ้น 30.5% เป็นการเพิ่มขึ้นทุกตลาดเช่นกัน ซึ่งตลาดฮ่องกง ขยายตัวสูงถึง 101.7% ไต้หวันขยายตัว 52.3% และจีน ขยายตัว 28.2%

 ส่วนกรณีการเกิดเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิในประเทศญี่ปุ่นนั้น นางพรทิวามองว่า จะกระทบเพียงระยะสั้น ซึ่งในเบื้องต้น กระทรวงพาณิชย์ ได้ปรับแผนการส่งออกไปในกลุ่มประเทศอื่น เช่น อาเซียน และจีน นอกจากนี้ ได้สั่งการไปยังสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ เพิ่มแผนโรดโชว์ เพิ่มการส่งออก ในเมืองอื่นของประเทศญี่ปุ่น ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมทั้งประสานไปยังกระทรวงการคลัง เพื่อขอขยายเวลาการทำแพ็กกิ้งเครดิต จาก 4 เดือน เป็น 6 เดือนให้แก่ผู้ส่งออกที่ได้รับความเดือดร้อน

 "หากเหตุการณ์ในญี่ปุ่น กลับมาเป็นปกติ เชื่อว่าไทยน่าจะส่งออกสินค้าไปญี่ปุ่นได้เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา หรือมีอัตราขยายตัวไม่ต่ำกว่า 20%" นางพรทิวากล่าวและว่า ส่วนปัญหาทางการเมืองในตะวันออกกลาง ก็เชื่อมั่นว่าไม่น่าจะส่งผลกระทบในการส่งออกสินค้าไทยไปตลาดตะวันออกกลางมากนัก โดยหากคิดเป็นผลกระทบประมาณ 1% ของมูลค่าการส่งออกโดยรวม ซึ่งกระทรวงพาณิชย์มีแผนสำรองในการเจาะตลาดเพิ่มมูลค่าอยู่แล้ว ส่วนปัจจัยที่ต้องจับตาที่อาจจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกในปีนี้คือปัญหาความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลกและปัจจัยทางการเมืองทั้งในและต่างประเทศเป็นสำคัญ