ข่าว

วิเชียรสั่งฟ้อง15พธม.ก่อการร้ายเว้นกษิต

วิเชียรสั่งฟ้อง15พธม.ก่อการร้ายเว้นกษิต

18 มี.ค. 2554

“วิเชียร”สั่งคดีพธม.ยึดสนามบินแล้ว เห็นควรสั่งไม่ฟ้อง “กษิต” กับอีก 9 พธม.ข้อหาก่อการร้าย พ่วงสั่งไม่ฟ้อง 114 เหลือง อีก 7 ข้อหาอาญาหนัก ด้านแกนนำไม่รอด โดนกราวรูด สะพัดกดดันวิเชียรไม่ฟ้อง “กษิต” ก่อการร้าย พร้อมส่งอัยการฟ้อง "ไชยวัฒน์"กับพวกพธม. บุกยึด

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เมื่อวันที่ 18 มีนาคม  พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ รองผู้บัญชาการสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(รองผบช.สทส.) ในฐานะโฆษกตร. เปิดเผยว่า วันนี้ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)ได้มีความเห็นพิจารณาสั่งฟ้องผู้ต้องหาในคดีที่กล่าวหากลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.)บุกยึดท่าอากาศยานดอนเมืองและสุวรรณภูมิ ซึ่งเหตุเกิดตั้งแต่ปี 2551 โดยพิจารณาสั่งฟ้องผู้ต้องหาในข้อหาก่อการร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 135/1 รวม 15 คน จากเดิมที่คณะพนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องในข้อหานี้ทั้งสิ้น 25 คน และสั่งฟ้องในข้อหากระทำผิดตามพ.ร.บ.การบินฯ 104 คน ซึ่งในจำนวน 15 คนที่ยังคงสั่งฟ้องในข้อหาก่อการร้ายนั้นส่วนใหญ่จะเป็นแกนนำกลุ่มพธม.ทั้งรุ่น 1และรุ่น 2

 เมื่อถามว่าเหตุใดจึงพิจารณา สั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา 10 คนในข้อหาก่อการร้าย พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวว่า ข้อหาก่อการร้ายมีการระบุรายละเอียดไว้ส่วนหนึ่งว่า เจตนาพิเศษ ซึ่งเจตนาพิเศษนั้นต้องเป็นการตั้งใจทำให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการขนส่ง กระบวนการปกครอง โดยหากดูจากเนื้อหาในสำนวนก็ไม่สามารถพิสูจน์ความผิดได้ ทำให้บางคนอาจจะหลุดในส่วนนี้ไป แต่อย่างไรก็ตามคงมีความผิดตามพ.ร.บ.การบิน ฯที่มีโทษสูงไม่ต่างกัน

 เมื่อถามว่าที่ผ่านมามีกระแสข่าวว่ามีการกดดันผบ.ตร.ไม่ให้สั่งฟ้องผู้ต้องหาบางรายในข้อหาก่อการร้าย โฆษกตร.กล่าวว่า ตนไม่ทราบในเรื่องนี้

 เมื่อถามต่อว่า การที่ไม่สั่งฟ้องผู้ต้องหาบางรายเป็นการเจรจาในพธม.ยุติการชุมนุมด้วยหรือไม่ โฆษกตร.กล่าวว่า ไม่ใช่ น่าจะเป็นเรื่องเนื้อหาในสำนวนมากกว่า เพราะเจตนาพิเศษเป็นเรื่องที่สืบยาก ซึ่งส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับเรื่องการล้มล้างการปกครอง หรือทำลายระบบการขนส่ง แต่สำหรับความผิดตามพ.ร.บ.การบินฯนั้น แค่เรื่องทางกายภาพก็สามารถพิสูจน์ได้แล้ว หากสื่อฯได้เห็นรายชื่อการสั่งฟ้องผู้ต้องหาในข้อหาก่อการร้ายก็จะรู้ว่าไม่น่าจะมีการต่อรองอะไรกัน และคงไม่เกี่ยวว่าจะเป็นประโยชน์กับการเจรจาในพธม.ยุติการชุมนุมหรือไม่ เพราะแกนนำก็ยังมีรายชื่อสั่งฟ้องหมดทุกคน

