ข่าว

ระดมฮ.-รถดับเพลิงโปรย-ฉีดน้ำเตา3

ระดมฮ.-รถดับเพลิงโปรย-ฉีดน้ำเตา3

18 มี.ค. 2554

เทปโก้ตั้งความหวังว่าระบบหล่อเย็นของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หมายเลข 2 จะใช้การได้ ถ้าต่อสายเคเบิลจากภายนอกสำเร็จในวันนี้ / การระดมโปรยน้ำจากเฮลิคอปเตอร์ รถดับเพลิง สายฉีด ได้ช่วยให้เตาปฏิกรณ์หมายเลข 3 เย็นลง

(18มี.ค.) บริษัทโตเกียว อิเลคทริค พาวเวอร์ หรือ เทปโก้ กำลังตั้งความหวังว่า ระบบหล่อเย็น หรือ การระบายความร้อนที่เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ หมายเลข 2 ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ฟูกูชิม่า หมายเลข 1 จะเกิดปฏิกิริยาตอบสนองภายในเร็วที่สุด คือ ในคืนวันนี้ หลังจากสามารถต่อสายเคเบิลจากภายนอก เพื่อส่งกระแสไฟฟ้าเข้าไปยังระบบหล่อเย็นได้สำเร็จในวันนี้

 ด้านประชาชนมากกว่า 285,000 คน ยังคงอาศัยอยู่ในศูนย์อพยพ ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ขณะที่ประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า ได้ย้ำความสนับสนุนของสหรัฐต่อญี่ปุ่น และยังระบุด้วยว่า จะปกป้องชีวิตพลเมืองที่อาจตกอยู่ในอันตรายส่วนบริษัทพลังงานนิวเคลียร์ อารีวา ของฝรั่งเศส ได้ส่งชุดป้องกัน , ถุงมือ และหน้ากากป้องการสารกัมมันตรังสี ไปให้คนงานที่กำลังพยายามกอบกู้วิกฤติภายในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

 ด้านสหภาพยุโรป หรือ EU ได้แนะนำให้ทั้ง 27 ชาติสมาชิก ตรวจวัดระดับสารกัมมันตรังสีในอาหารที่นำเข้าจากญี่ปุ่น และมีหลายชาติที่แนะนำให้ประชาชนเดินทางออกจากญี่ปุ่นเป็นการชั่วคราว ในช่วงที่เกิดวิกฤติโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

 เทปโก้ ระบุว่า ความพยายามที่จะระบายความร้อยที่เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์หมายเลข 3 ที่ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวและสึนามิ ค่อนข้างจะสัมฤทธิ์ผล นับตั้งแต่ใช้ทั้งเฮลิคอปเตอร์,รถดับเพลิง และสายฉีดน้ำของตำรวจ ระดมฉีดน้ำเข้าใส่เตาปฏิกรณ์โดยเฮลิคอปเตอร์ของกองกำลังป้องกันตนเองได้โปรยน้ำจำนวนหลายตันไปลงไปที่
เตาปฏิกรณ์หมายเลข 3 เพื่อหล่อเย็นแท่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว จนถึงเที่ยงคืนของเมื่อวันพฤหัสบดี รวมถึงการใช้รถดับเพลิงและสายฉีดน้ำของตำรวจฉีดน้ำเข้าใส่เตาปฏิกรณ์นานกว่า 1 ชั่วโมง ทำให้พบความคืบหน้าในที่ดีว่า ระดับความเข้มข้นของกัมมันตรังสีที่แพร่ะกระจายออกมานั้น ลดลง

 ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า ความร้อนที่เพิ่มขึ้นมาจากระดับน้ำในบ่อน้ำที่ใช้แช่แท่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว ลดลง ทำให้แท่งเชื้อเพลิงสัมผัสบรรยากาศภายนอก และอาจปล่อย
สารกัมมันตรังสีออกสู่บรรยากาศ แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ หรือ IAEA แถลงต่อผู้สื่อข่าวที่กรุงเวียนนาว่า สถานการณ์ยังคงร้ายแรง
แต่ไม่ได้เลวร้ายลง

 NHK ระบุว่า ทางการใช้เฮลิคอปเตอร์ 4 ลำ โปรยน้ำลงไปที่อาคารปฏิกรณ์นิวเคลียร์หมายเลข3  แต่จากภาพที่เผยแพร่โดย NHK ได้แสดงให้เห็นว่า มีน้ำที่โปรยสู่เตาปฏิกรณหมายเลข 3 เพียงเล็กน้อย และมีเพียงลำเดียวที่โปรยน้ำลงไปที่อาคารปฎิกรณ์โดยตรง

 ด้านเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ระบุว่า สารกัมมันตรังสีที่กระจายออกมาจากการหลอมละลายของแท่งเชื้อเพลิงในเตาปฏิกรณ์ อาส่งผลต่อสุขภาพในทันทีทันใด หรือไม่ก็ในระยะยาว รวมทั้งการได้รับพิษ หรือเป็นมะเร็ง จากการตรวจวัดความเข้มข้นของสารกัมมันตรังสี ในระยะ 80 กิโลเมตรรอบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิม่า พบว่า ยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าระดับที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ มีการพบธาตุไอโอดีน ที่เกิดจากการหลอมละลายของแท่งเชื้อเพลิวนิวเคลียร์ในน้ำ แต่ปริมาณไม่มากนัก

 ทางการได้ตรวจวัดรังสีจากร่างกายประชาชน 1 หมื่นคน ส่วนประเทศอื่น รวมทั้งสหรัฐ ได้เรียกร้องให้อพยพ หรือ อยู่แต่ในบ้าน ถ้าอยู่ในรัศมี 80 กิโลเมตรจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ IAEA ระบุว่ามีสัญญาณในแง่ดีว่า กระแสลมที่พัดจากตะวันตกเฉียงเหนือ ได้พัดพาเอากัมมันตรังสีออกทะเลแต่ภายในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ มีรายงานผู้ป่วยอย่างน้อย 20 คน ที่เป็นไปได้ว่ามีสาเหตุมาจากการปนเปื้อนสารกัมมันตรังสี อีก19 คน บาดเจ็บ และสูญหาย 2 คน