ข่าว

"เหลิม-มาร์ค"โต้เดือดกรณีบุหรี่นอก

"เหลิม-มาร์ค"โต้เดือดกรณีบุหรี่นอก

19 มี.ค. 2554

"เหลิม" จวก "มาร์ค" เอื้อพวกพ้องทำผิด หวังใช้เป็นฐานเลือกตั้ง ซัดอุ้ม บ.บุหรี่นอก สำแดงภาษีเท็จ "มาร์ค"เย้ยข้อหา"เหลิม"ไร้สาระ พท.แตกคอเบรก“เฉลิม”โต้อภิสิทธิ์

การอภิปรายเริ่มมีความเข้มข้นขึ้นในช่วงบ่าย โดยเวลา 16.00 น. วันที่ 18 มี.ค. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ขึ้นอภิปรายโดยโจมตีนายกรัฐมนตรีว่า ยอมทุกอย่างเพื่อปกป้องพวกพ้อง รวมทั้งกับพรรคร่วมรัฐบาลให้มีเงินเพื่อสนับสนุนตัวเองหลังการเลือกตั้ง

 ร.ต.อ.เฉลิมอภิปรายในประเด็นภาษีนำเข้าบุหรี่ของบริษัทฟิลลิป มอร์ริส (ประเทศไทย) ลิมิเต็ด ว่า การกระทำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถือว่าเป็นการฆาตกรรมเศรษฐกิจของประเทศ ทำลายโครงสร้างการเก็บภาษี และทำลายชาวไร่ยาสูบอย่างโหดเหี้ยม รวมถึงได้ทำผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 3, 18(1), 255, 266(1), 268 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งก่อนหน้านี้มีบางบริษัทขู่ตน ขอฝากบอกไปยังบริษัทฟิลลิปฯ ว่า ขู่ผิดคน เพราะอดีตตนเป็นตำรวจกองปราบฯมาก่อน หากอภิปรายไม่จริง ก็ขอให้ฟ้อง

 ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวอีกว่า นายกฯและพรรคร่วมทำผิดกฎหมายชัดเจน เป็นโจรใส่สูทและสมคบกันกับนายเกียรติ สิทธีอมร ประธานผู้แทนการค้าไทย ที่ทำตัวเป็นประธานผู้แทนการค้าประเทศอเมริกา และบริษัทฟิลลิปฯ ที่เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศอเมริกา ในรัฐเดลาแวร์ ให้ไม่ต้องเสียภาษีเมื่อมีรายได้ นอกจากนั้นบริษัทฟิลลิปฯ ยังเช่าตึกของแม่ยาย ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2534 โดยแจ้งกระทรวงพาณิชย์ว่าเป็นบริษัทนำเข้าสินค้าจากสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ บริษัทฟิลลิป มอร์ริส ได้เตรียมการโดยการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัดในไทยอีกบริษัทหนึ่ง แต่ไม่มีการทำธุรกิจ เป็นการตั้งบริษัทลอยๆขึ้นมา แล้วไปซื้อบุหรี่จากประเทศฟิลิปปินส์มาขาย เพื่อสำแดงภาษีเท็จ ขณะเดียวกันพบว่าบริษัทฟิลลิป มอร์ริส ใช้ทนายความของพรรคประชาธิปัตย์วิ่งเต้นแทรกแซงกระบวนการศาลสำแดงเท็จบุหรี่

 ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า นายกฯสมคบกับพวกกระทำความผิดกฎหมาย โดยการลงทุนของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นั้น ที่มีการซื้อหุ้นส่วนของ นายฮุเซง กามา ซาเล็ม ทั้งหมด 20% ที่มีอยู่ในบริษัท NGG โดยมีมูลค่ากว่า 1.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นบริษัทขนส่งแก๊สทางทะเล 87 กิโลเมตร จากอียิปต์ถึงอิสราเอล ซึ่งดำเนินการระหว่างที่นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในปี 2550 และปัจจุบัน นายฮุเซง กามา ซาเล็ม ถูกศาลทั่วโลกอายัดทรัพย์สินแล้ว ทั้งนี้ ที่นายกรัฐมนตรีไม่ดำเนินการกับ ปตท. เพราะนายปิยสวัสดิ์เป็นสามีของสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2553 ปตท.แจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่า ไปลงทุนกับบริษัทน้ำมันในนอร์เวย์ แต่จดทะเบียนในแคนาดา ซึ่งมีการขายหุ้นให้ ปตท. 40% จากทั้งหมด 100% โดยตนตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดขายหุ้นเพียง 40% ให้ ปตท. และปตท.ได้ค่าหัวคิว 2-2.5%