 เมื่อถามว่าดูบังเอิญหรือไม่ที่ ก่อนหน้านี้พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพธม.ได้มายื่นคำร้องขอให้สอบปกกคำพยานเพิ่มและสั่งไม่ฟ้องแกนนำในข้อหาก่อการร้าย กระทั้งตร.มีดุลพินิจออกมาเช่นนี้ ซึ่งโฆษกตร. กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะพล.ต.จำลองก็โดนแจ้งทั้ง 2 ข้อหา

 ผู้สื่อข่าวถามว่าการสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาในข้อหาก่อการร้ายเป็นดุลพินิจของผบ.ตร.ใช่หรือไม่ พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวว่า ก็มีความเหมือนกันอยู่บางส่วน และแตกต่างกันอยู่ในบางส่วน ซึ่งเป็นการพิจารณาของคณะกรรมการระดับสูง

 ขณะที่รายงานข่าวแจ้งว่า คณะพนักงานสอบสวน ซึ่งมีพล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ผู้ช่วยผบ.ตร.เป็นหัวหน้าฯ ได้ประชุมสรุปความเห็นทางคดี เมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา ภายหลังสอบปากคำพยานอีก 13 ปาก ตามที่พล.ต.จำลอง ร้องขอมา โดยคณะพนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งสิ้น 114 ราย โดยในจำนวนนี้สั่งฟ้องในข้อหาก่อการร้ายทั้งสิ้น 25 ราย ซึ่งเป็นการยืนความเห็นทางคดีตั้งแต่มีการแจ้งข้อกล่าวหาครั้งแรก จากนั้นคณะพนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนคดีที่สรุปความเห็นให้ ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา พิจารณามีความเห็นทางคดีเป็นที่สุด

 รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า หลังจากนั้น ผบ.ตร.ได้ส่งสำนวนให้คณะกรรมการของกองคดี ซึ่งประกอบด้วย พล.ต.ต.วิชัย รัตนยศ ผบก.คด. พ.ต.อ.สุรพล ธูปะเตมีย์ รองผบก.คด. พ.ต.อ.ธีรบูลย์ มั่งมี รองผบก.คด. และคณะรวม 14 คน เป็นผู้พิจารณา ก่อนมีความเห็นเสนอมายังผบ.ตร.และผบ.ตร.ได้เห็นตามและมีความเห็นทางคดีซึ่งส่วนใหญ่สอดคล้อง ตรงกับความเห็นที่คณะพนักงานสอบสวนเสนอขึ้นไป มีเพียงบางประเด็นเท่านั้นที่เห็นต่าง คือ ในข้อหาก่อการร้ายนั้น จากเดิมที่คณะพนักงานสอบสวนเสนอสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งสิ้น 25 คน แต่ผบ.ตร.กลับเห็นว่า ควรสั่งฟ้องข้อหานี้แก่ผู้ต้องหาเพียง 15 คน ซึ่งประกอบด้วย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายพิภพ ธงไชย นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายสุริยะใส กตะศิลา นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายนรัณยู หรือศรัญญู วงษ์กระจ่าง นายศิริชัย ไม้งาม นายสำราญ รอดเพชร นางมาลีรัตน์ แก้วก่า เรือตรีแซมดิน เลิศบุศย์ พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ นายชนะ ผาสุกสกุล นายสุรวิชช์ วีรวรรณ และนายรัชต์ชยุตม์ หรือ อมรเทพ หรืออมร ศิริโยธินภักดี หรืออมรรัตนานนท์

 “และมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง ผู้ต้องหาในข้อหาก่อการร้าย 10 คน ซึ่งประกอบด้วย นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ พล.อ.ปฐมพงษ์ เกสรศุกร์ นายประพันธ์ คูณมี นายกษิต ภิรมย์ นายเทิดภูมิ ใจดี นายวีระ สมความคิด น.ส.อัญชะลี หรือปอง ไพรีรักษ์ น.ส.สโรชา พรอุดมศักดิ์ นายพิชิต หรือตั้ม ไชยมงคล และนายบรรจง นะแส” ผบ.ตร.ให้ความเห็นทางคดี

