ข่าว

"แท่ง...ลุยเอง"

"แท่ง...ลุยเอง"

19 มี.ค. 2554

กระจอกข่าวอ้อนแอ่น...แวบไปม่วนชื่นลั้นลาแถวๆ ชายแดนไทย-ลาว ด้าน จ.หนองคาย พอเหยียบเข้าสู่หลักกิโลเมตรที่ 0 จราจรเริ่มติดเพราะกำลังมีงานสำคัญ 2 งาน คือ งานอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ และงานกาชาด...หันไปมองสองข้างเห็นร้านจำหน่ายของกิน-ของใช้ เรียงรายอยู่จำนวนมาก อดใจ

 ขณะกำลังจับจ่ายเพลินๆ สายตาเหลือบไปเห็นนายตำรวจกลุ่มหนึ่งทั้งในและนอกเครื่องแบบ กำลังวุ่นวายอยู่ตามรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่จำนวนมาก ด้วยความอยากรู้อยากเห็นจึงปรี่เข้าไปดูใกล้ๆ บังเอิญเจอคนคุ้นเคย!!

 พ.ต.อ.ไพศาล ลือสมบูรณ์ อดีต ผกก.สน.ปทุมวัน และอดีต ผกก.อก.บก.น.6 เป็น ผกก.สภ.เมืองหนองคาย นั่นเอง...กำลังไล่แปะไล่แจกสติกเกอร์ที่มีตัวหนังสือแดงตัดขาว ระบุข้อความว่า "เตือนก่อนรถหาย ด้วยความห่วงใยทรัพย์สินของท่าน อย่าเสียบกุญแจคารถ สภ.เมืองหนองคาย" พร้อมระบุเบอร์โทรศัพท์มือถือสายตรงของผู้กำกับการ รวมถึงหมายเลขโทรศัพท์สถานีตำรวจอีกด้วย

 "ลงมือเองเลยหรือพี่" กระจอกข่าว กระแซะถาม

 "น้องประชาชนมักลืมกุญแจรถจักรยานยนต์ทิ้งไว้ คนร้ายไม่ต้องโจรกรรมหรอก แค่เปิดสวิตช์กุญแจก็ขับหนีไปไกลแล้ว ผมมาประจำอยู่ไม่กี่วัน รถหายไปแล้ว 5 คันแล้ว" ผู้กำกับหนุ่มตอบ

 "อาชญากรรมในพื้นที่นี้เป็นอย่างไรบ้าง" กระจอกข่าวเปิดประเด็น

 "สบายๆ ก็น้องแท่ง สารวัตรสืบสวนลุยซะเกือบอยู่หมัด" ผู้กำกับบอกด้วยรอยยิ้มจนเห็นฟันเหล็กเงาวับ ก่อนขอตัวไปแจกสติกเกอร์ต่อ

 "น้องแท่ง??? " กระจอกข่าวอ้อนแอ่น  เริ่มใช้สมองย้อนความทรงจำใครหว่า?

 จึงหอบหิ้วเอาความสงสัยไปจนถึงสถานีตำรวจที่อยู่ห่างไม่กี่สิบเมตร...ตรงปรี่ไปห้องสารวัตรสืบสวน สภ.เมืองหนองคาย เคาะประตูตามมารยาทก่อนแย้มประตู...กระจอกข่าว ต้องอายหน้าแดง เมื่อสบสายตากับชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ สัดส่วน 182 ซม. กำลังยืนทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำที่อยู่ภายในห้องทำงาน กระจอกข่าวต้องแอบอายหลังกระถางต้นไม้ แล้วจึงเพ่งดูให้เต็มตา...อ๋อ!! "น้องแท่ง" ก็คือ พ.ต.ท.ศักดิ์สิทธิ์ บุญเสริม เคยประจำอยู่ในชุดสืบสวนของกองปราบปราม และกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว นี่เอง

 "พี่ไปไหนมาถึงบุกมาถึงนี่...ผมตกใจหมดเลย" พ.ต.ท.ศักดิ์สิทธิ์ตัดพ้อ

 "แหม...ก็อุตส่าห์เคาะประตูแล้วนะ นึกว่านั่งทำงานอยู่" กระจอกข่าวสวนทันควัน

 "ผมเพิ่งซ่อมแซมห้องทำงานห้องสืบสวน ประตูห้องน้ำในห้องทำงานก็เลยยังไม่มีติดนะพี่" พ.ต.ท.ศักดิ์สิทธิ์บอกด้วยรอยยิ้ม
 กระจอกข่าวอ้อนแอ่น หายตกใจจึงเริ่มไต่ถามสารทุกข์สุกดิบหน้าที่การงานในพื้นที่นี้เป็นอย่างไรบ้าง สารวัตรศักดิ์สิทธิ์ยอมรับว่า เคยผ่านงานจากกองปราบปราม งานสืบสวนตำรวจท่องเที่ยว จึงพอรู้ว่าช่องว่างระหว่างตำรวจภูธรกับประชาชนค่อนข้างห่าง ยังมีระบบศักดินาอยู่ ตำรวจยังทำตัวเป็นนายของประชาชน ทั้งที่ประชาชนเป็นนายของตำรวจต่างหาก หากตำรวจใกล้ชิดกับประชาชนมากกว่านี้ ช่องว่างไม่มี แถมยังได้เบาะแสมากขึ้น

 "ผมมาประจำไม่ถึงเดือนคดีพยายามฆ่า คดีฆ่า รวม 6 คดีจับได้หมด ไม่รวมคดีอาชญากรรมอื่นๆ และเวลาควบคุมผู้ถูกกล่าวหา จะต้องเอาใจเขาใส่ใจเรา ค่อยๆ ไต่ถามเหมือนคุยอยู่กับเพื่อน คุยแบบใจเย็นๆ ผู้ถูกกล่าวหาก็จะค่อยๆ หลุดออกมาที่ละนิดจนกระทั่งรับสารภาพเอง" น้องแท่งเผยเทคนิคการสอบสวนที่เคยเรียนรู้หลักพฤติกรรมศาสตร์มาจากกองปราบปรามนั่นเอง

 พอสบโอกาส...ถึงบางอ้อแล้วว่า "น้องแท่ง" คือใคร...กระจอกข่าว อ้างขอตัวไปลั้นลาเดินเที่ยวหาของกินต่อ...แต่จริงๆ แล้วจะรีบไปซื้อน้ำยาล้างตา มาลบภาพน้องแท่งบาดตาบาดใจ...ตอนเปิดประตูเข้ามาต่างหาก (ฮา)