"มาร์ค"เย้ยข้อหา"เหลิม"ไร้สาระ

 เวลา 18.55 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ชี้แจงข้อกล่าวหาของ ร.ต.อ.เฉลิม กรณีกล่าวหาว่ารัฐบาลปล่อยปละละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ต้องมีส่วนในการพิจารณาแผนงานของ ปตท.ที่ลงทุนทำท่อก๊าซจากอียิปต์ไปอิสราเอลว่า อยากชี้แจงว่า เรื่องเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ดำเนินการก่อนที่รัฐบาลชุดนี้จะเข้ามาบริหารประเทศด้วยซ้ำ การพยายามจะอภิปรายเชื่อมโยงไปถึงรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ว่า รมว.พลังงาน ขณะนั้น คือนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ เป็นสามีของ ส.ส.ประชาธิปัตย์ ถือเป็นเรื่องที่ไร้สาระ ถ้าตนย้อนถามว่า ปตท.ไปลงทุนตั้งแต่ปี 2550 ช่วงที่ท่านเป็นรัฐบาลในปี 2551 ท่านเกรงใจใครถึงไม่จัดการ

 นายกฯกล่าวว่า ที่กล่าวหาว่าลงทุนโครงการนี้แล้วขาดทุนก็ไม่ใช่ เพราะเป็นโครงการที่มีกำไร และที่บอกว่าซื้อในราคาไม่สมเหตุสมผลนั้น เรื่องนี้ไม่ได้เกิดในสมัยรัฐบาลปัจจุบัน ราคาที่ ร.ต.อ.เฉลิมบอกว่า ควรไปซื้อเป็นราคาที่เขาจดทะเบียนบริษัทไว้นั้น ก็กลัวว่าวันหนึ่งหากท่านได้เป็น รมว.พลังงานแล้วจะเผลอขาย ปตท.ในราคาจดทะเบียน เพราะมูลค่าปตท.สูงกว่าทุนจดทะเบียนที่จดไว้หลายสิบเท่า 

 ส่วนข้อกล่าวหาคดีสำแดงภาษีของบริษัทฟิลลิป มอร์ริส ที่กล่าวหารัฐบาลแทรกแซงคดีนี้จนสั่งไม่ฟ้อง และข้อพิพาทกรณีฟิลิปินส์ฟ้องไทยต่อดับเบิลยูทีโอนั้น สองคดีหลังนี้ คดียังไม่ถึงที่สุด กรณีหลังเรายื่นอุทธรณ์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2554 ต่อดับเบิลยูทีโอ ไม่มีตรงไหนที่บอกรัฐบาลไทยยกธงยอมแพ้ ส่วนคดีที่ดีเอสไอทำเสร็จ ส่งอัยการแล้วอัยการสั่งไม่ฟ้อง ส่งกลับมาที่ดีเอสไอนั้น ดีเอสไอกำลังไปดูว่ามีประเด็นโต้แย้งอะไรได้หรือไม่ ส่วนการทำงานของนายเกียรติ สิทธีอมร ผู้แทนการค้า ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ขณะที่การทำงานของอัยการก็เป็นอิสระ รัฐบาลไม่เคยเข้าไปแทรกแซง

 นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ถ้าไปดูกฎหมายศุลกากร จะพบว่า การจะฟ้องว่าทำผิดกฎหมายภาษี ต้องระบุได้ว่า ราคาที่ต้องสำแดงนั้นเป็นราคาเท่าไหร่ ถามว่าใครเป็นคนกำหนดราคา คำตอบคือกรมศุลกากรและกรมสรรพสามิต ต่อมากรมศุลกากร และกรมสรรพสามิต สามารถตกลงราคากับบริษัทบุหรี่ได้ ถ้าไม่ถูกต้องดีเอสไอคงเชิญ 2 กรมไปหารือแล้ว ขอยืนยันว่า ไม่เคยไปมอบหมายผู้แทนการค้าให้ไปแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม และไม่เคยมีผลประโยชน์อะไรในเรื่องนี้