 ขณะที่รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ผบ.ตร.ยังมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องบริษัทเอเอสทีวี ตามพ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 7และ 66 รวมทั้งมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง ผู้ต้องหาทั้งหมดตามป.อาญามาตรา 113 114 209 360 371 385 386 พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 114 ประกอบมาตรา 83

 มีรายงานว่า ก่อนหนานี้มีข่าวลือสะพัดใน ตร.ว่า พล.ต.อ.วิเชียร ได้รับแรงกดดันจากผู้มีอิทธิพลและนักการเมือง ให้มีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง นายกษิต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในข้อหาก่อการร้าย เนื่องจากกระทบต่อเสถียรภาพและภาพลักษณ์ของรัฐบาล ทำให้มีการจับตามองการสั่งคดีครั้งนี้ กระทั่งวันนี้ พล.ต.อ.วิเชียรได้มีความเห็นทางคดี สั่งไม้ฟ้องนายกษิตและพธม.อีก 9คนในข้อหาก่อการร้ายดังกล่าว

 ด้านพล.ต.ท.สมยศ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้คณะพนักงานสอบสวนก็มีควความเห็นทางคดีไปแล้ว โดยยืนยันว่าการทำสำนวนและสั่งคดีทำอย่างสมบูรณ์ครบถ้วน รัดกุมโดยคณะพนักงานสอบสวนที่ล้วนมีความชำนาญด้านกฎหมาย แต่เมื่อ ตร.มีความเห็นลงมาตนก็ต้องดำเนินการตามความเห็นทางคดีโดยในวันนี้ ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.อุดร แก้วสุขศรี รอกผกก. สภ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี ช่วยราชการชุดทำคดีนี้ นำสำนวนทั้งหมดส่งให้พนักงานอัยการ พร้อมผู้ต้องหา 3 คนที่ประกันตัวระหว่างฝากขังผลัดสุดท้าย คือ นายไชยวัฒน์ นายสมบูรณ์ทองบุราณ และนายการุณ ใสงาม และผู้ต้องหาที่ออกหมายจับไปแต่ยังไม่ได้ตัวอีก 18 คน จากนั้นในวันที่ 5 เมษายนจะนัดผู้ต้องหาที่เหลือทั้งหมดส่งฟ้องต่ออัยการพร้อมสำนวน

ตร.ส่งอัยการฟ้อง"ไชยวัฒน์"กับพวกพธม.ยึดสนามบิน

 เมื่อเวลา 15.00 น. ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก พ.ต.อ เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ  ผกก.สน.มักกะสัน ในฐานะพนักงานสอบสวน ตามคำสั่งสำนักงานตรวจแห่งชาติ (ตร.) เข้าพบนายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีอาญาเพื่อส่งมอบสำนวนการสอบสวนและพยานเอกสารหลักฐานจำนวน 24 ลัง 165 แฟ้ม พร้อมด้วยความเห็นสมควรสั่งฟ้องซึ่งลงนามโดย พล.ต.อ.วิเชียร ที่เห็นควรสั่งฟ้อง นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ เลขาธิการสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทยและสมาชิกเครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติ , นายสมบูรณ์ ทองบุราณ  และนายการุณ ใสงาม อดีตส.ว.แนวร่วมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ผู้ต้องหาคดีร่วมกับกลุ่มพันธมิตร ฯ บุกชุมนุมยึดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง และชุมนุมทำเนียบรัฐบาล ปี 2551 เพื่อให้อัยการสั่งคดี

 โดยสำนวนการสอบสวน ระบุนายไชยวัฒน์ ถูกตั้งข้อหารวม 8 ข้อหา ส่วนนายสมบูรณ์ ถูกตั้งข้อหา 7 ข้อหาโดยไม่ถูกตั้งข้อหาก่อการร้าย และนายการุณ ถูกต้องข้อหา รวม 4 ข้อหาโดยไม่มีข้อหาก่อการร้ายเช่นกัน

