ข่าว

'สรเพชร ภิญโญ'เครียดลูกสาวป่วย

'สรเพชร ภิญโญ'เครียดลูกสาวป่วย

18 มี.ค. 2554

ศิลปินลูกทุ่งดัง “สรเพชร ภิญโญ” เครียดหนัก ลูกสาวคนเดียววัย 23 ปี เปิบอาหารสุกๆ ดิบๆ เคราะห์ร้ายพยาธิขึ้นสมอง ปวดหัวหนักต้องหามส่งโรงพยาบาล แพทย์ตรวจหลายครั้งกว่าจะพบสาเหตุ ชี้พยาธิตัวจี๊ดไชสมองจนกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา หมอเผยพบคนอีสานป่วยโรคนี้มาก เหตุชอบ

 เรื่องความเดือดร้อนของศิลปินนักร้องเพลงลูกทุ่งชื่อดัง “สรเพชร ภิญโญ” หรือ นายเสมอ จันดา วัย 60 ปี เจ้าของบทเพลง หนุ่มนาข้าวสาวนาเกลือ อันโด่งดัง และเคยได้รับรางวัลพระราชทานแผ่นเสียงทองคำเมื่อหลายสิบปีก่อน ทั้งได้รับยกย่องเป็นศิลปินมรดกอีสาน (ประเภทประพันธ์เพลงลูกทุ่ง) ปี 2552 ในวันนี้ไม่เป็นอันทำมาหากิน ต้องมานั่งเฝ้าลูกสาวคนเดียววัย 23 ปี ที่กลายเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ในห้องไอซียู โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา รวมระยะเวลาเกือบ 1 เดือน

 นายสรเพชร กล่าวว่า มีลูกสาวคนเดียว คือ น.ส.วรรณิภา จันดา หรือ น้องออย วัย 23 ปี ปกติลูกสาวมีนิสัยสนุกสนาน ชอบกินส้มตำปูปลาร้า ที่ผ่านมาก็เตือนลูกสาวอยู่เสมอว่า การกินส้มตำ หรืออาหารที่ไม่สุก ระวังจะมีพยาธิ แต่ด้วยความชอบในรสชาติ จึงไม่ได้สนใจมากนัก เวลาไปเรียนที่คณะการบัญชีและการจัดการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ก็จับกลุ่มกับเพื่อนกินส้มตำกันประจำ

 นายสรเพชร กล่าวต่อว่า ลูกสาวเล่าให้ฟังว่า ช่วงเลิกเรียนจะสั่งอาหารและนั่งกินส้มตำกับเพื่อนๆ บางวันกลับมาบ้านก็มักจะบ่นว่าปวดท้องเป็นประจำ แต่ไม่ได้สอบถามอะไรมาก เพียงพูดเปรยๆ ไปว่า น้องออยอาจจะไปกินอาหารที่ไม่สะอาดสุกๆ ดิบๆ กับเพื่อน จึงทำให้อาหารเป็นพิษก็เป็นได้ ช่วงนั้นลูกสาวไม่ได้แสดงอาการป่วยอะไรมาก ต่อมาช่วงหลังปีใหม่ 2554 ลูกสาวมักจะบ่นว่า ปวดหัวจี๊ดๆ บางวันปวดมากเหมือนกับสมองจะแตก ไม่รู้ว่าสาเหตุเป็นเพราะอะไร เพราะร่างกายก็แข็งแรงดี ไม่เคยเจ็บไข้ได้ป่วย เลยทำให้ไม่รู้ว่าทำไมปวดหัว

 "หลังจากลูกสาวบ่นว่าปวดหัวได้ 2-3 วัน เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ จึงพามาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ แพทย์ตรวจเบื้องต้นไม่พบว่ามีความผิดปกติ จึงยังไม่รู้สาเหตุของอาการปวดหัว แพทย์ขอตรวจละเอียดอีกครั้ง ประกอบกับลูกสาวยังมีอาการปวดหัวมากแพทย์จึงให้นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล เพื่อตรวจสอบและดูอาการ พร้อมกับเจาะเอาน้ำไขสันหลังไปตรวจหาที่มาของอาการ แต่ก็ไม่พบเชื้ออะไร"

