ข่าว

สหรัฐคาดยุ่นใช้เวลานานคุมนิวเคลียร์

สหรัฐคาดยุ่นใช้เวลานานคุมนิวเคลียร์

18 มี.ค. 2554

สหรัฐคาดญี่ปุ่นอาจใช้เวลาหลายวันหรือหลายสัปดาห์ควบคุมวิกฤติโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ขณะที่ไต้หวันตรวจวัดผู้โดยสารเที่ยวบินที่มาจากญี่ปุ่น พบผู้โดยสาร 26 คนมีสารกัมมันตรังสี ด้านเกาหลีใต้เตรียมส่งเครื่องบินทหาร เรือ ไปอพยพพลเมืองที่ญี่ปุ่น/ติดตั้งเครื่องตรวจจับส

(18มี.ค.) นายเกรกอรี แจ็สโก้ ประธานคณะกรรมาธิการกำกับดูแลนิวเคลียร์ของสหรัฐ คาดว่าญี่ปุ่นอาจต้องใช้เวลาหลายวันหรือหลายสัปดาห์ในการควบคุมสถานการณ์ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะหมายเลข 1 ในจังหวัดฟุกุชิมะ เพื่อระบายความร้อนที่เตาปฏิกรณ์ และบ่อเก็บแท่งเชื้อเพลิงใช้แล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้สารกัมมันตรังสีรั่วไหลออกจากอาคารปฏิกรณ์นิวเคลียร์ แต่เขาปฏิเสธที่จะให้ความเห็นว่าญี่ปุ่นจะหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดได้หรือไม่ โดยบอกว่าเขาไม่อยากคาดเดาว่าเหตุการณ์จะดำเนินต่อไปอย่างไร และสหรัฐจะยังคงให้ความช่วยเหลือที่จำเป็นแก่ญี่ปุ่น

 ขณะที่นายยูกิยะ อามาโนะ ผู้อำนวยการสำนักงานพลังงานปรมาณูสากลหรือ IAEA ชาวญี่ปุ่นเดินทางถึงกรุงโตเกียวแล้ว และเตรียมเข้าพบนายกรัฐมนตรี นาโอโตะ คังและรัฐมนตรีหลายคนในบ่ายนี้เพื่อหารือเรื่องสถานการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และบอกว่า ญี่ปุ่นไม่ได้อยู่ตามลำพัง และประชาคมโลกยืนหยัดเคียงข้างญี่ปุ่น  นอกจากนี้แกรแฮม แอนดรูว์ เจ้าหน้าที่อาวุโสของ IAEA แถลงเมื่อวานว่าสถานการณ์ที่โรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ ยังไม่เลวร้ายลงจนน่าวิตก แต่ยังถือว่ายังน่าห่วงมาก

 ด้านหน่วยงานด้านนิวเคลียร์ของไต้หวันเปิดเผยเมื่อวานว่า ผลจากการติดตั้งเครื่องสแกนตรวจวัดสารกัมมันตรังสีที่สนามบินใหญ่ 3 แห่ง และตรวจผู้โดยสารกว่า 4,400 คนที่เดินทางมาจากญี่ปุ่น พบว่า มี 26 คนที่มีสารกัมมันตรังสีติดตามเสื้อผ้าหรือรองเท้า แต่อยู่ในระดับต่ำที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยอยู่ที่แค่ระดับ 0.2 ไมโครซีเวิร์ตต่อชั่วโมง สูงกว่าการพบทั่วไปตามปกติแค่เล็กน้อย หลังจากนั้นได้ให้ผู้โดยสารทั้งหมดถอดรองเท้าหรือเสื้อผ้านำไปล้างน้ำได้ส่วนผู้โดยสารหญิง ที่ทำงานบนเขาห่างจากโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะเกือบ  70 กม. พบสารกัมมันตรังสีมากกว่า 25 คนที่เหลือ แต่เมื่อเธอถอดรองเท้าก็ยอมให้ผ่านไปได้

 นานาชาติตื่นวิตกต่อสารกัมมันตรังสีมากขึ้นหลังสหรัฐประกาศเป็นชาติแรกให้พลเมืองอพยพออกจากพื้นที่ในรัศมี 80 กม.จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในญี่ปุ่น ครอบคลุมพื้นที่กว้างกว่าที่ญี่ปุ่นประกาศไว้ที่ 20 กม. และสถานทูตสหรัฐในกรุงโตเกียวได้ตั้งจุดช่วยเหลือชาวอเมริกันที่อพยพออกจากญี่ปุ่นที่สนามบินฮาเนดะในกรุงโตเกียวแล้วเมื่อเย็นวาน

 และขณะนี้หลายชาติทยอยประกาศเตือนการอพยพในรัศมี 80 กม.เช่นกัน ได้แก่ เดนมาร์กฟินแลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน และออสเตรลีย นอกจากนี้หลายประเทศเตรียมแผนส่งเครื่องบินไปอพยพคน และบางประเทศก็ยกระดับคำเตือนการเดินทาง เช่น ออสเตรเลียเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่มีกิจจำเป็นไปยังกรุงโตเกียวและภาคเหนือของเกาะฮอนชูที่กำลังได้รับความเสียหายจากภัยพิบัตแผ่นดินไหวและสึนามิ โดยให้เหตุว่าเป็นเพราะการบริการที่จำเป็นหยุดชะงักเพราะโครงสร้างพื้นฐานได้รับความเสียหาย บวกกับยังเกิดอาฟเตอร์ช็อค และปัญหาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