เฉลิมปัดเคืองปตท.-ฉุน"มาร์ค"ดูถูก

 หลังนายกฯชี้แจงจบ ร.ต.อ.เฉลิมตอบโต้ว่า ที่นายกฯเอามาตอบนั้น เด็กเขียนให้ตอบ  ที่บอกไม่เคยแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม แต่หนังสือ 4 ฉบับออกจากสำนักนายกฯ อ้างบัญชานายกฯ 3 ฉบับ ให้หน่วยงานมาประชุม นอกจากนี้นายเกียรติ สิทธีอมร เรียกประชุมที่กระทรวงการคลัง เรียกดีเอสไอไปประชุม ถามว่าเอาอำนาจอะไร ถ้าไม่อ้างบัญชานายกฯใครจะไปไหม

 "นิสัยคุณไม่มีกติกานักเลง ก่อนจะตอบเรื่อง ปตท.คุณบอกผมตั้งกระทู้ โกรธเคืองอะไรปตท. ผมบอกต่อหน้าพระแก้วมรกตได้ว่า ไม่มี คุณเป็นนายกฯไม่มีความรับผิดชอบ  ตระกูลอยู่บำรุงต่ำต้อยตรงไหน คุณถึงดูถูกผม ผมทำหน้าที่ของผม ไม่ตอบก็แล้วไป" ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

 ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า อัยการสูงสุดก็ออกมายอมรับแล้วว่า มาทำเนียบฯก่อนสั่งไม่ฟ้อง มาทำไม นี่แหละเป็นสิ่งไม่ควรกระทำ ถ้าตนเป็นนายกฯ ตนจะไม่ทำ

 ขณะที่นายอภิสิทธิ์ชี้แจงว่า ไม่เคยไปดูถูกดูแคลน ร.ต.อ.เฉลิม มีแต่ ร.ต.อ เฉลิมต่างหากที่อภิปรายดูถูกพวกตน และที่บอกตนกล่าวหาโกรธอะไรปตท.นั้น ร.ต.อ.เฉลิมดุดัน จนเห็นรมว.พลังงานตัวสั่น ถ้าไม่โกรธก็ไม่เป็นไร ส่วนกรณีที่บอกมีอัยการไปร่วมสอบกับดีเอสไอ ผลออกมาเป็นความเห็นของกรม ไม่เกี่ยวกับอัยการ แต่อัยการไปรับทราบข้อมูลเพื่อประโยชน์ในการวินิจฉัยคดีเท่านั้น

 ด้าน นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ชี้แจงว่า รัฐบาลไม่จำเป็นต้องแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมและกระบวนการจัดเก็บภาษี และกรมภาษีที่เกี่ยวข้อง คือ กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร ก็ปกป้องผลประโยชน์ประเทศเต็มที่

พท.แตกคอเบรก“เฉลิม”โต้อภิสิทธิ์

 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อเวลาประมาณ 20.30 น . ว่าระหว่างที่ร.ต.อ.เฉลิม กำลังตอบโต้กับนายกรัฐมนตรีอยู่นั้น มีส . ส . พรรคเพื่อไทยบางราย ได้พยายามส่งสัญญาณให้นายเฉลิมหยุดการอภิปรายเนื่องจากได้ใช้เวลาไปมากกว่า 3 ชั่วโมง ซึ่งกินเวลาของนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ผู้นำการอภิปรายฝ่ายค้านที่ต้องอภิปรายสรุป โดยนายไพจิตร ศรีวรขาน ส.ส. นครพนม พรรคเพื่อไทยได้เข้ามาพูดคุยบางอย่างกับนายเฉลิม จนเมื่อนายเฉลิม กำลังจะลุกอภิปรายโต้ตอบนายกฯเป็นครั้งที่ 3 มีเสียง ส.ส. พรรคเพื่อไทยรายหนึ่งพูดขึ้นว่า “ พอแล้ว ” แต่นายเฉลิมก็ยังพูดต่อไป กระทั่งนายเฉลิมพูดจบจึงได้เข้าไปแวะคุยกับส . ส . เพื่อไทยที่อยู่ด้านหลัง ก่อนจะเดินออกจากห้องประชุมไปโดยไม่ฟังนายกฯชี้แจงใดๆ

