
ซุปเปอร์มูนต้นเหตุสึนามิ..จริงหรือ?
ในวันที่ 19 มีนาคม จะเกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติ ที่ดวงจันทร์จะโคจรเข้ามาใกล้โลกมากที่สุดอีกครั้ง หรือที่เรียกว่าปรากฏการณ์ ซุปเปอร์มูน ซึ่งมีความเชื่อกันว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวจะทำให้เกิดอาเพทของสภาพอากาศโลก รวมทั้งภัยธรรมชาติ โดยเป็นข่าวกระจายไปทั่วอินเตอร์
เหตุคลื่นยักษ์สึนามิในปี 2548 ที่มีจุดศูนย์กลางใกล้เกาะสุมาตรา ของอินโดนีเซีย และ พัดเข้าถล่มภาคใต้ของไทย ทำให้คนไทยและนักท่องเที่ยวเสียชีวิตหลายพันคนนั้น เกิดขึ้นก่อนที่จะมีปรากฏการณ์ “ซุปเปอร์มูน” เพียง 2 สัปดาห์
ซึ่งเหตุการณ์ซุปเปอร์มูน กับคลื่นสึนามิกลายเป็นปรากฏการณ์ที่เชื่อมโยงกันอย่างน่าเหลือเชื่อ เพราะในวันพรุ้งนี้ 19 มี.ค.54 ก็จะเกิดปรากฏการณ์ซุปเปอร์มูนที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า “เอ็กซ์ตรีม ซุปเปอร์มูน” เนื่องจากดวงจันทร์ จะโคจรเข้าใกล้โลกมากที่สุดในรอบ 18 ปี ก็เกิดเหตุแผ่นพื้นโลกฟิลิปปินส์เคลื่อนเข้าหาแผ่นพื้นโลกยูเรเชีย ทำให้เกิดการดีดตัวของแผ่นพื้นโลกส่งแรงผลักดันให้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.9 ริกเตอร์ และ คลื่นยักษ์สึนามิพัดถล่มทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศญี่ปุ่น
นักวิทยาศาสตร์อย่างนายพอล วอล์กเกอร์ นักอุตุศาสตร์อาวุโส แห่งบริษัท แอคคูเวเธอร์ อิงค์ เชื่อว่าเหตุการณ์ซุปเปอร์มูนนั้นไม่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดแผ่นดินไหวครั้งนี้ โดยให้เหตุผลว่าเหตุการณ์ซุปเปอร์มูนยังไม่ได้เกิดขึ้นเพราะยังเหลือเวลาอีก 8 วันกว่าที่ดวงจันทร์จะโคจรเข้ามาใกล้โลกมากที่สุด และแรงดึงดูดจากดวงจันทร์อาจจะทำให้กระแสน้ำขึ้นสูงมากกว่าปกติ แต่ตนเองไม่เคยได้ยินว่าเหตุการณ์ทั้งซุปเปอร์มูน กับเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศอย่างรุนแรงมีส่วนเกี่ยวข้องกัน
ด้านนักดาราศาสตร์แห่งองค์การนาซา นายเดฟ วิลเลียม กล่าวว่าไม่มีเหตผลใดที่ทำให้เชื่อได้ว่าเหตุการณ์ซุปเปอร์มูนที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้านั้นจะทำให้เกิดสิ่งใดขึ้นได้นอกเหนือจากการเห็นพระจันทร์ดวงโต สดใส
ในปรากฏการณ์ครั้งนี้ดวงจันทร์จะเข้าใกล้โลกมากที่สุดในรอบ 18 ปี แต่จะเป็นการเข้าใกล้มากขึ้น 1-2 % ดังนั้นการสังเกตความแตกต่างด้วยสายตาคงจะไม่เห็นความผิดปกติแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตามในด้านสถิตินั้นได้มีแสดงอย่างชัดเจนว่าการเกิดปรากฏการณ์ซุปเปอร์มูนได้เกิดขึ้นในเวลาใกล้เคียงกับการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติหลายครั้ง นายมาร์ค พาเควทท์ บล็อกเกอร์แห่งบริษัทแอคคูเวเธอร์ เผยว่าการโคจรของดวงจันทร์เป็นรูปวงรีรอบโลกทำให้เมื่อถึงเวลาหนึ่งๆดวงจันทร์จะอยู่ใกล้โลกมากที่สุดในช่วงเวลาหนึ่งๆ
และนักพยากรณ์ของกลุ่ม “นิวเอจ” เชื่อว่าปรากฏการณ์ซุปเปอร์มูน นำมาซึ่งเหตุแผ่นดินไหวครั้งรุนแรง พายุ หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศผิดปกติ นอกจากนั้น การเกิดปรากฏการณ์ซุปเปอร์มูนในปี 2498 ,2517,2535 และ 2548 ก็เกิดเหตุผิดปกติทางธรรมชาติ เช่น สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง และ ภัยธรรมชาติอื่นๆ
ในปี 2498 เกิดเหตุพายุทอร์นาโด “ไดแอน” ถล่มฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 200 ราย และมูลค่าความเสียหายกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ส่วนในปี 2517 ได้เกิดเหตุพายุทอร์นาโดจำนวนมากที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐซัดถล่ม 13 รัฐของสหรัฐอเมริกา และจังหวัดหนึ่งของแคนาดา มีรายงานการเกิดทอร์นาโด 148 ลูกถล่มพื้นที่สหรัฐอย่างต่อเนื่อง และทำให้มีผู้เสียชีวิต 315 ราย บาดเจ็บกว่า 5,000 คน
ในอีกฟากหนึ่งของโลก ไซโคลน “เทรซี” ได้ซัดถล่มเมืองดาร์วิน ประเทศออสเตรเลียเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม และเกือบทำให้เมืองดาร์วินเกือบสูญหายไปจากแผนที่
นอกจากนั้นในปี 2535 พายุเฮอริเคน แอนดรูว์ ซัดถล่มสหรัฐอเมริกา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 26 รายและได้ทำลายทรัพย์สินของประชาชนมูลค่าประมาณ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และถูกจัดให้เป็นภัยธรรมชาติที่ก่อให้เกิดความเสียหายมูลค่าสูงสุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ
เช่นเดียวกับปี 2547 ที่เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 9.3 ริกเตอร์ในมหาสมุทรอินเดีย เข้าถล่มเกาะสุมาตรา ของอินโดนีเซีย หมู่เกาะอันดามัน ศรีลังกา และไทย ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2.25 แสนคน และนับเป็นภัยธรรมชาติที่คร่าชีวิตพลเมืองโลกมากที่สุดในประวัติศาสตร์โลกยุคใหม่