 ด้านพ.ต.อ.เอกรักษ์ กล่าวว่า นายไชยวัฒน์ นายสมบูรณ์ และนายการุณ ยังอยู่ระหว่างการฝากขัง ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องนำตัวมาส่งให้พนักงานอัยการ จึงเพียงแต่นำเอกสารหลักฐานและสำนวนคดีพร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้องมาส่งให้ก่อนที่นายการุณ จะครบกำหนดฝากขังครั้งที่ 4 ซึ่งเป็นผลัดสุดท้ายในวันที่ 22 มี.ค.นี้ ส่วนผู้ถูกกล่าวหาในคดีเดียวกันนี้อีก 111 คน มี 18 คนที่ถูกออกหมายจับและยังไม่ได้ตัวมา ส่วนที่เหลือ 93 คนนั้นพนักงานสอบสวนได้เรียกให้ทั้งหมดมาพบที่กองบังคับการปราบปรามในวันที่ 5 เม.ย.นี้ เวลา 10.00 น. เพื่อนำตัวส่งอัยการพร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้องอีกครั้ง หากไม่มาจะยึดหลักประกันและขออนุมัติศาลออกหมายจับอีกครั้ง

 ด้านนายกายสิทธิ์ กล่าวว่า หลังได้รับสำนวนแล้วจะต้องพิจารณาว่าพยานหลักฐานมีมากน้อยแค่ไหน หากเพียงพอก็สามารถยื่นฟ้องศาลได้ แต่หากไม่เพียงพอก็จะสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติม ส่วนจะต้องใช้เวลาพิจารณามากน้อยแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับระยะเวลาว่าอัยการมีเวลาสั่งคดีอีกกี่วันก่อนที่จะครบกำหนดฝากขังผู้ต้องหาครั้งสุดท้าย อย่างไรก็ตามถ้าหากสั่งคดีไม่ทันครบกำหนดฝากขังก็ยังสามารถตามตัวมาฟ้องในภายหลังได้

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคดีนี้สืบเนื่องจากการชุมนุมยืดเยื้อของกลุ่มพันธมิตร 193 วัน ที่ทำเนียบรัฐบาล และในช่วงวันที่ 27 พฤศจิกายน - 3 ธันวาคม 2551 ได้เคลื่อนตัวไปยึดสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง กระทั่ง ตร.มีคำสั่งตั้งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีนี้ราวเดือนมกราคม 2552 ก่อนที่จะสรุปความเห็นส่งอัยการสั่งคดีได้ในวันนี้

 ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าสำหรับเอกสารหลักฐานจำนวน 165 แฟ้มนั้นประกอบด้วย รายงานผลการสอบสวน คำให้การพยานผู้ได้รับความเสียหาย บัญชีทรัพย์สินที่ถูกประทุษร้าย คำให้การพยานเจ้าหน้าที่ตำรวจ คำให้การพยานสื่อมวลชน คำให้การพยานนักวิชาการ คำให้การพยานพนักงานบริษัทท่าอากาศยานไทย คำให้การพยานบริษัทการบินไทยและสายการบินต่างๆ คำให้การพยานบริษัทวิทยุการบินและบริษัทเอกชนในท่าอากาศยาน บัญชีของกลาง และรายงานผลการตรวจพิสูจน์หลักฐาน หนังสือรายงานสรุปข้อกล่าวหาและพยานหลักฐาน ตารางเชื่อมโยงผู้ต้องหาที่พูดปราศรัย เอกสารถอดเทปคำปราศรัย บันทึกภาพเหตุการณ์ชุมนุม 333 แผ่น คำให้การของผู้กล่าวหา คำให้การผู้ถูกกล่าวหา คำให้การพยานฝ่ายผู้ถูกกล่าวหา เอกสารหลักฐานของฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาที่ส่งมอบให้พนักงานสอบสวน บันทึกนัดผู้ต้องหา และอื่นๆ