
ไทยมอบสิ่งของพระราชทานกับกต.ญี่ปุ่่น
เมื่อเวลา 14.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ของวันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการ รมว.ต่างประเทศ พร้อมด้วย นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว และคณะ เป็นผู้แทนจากประเทศไทย
ได้มอบสิ่งของพระราชทานรวมทั้งผ้าห่มจำนวน 20,000 ผืน ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร และพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา พร้อมทั้งถุงยังชีพพระราชทาน 3,000 ถุง ในพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรชายาทินัดดามาตุ และพระเจ้าเธอหลาน พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา มูลนิธิเพื่อนพึ่ง(ภา) ยามยาก สภากาชาดไทย ให้แก่กระทรวงการต่างประเทศ ญี่ปุ่น กรุงโตเกียว โดยมีเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่น เป็นผู้รับมอบ เพื่อนำไปแจกจ่ายแก่ประชาชนชาวญี่ปุ่นที่ประสบเหตุภัยพิบัติแผ่นดินไหวและสึนามิ ซึ่งผู้แทนรัฐบาลญี่ปุ่นได้แสดงความซาบชึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ต่อ พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ รวมทั้งขอบคุณรัฐบาลไทยและประชาชนชาวไทย พร้อมกับยืนยันว่ายังไม่ได้รับรายงานว่ามีคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต และรับปากว่าจะประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูตไทย เพื่อช่วยเหลือคนไทยที่อยู่ในญี่ปุ่น
ขณะที่ นายชวนนท์ กล่าวยืนยันกับทางการญี่ปุ่นว่า ประเทศไทยจะให้ความช่วยเหลือทางการญี่ปุ่นทุกทาง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งรัฐบาลและประชาชนชาวไทยก็มีความห่วงใยในเรื่องนี่เป็นอย่างมาก
ด้านนายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล เอกอัคราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว เปิดเผยว่า คนไทยในพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในรัศมี 75 กิโลเมตร ซึ่งทางการญี่ปุ่นประกาศเตือนให้อยู่ห่างจากโรงไฟฟ้านิเคลียร์ ในรัศมี 30 กิโลเมตร ยังถือว่าไม่เป็นอันตราย ซึ่งทางสถานทูตไทยมีความพร้อมในการอพยพคนไทยออกมาจากพื้นที่ดังกล่าว และขณะนี้มีคนไทยอยู่ในพื้นที่ประมาณ 200 คน แต่มีบางส่วนที่ยังไม่แสดงความประสงค์จะเดินทางกลับ อย่างไรก็ตาม หากคนไทยที่ฟูกูชิมาประสงค์ออกจากพื้นที่ ก็สามารถแจ้งมายังสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว ได้ทันที
จากนั้นเมื่อเวลา 16.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ของวันที่ 17 มี.ค. นายชวนนท์ พร้อมคณะเดินทางโดยรถบัสขนาดใหญ่ ประมาณ 60 ที่นั่ง ไปยัง จ.ฟูกูชิมา เพื่อรับคนไทยที่ยังคงตกค้างที่ จ.ฟูกูจิมา 21 คน โดยจะไปรับ 2 จุด จุดแรกที่สถานีรถไฟเมืองโคริยามา 13 คน และจุดที่ 2 ที่เมืองชิรากาวา อีก 8 คน ซึ่งการเดินทางครั้งนี้ได้ใช้ทางด่วนสายตะวันออกเฉียงเหนือ ใช้เวลาประมาณ 4-5 ชม. โดยนำรสบัสจำนวน 50-60 ที่นั่ง โดยมีหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์ จากกระทรวงสาธารณสุข 3 คนร่วมเดินทางไปด้วย
จนกระทั่งเวลา 21.00 น. คณะก็ได้เดินทางมาถึงจุดนัดพบจุดแรก ซึ่งมีกลุ่มคนไทยที่ประสงค์จะเดินทางกลับไปพร้อมรถบัส แต่ก็ยังมีคนไทยอีกบางส่วนที่ยังไม่ออกจากพื้นที่ มารอส่งเพื่อนคนไทย โดยนายชวนนท์ ได้พูดคุยสอบถามถึงชีวิตความเป็นอยู่ พร้อมกับกล่าวให้กำลังใจ ก่อนจะมอบอาหาร เครื่องอุปโภค - บริโภคให้ไว้จำนวนหนึ่งด้วย จากนั้นจึงไปรับคนไทยอีก 8 คน ที่เมืองชิรากาวา ก่อนจะตีรถกลับนำคณะคนไทยทั้ง 21 คน มาส่งที่วัดปากน้ำญี่ปุ่นได้ในเวลา 02.30 น.