 และฮ่องกงขยายคำเตือนพื้นที่เสี่ยงให้เลี่ยงการเดินทางจากเดิมครอบคลุมเฉพาะจังหวัดฟุกุชิมะ เป็นครอบคลุมอีก 3 จังหวัดได้แก่ มิยางิ อิบารากิ และอิวาะเตะที่อยู่ใกล้โรงไฟฟ้า

 ด้านเกาหลีใต้ ได้วางแผนจะส่งเครื่องบินทหาร และเรือของหน่วยยามฝั่ง ไปรับพลเมืองเกาหลีใต้ออกจากญี่ปุ่น ถ้าสถานการณ์ที่โรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ของญี่ปุ่น เสื่อมทรามลงเรื่อย ๆ โดยนายมิน ดง-ซึก รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศ กล่าวในขณะหารือกับสมาชิกนิติบัญญัติของพรรคแกรนด์ เนชั่นแนลว่า รัฐบาลได้ตรียมพร้อมรับสถานการณ์ รวมถึงแผนการส่งเครื่องบินทหารและเรือไปอพยพชาวเกาหลีด้วย

 เมื่อวานนี้ เกาหลีใต้ได้ยกระดับคำเตือนความปลอดภัย ด้วยการบอกให้พลเรือนในญี่ปุ่น ให้อยู่ห่างจากโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ ฟูกูชิม่า หมายเลข 1 ภายในรัศมีอย่างน้อย 80 กิโลเมตรรัฐบาล ยังได้เจรจากับบรรดาสายการบิน ให้เพิ่มเที่ยวบินออกจากญี่ปุ่น เพื่อช่วยชาวเกาหลีที่ต้องการเดินทางกลับบ้าน

 เกาหลีใต้ ยังได้ส่งทีมตอบโต้ฉุกเฉินจากกระทรวงต่างประเทศ เข้าไปยังเมืองเซนได ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวและสึนามิ หนักที่สุดในภูมิภาค เพื่อให้ความช่วยเหลือเกี่ยวกับกงสุล และความช่วยเหลืออื่น ๆ ให้กับชาวเกาหลี ที่ตอนนี้ ยังมีชาวเกาหลีอีก 231 คนที่ยังขาดการติดต่อไป นับตั้งแต่เกิดภัยพิบัติ และมีการยืนยันชาวเกาหลีที่เสียชีวิตเพียง 1 คนนอกจากนี้ รัฐบาลเกาหลีใต้ ยังได้เตรียมจัดส่งผ้าห่ม 2,000 ผืน และน้ำดื่มอีก 100 ตัน ไปช่วยผู้ประสบภัยในญี่ปุ่น ในวันพรุ่งนี้

 มีรายงานด้วยว่า รัฐบาลได้ติดตั้งเครื่องตรวจจับสารกัมมันตรังสี 2 เครื่อง ที่สนามบินอินเชินเมื่อวานนี้ โดยกระทรวงศึกษาธิการ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสถาบันด้านความปลอดภัยด้านนิวเคลียร์ ระบุว่า สำหรับคนที่เดินทางมาจากญี่ปุ่น ถ้าต้องการตรวจหาสารกัมมันตรังสีก็สามารถผ่านเครื่องตรวจจับได้ทันที หลังผ่านขั้นตอนที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง

 เครื่องตรวจจับสารนี้ เคยถูกใช้งานมาแล้ว เมื่อครั้งที่กรุงโซลเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดจี-20 เมื่อเดือนพฤศจิกายน ซึ่งมีขีดความสามารถตรวจจับได้แม้แต่สารกัมมันตรังสีปริมาณเพียงเล็กน้อย ซึ่งในวันแรกของการใช้เครื่องตรวจจับคนที่กลับมาจากญี่ปุ่นนั้น พบว่า ส่วนใหญ่มีผ้าปิดจมูกสีขาว และดูกระวนกระวายขณะรอผ่านเครื่องตรวจ ที่ใช้เวลาเพียงแค่ 10 วินาที

 คนที่เข้ารับการตรวจ บอกว่า เป็นเพราะเพิ่งจะมาจากจังหวัดยามางาตะ ที่ถูกระบุว่า มีสารกัมมันตรังสีเข้มข้นกว่าที่อื่น ส่วนอีกคนหนึ่งบอกว่า เป็นเพราะกำลังตั้งครรภ์ แต่เมื่อได้รับการยืนยันว่า ไม่มีความผิดปกติก็สบายใจ

 รัฐบาลเกาหลีใต้ ได้มีแผนจะติดตั้งเครื่องตรวจจับสารกัมมันตรังสีเพิ่มที่สนามบินนานาชาติกิมแฮ ที่มีผู้ใช้บริการเดินทางระหว่างเกาหลีกับญี่ปุ่นบ่อยครั้ง