"มิ่งขวัญ"สรุปอภิปรายแทรกหาเสียง

 ต่อมาเวลา 21.40 น.นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวปิดญัตติอภิปรายว่า รัฐบาลนี้สร้างหนี้สาธารณะสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ ส่วนเรื่องน้ำมันปาล์มก็พูดความจริงแค่ครึ่งเดียว กระทรวงพาณิชย์ออกมากำหนดราคาจำหน่ายสูงสุดไม่เกิน 47 บาท นายกฯ บอกสมัยตน ขายราคา 47.50 บาท สิ่งที่นายกฯ ไม่พูดคือ ท่านนำเงินภาษีประชาชนอีกขวดละ 9.50 บวกลงไปเพื่อชดเชยให้ได้ในราคา 47 บาท ถ้าไม่ชดเชยราคาน้ำมันปาล์มจะอยู่ที่ 56.50 บาท วันนี้รัฐเอาเงินบางส่วนของเงินภาษีประชาชนไปอุดหนุนน้ำมันปาล์ม เนื่องจากบริหารผิดพลาดล้มเหลว วันนี้ประเทศไม่หายนะแล้วจะรอเมื่อไหร่ และวันนี้รัฐมีหนี้กองทุนน้ำมัน โดยก้อนแรกเป็นเงิน 1.4 หมื่นล้าน หนี้ก้อนที่สอง 1.3 หมื่นล้าน โดยเจ้าหนี้รายใหญ่คือปตท. ไม่ล่องจุ๊นเที่ยวนี้จะล่องจุ๊นเที่ยวไหน

 นายมิ่งขวัญกล่าวว่า ประเทศไทยปัจจุบันมีรถยนต์จดทะเบียนประเภทรถสี่ล้อ 11.3 ล้านคัน เป็นรถเก๋ง 4.5 แสนคัน รถปิกอัพ-รถแวนและรถประเภทอื่น 6.8 ล้านคัน นายกฯ บอกว่าตัดสินใจปล่อยน้ำมันเบนซินลอยตัวถึง 48 บาทกว่า เพราะจะช่วยคนจน ขอถามว่า รถมอเตอร์ไซค์ในไทยมีทั้งหมด 17.2 ล้านคัน รถมอเตอร์ไซค์พวกนี้เป็นคนจน  นโยบายของรัฐบาลในด้านพลังงานจึงผิดพลาดล้มเหลว รถมอเตอร์ไซค์ 17.2 ล้านคัน ขอแค่ท่านเลือกพวกผมในการเลือกตั้งครั้งหน้าแค่นั้น

 นายมิ่งขวัญกล่าวว่า กรณีนายศุภชัย โพธิ์สุ รมช.เกษตรฯ บุกรุกป่าดงพระทาย อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ท่านบอกไปซื้อใบจอง นส.2 มาจากประชาชน ทั้งที่เป็นที่ดินจัดสรรให้ราษฎรยากไร้ได้ทำมาหากิน ไม่มีกฎหมายให้จำหน่ายจ่ายโอน นายศุภชัยไม่ได้เป็นญาติพี่น้องกับผู้ที่ท่านไปซื้อนส.2 จึงมีความผิดในอนาคตอันใกล้นี้แน่ นายอภิสิทธิ์ต้องจัดการเรื่องนี้ให้เป็นแบบอย่าง

 ส่วนกรณีจัดซื้อหัวรถจักรดีเซลไฟฟ้า 7 หัว ของคมนาคม นายมิ่งขวัญกล่าวว่า การออกสเปกทีโออาร์ เพื่อเปิดซองประมูลเอื้อประโยชน์เอกชนรายหนึ่ง แต่ต่อมาวันที่ 2 มีนาคม มีการยกเลิกประกวดราคากะทันหัน ทำให้ไม่สามารถเซ็นสัญญาซื้อขายได้ เรื่องนี้ไม่ต้องมีใบเสร็จ แต่ รมว.คมนาคม ต้องไปให้การที่ ป.ป.ช.แน่นอน

 นายมิ่งขวัญกล่าวว่า ตนขอเสนอตัวเพราะหลักการทำงานที่ดี คือความสะอาด ต้องเข้าใจปัญหาเศรษฐกิจและแก้ไขปัญหาได้ ประสานสามัคคีและประนีประนอม และถ้ามีการยุบสภาขึ้น ตนขออาสาตัวโดยจะสมัครเป็นนายกฯ แข่งกับนายอภิสิทธิ์ วันนั้นประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน

 ทั้งนี้ นายมิ่งขวัญใช้เวลาประมาณ 1.40 ชั่วโมงในการสรุปญัตติอภิปราย จากนั้น นายชัย ชิดชอบ ประธานที่ประชุมได้นัดสมาชิกเข้าประชุมสภาเพื่อลงมติในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ในวันเสาร์ที่ 19 มีนาคม เวลา 09.00 น.หลังจากนั้นประธานฯได้สั่งปิดการประชุมเวลา 23.18 น.