นายชวนนท์ กล่าวว่า จากนี้สถานทูตจะเร่งประสานเรื่องเอกสารเดินทาง และประสานเรื่องตั๋วเครื่องบินกลับประเทศไทยโดยเร็วตามความประสงค์ นอกจากนี้ในวันที่ 18 มี.ค.ก็จะตรวจสอบเพิ่มเติมว่ายังมีคนไทยที่ประสงค์จะเดินทางกลับตกค้างอยู่ที่จุดใดบ้าง อย่างไรก็ตามตนขอย้ำว่า ในพื้นที่ที่มีคนไทยอยู่ ยังคงเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยจากการแพร่กระจายของกัมมันตรังภาพรังสี ซึ่งได้ตรวจสอบแล้วพบว่ามีน้อยมาก ไม่เป็นอันตราย จึงขออย่าตื่นตระหนกจนเกินไป
ด้านนางเสาวณีย์ ซาโตะ หนึ่งในคนไทยยังไม่ออกจากพื้นที่ กล่าวว่า ตนคุยกับสามีชาวญี่ปุ่น ซึ่งเขามั่นใจว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะสามารถควบคุมสถานการณ์ต่างๆ ได้ ไม่ต้องกลัว เนื่องจากมีมาตรการป้องกันอยู่ทุกระดับขั้นอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามปัญหาที่ข้าวของเริ่มขาดจากชั้นวางในร้านค้านั้น ตนยังยืนยันว่า อาหารที่เรารับประทานอยู่ทุกวัน ยังไม่ขาด เพียงแต่เมื่อมีกระแสข่าว ทำให้คนเริ่มกลัวจึงมีการกักตุนอาหาร ซึ่งถือว่าไม่ถูกต้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า สำหรับช่วงบ่ายวันที่ 18 มี.ค.นี้ นายชวนนท์ จะเดินทางไปมอบอาหารและเครื่องอุปโภคบริโภคให้กับหน่วยงานราชการท้องถิ่น และชุมชนไทยในเมืองอิบารากิ
มูลนิธิพระธรรมแสงชวนชาวไทใหญ่ช่วยญี่ปุ่น
นายอัครวัฒน์ ชุติพัฒน์วรางกูร กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิพระธรรมแสงเปิดเผยว่า สืบเนื่องจากมูลนิธิต่างๆจากประเทศญี่ปุ่นเคยบริจาคช่วยเหลือเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มมายังมูลนิธีพรธธรรมแสงติดต่อกันมาเป็นเวลาสองปี และในวันนี้ประเทศญี่ปุ่นประสบกับภัยพิบัติแผ่นดินไหวและสึนามิที่รุนแรงที่สุดที่ในรอบ กว่า 140 ปี ส่งผลให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินเป็นอย่างมาก ในฐานะเพื่อนมนุษย์และในฐานะที่มูลนิธิประเทศญี่ปุ่นเคยช่วยเหลือเรามามูลนิธิพระธรรมแสง จึงขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทย - ชาวไทใหญ่ทุกท่านร่วมให้ความช่วยเหลือชาวญี่ปุ่นที่ประสบภัยพิบัติในครั้งนี้ โดยทางมูลนิธิพระธรรมแสง จะไปร่วมบริจาคสมทบที่ครอบครัวข่าว3 หรือ ช่อง 7 สี ตามความสะดวก



