ข่าว

พบกระดูกมนุษย์โบราณหลายร้อยปีโคราช

พบกระดูกมนุษย์โบราณหลายร้อยปีโคราช

18 มี.ค. 2554

พบโครงกระดูกมนุษย์โบราณ พร้อมเครื่องประดับ จำนวนมากในแปลงนาชาวบ้าน เบื้องต้นสันนิษฐานว่า น่าจะเป็นชุมชนโบราณที่มีอายุหลายร้อยปี

เมื่อวันที่ 18 มี.ค.54 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่สำนักชลประทานที่ 8 นครราชสีมา ว่า  ในขณะที่ จนท.สำนักชลประทานที่ 8 นครราชสีมา กำลังใช้เครื่องจักรกลหนักขุดดินในแปลงนาชาวบ้าน เขตบ้านหนองผักหวาน หมู่ 11 ต.ละลมใหม่พัฒนา อ.โชคชัย นครราชสีมา เพื่อดำเนินการสร้างโครงการแก้มลิง พื้นที่ติดกับลำน้ำมูล พบโครงกระดูกมนุษย์ และเครื่องประดับจำนวนมาก จึงมีการแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รับทราบ พร้อมกับยุติการใช้รถแบล็คโฮ ขุดดินในบริเวณดังกล่าวชั่วคราว เพื่อรอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ

หลังรับแจ้งจึงรีบเดินทางไปตรวจสอบ พบชาวบ้านจำนวนมาก ที่ทราบข่าวจากปากต่อปาก ได้เดินทางไปดูการขุดพบโครงกระดูกมนุษย์โบราณ และ เครื่องประดับ อยู่ในแปลงนา ตั้งอยู่ห้างจากลำห้วย ที่แยกมาจากลำน้ำมูล ประมาณ 50 เมตร จนท.จึงต้องใช้เชือกมาวางขึงเป็นพื้นที่ต้องห้าม และ นำผ้าด้ายดิบมาวางไว้หลุมที่ขุดพบของโบราณ โดยมีจำนวน 5 หลุม

จากการตรวจสอบเบื้องต้นในแตะละหลุม ตั้งอยู่ห่างกันประมาณ 5 เมตร ซึ่งจะมีโครงกระดูกมนุษย์โบราณ ที่ถูกฝังดินไว้ลึกประมาณ 50 ซม. มีลักษณะเป็นมนุษย์รูปร่างสูงเฉลี่ย 150-160 ซม. ฝังดินโดยหันศีรษะไปทางทิศต่างๆ โดยพบ หม้อ ไห เครื่องปั้นดินเผา ที่แตกชำรุด บางหลุมยังพบโลหะ คล้ายดาบที่อยู่ภายในหลุดที่พบคารงกระดูกมนุษย์ จนท.ต้องประชาสัมพันธ์ ห้ามไม่ให้ชาวบ้านที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ถอยออกจากพื้นที่ เพื่อตรวจสอบรายละเอียดกับโครงกระดูมนุษย์ที่พบ

นางวิไล  แปวกระโทก อายุ 56 ปี เจ้าของแปลงนา เปิดเผยว่า ที่ดินกว่า 10 ไร่ ผืนนี้ ตนได้รับมรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษ ก่อนที่จะพบวัตถุโบราณแปลงนานี้ ได้ปลูกอ้อย และ ปอ มาก่อน แต่ราคาพิชผลไม่ดี จึงหยุดการเพาะปลูก ต่อมา จนท.ชลประทาน ได้ติดต่อจะขอดินในแปลงนา ไปสร้างแก้มลิง ตนจึงอนุญาต โดยหวังจะปรับหน้าดิน เพื่อจะปลูกข้าว จนกระทั่งมาพบวัตถุโบราณดังกล่าวในพื้นที่

จากการสอบถามผู้สูงอายุ บอกว่าไม่มีใครทราบมาก่อนว่าพื้นที่แห่งนี้เดิมนั้นโบราณเขาใช้ทำอะไร หรือว่าเป็นสถานที่ฝังศพของชาวบ้านโบราณมาก่อนก็ไม่ทราบ ซึ่งก่อนหน้านี้ เคยมีชาวบ้านขุดพบโครงกระดูกมนุษย์จำนวนมากในพื้นที่ติดกัน แต่ก็ไม่มีใครสนใจ จึงมอบหมายให้ หน่วยกู้ภัยฮุก.31 นำโครงกระดูก ไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี เพื่อให้ชีวิตเขาได้ไปสู่สุขคติ แต่เมื่อมาขุดพบโครงกระดูกขึ้นมาในพื้นที่จุดนี้ จึงทำให้หลายคนเชื่อว่าพื้นที่แห่งนี้อาจจะเป็นพื้นประวัติศาสตร์ของชุมชนคนในอดีตก็เป็นได้

 ผู้สื่อข่าวรายงารว่า หลังทราบข่าวขณะนี้สำนักศิลปากรที่ 12 กำลังเดินทางมาตรวจพิสูจน์ เพื่อบอกเล่าประวัติศาสตร์ เบื้องต้นน่าจะเป็นชุมชนโบราณ ที่จะใช้พื้นที่ติดลำน้ำ เป็นที่พักอาศัย ซึ่งอยู่ในยุคสัมฤทธิ์ ที่มีอายุหลายร้อยปี ซึ่งอาจจะก่อนสมัยพุทธกาล ซึ่งสังเกตจากการฝังศพ จะไม่หันศีรษะไปทางทิศตะวันตก ตามความเชื่อ โดยเริ่มมีความรู้นำเหล็ก มาดัดแปลงเป็นอาวุธป้องกันตัว และ ล่าสัตว์