 จากนั้นวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ลูกสาวเกิดอาการปวดหัวรุนแรงมากจนทรุดหมดสติไป แพทย์พยาบาลที่ดูแลต้องนำเข้าห้องไอซียูโดยด่วน แพทย์ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ จากนั้นได้ตรวจร่างกายพบว่า ลูกสาวเยื่อหุ้มสมองอักเสบ เนื่องจากติดเชื้อรุนแรง และหลังจากลูกสาวปวดหัวมากจนหมดสติ แพทย์ได้ตรวจหาเชื้อที่ทำให้เยื่อหุ้มสมองอักเสบจึงพบว่า ที่มาของอาการปวดหัวรุนแรงเกิดจากพยาธิชอนไชขึ้นสมอง และขณะนี้พยาธิกำลังกัดกินเซลล์สมองเข้าไปเรื่อยๆ จนทำให้ก้านสมองบางส่วนเริ่มจะตาย และกำลังขยายวงกว้าง แพทย์ต้องให้ยาปฏิชีวนะยับยั้งเชื้อ เพื่อให้การช่วยเหลือตามระดับ และรักษาตัวตามอาการไปเรื่อยๆ เพื่อรอดูว่าร่างกายจะตอบสนองต่อยาหรือไม่ แต่จนถึงขณะนี้ผ่านไป 27 วันแล้วที่ลูกสาวทรุดลง ยังไม่มีท่าทีว่าจะดีขึ้นแต่อย่างใด

 "ขณะนี้ทำได้แค่รักษาไปตามอาการ จนวันนี้พบอีกว่าสมองขาดเลือดจนก้านสมองตาย แต่แพทย์ยังไม่ได้ถอดเครื่องช่วยหายใจออกแต่อย่างใด เนื่องจากลูกสาวชีพจรยังเต้นอยู่ ส่วนค่ารักษาส่วนใหญ่ก็ใช้สิทธิ์บัตรทอง แต่เรื่องการผ่าตัดและให้การรักษาในด้านอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ก็คงต้องจ่ายเพิ่ม แต่ยังไม่รู้ว่าค่ารักษาทั้งหมดมีจำนวนเท่าไร ลำพังครอบครัวก็ไม่ได้มีเงินทองอะไรมาก รับงานเพลงมาแต่งส่งให้ค่ายเพลงต่างๆ พอได้เงินเล็กๆ น้อยๆ ตามอาชีพที่รักเท่านั้น ขณะนี้ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร เป็นห่วงลูกสาวมาก จึงทิ้งงานแต่งเพลงทั้งหมดที่รับมาเอาไว้แล้วหอบข้าวของมานอนเฝ้าลูกสาว โดยมีความหวังว่าลูกสาวอาจจะหายป่วยก็ได้" นายสรเพชร กล่าว

 รศ.นพ.สมศักดิ์ เทียมเก่า รอง ผอ.โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ม.ขอนแก่น หัวหน้าทีมแพทย์ผู้รักษา เปิดเผยว่า ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาที่ รพ.ศรีนครินทร์ ด้วยอาการปวดศีรษะรุนแรง เมื่อวันที่ 17 กุมภพันธ์ หลังจากปวดศีรษะรุนแรงมานานกว่า 3 สัปดาห์ ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้ป่วยได้มาตรวจ 3 ครั้ง ด้วยการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง แต่ไม่พบความผิดปกติ พบเพียงว่ามีโพรงไซนัสอักเสบเล็กน้อย

 จากนั้นวันที่ 19 กุมภาพันธ์ อาการของผู้ป่วยทรุดลง แพทย์จึงนำผู้ป่วยเข้าตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ใหม่ เพื่อหาความผิดปกติของร่างกายอีกครั้งเพื่อหาแนวทางการให้ยารักษาที่ถูกต้อง พบความผิดปกติกับภาวะสมองขาดเลือดมาเลี้ยงระยะแรก จึงตรวจน้ำไขสันหลังซ้ำใหม่อีกครั้ง จนมีการวินิจฉัยแยกโรคใหม่ขึ้น คือเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อวัณโรค แพทย์จึงให้การรักษาด้วยยาต้านวัณโรค แต่อาการก็ไม่ดีขึ้น ผู้ป่วยเรียกไม่รู้สึกตัว ไม่ตอบสนองต่อคำสั่ง แต่ก้านสมองยังทำงานอยู่ แพทย์จึงหาวิธีการรักษาอีกครั้ง

 หลังจากพบว่าก้านสมองผู้ป่วยยังทำงานอยู่ ทีมแพทย์จึงปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านระบบประสาทศัลยแพทย์ทำการผ่าตัดรักษาโดยการระบายน้ำออกจากโพรงสมอง แต่อาการผู้ป่วยก็ยังคงที่อยู่ ทีมแพทย์จึงทำได้แค่ให้การรักษาแบบประคับประคองตามอาการในขณะนี้เท่านั้น

  ศ.นพ.ภิเศก ลุมพิกานนท์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ม.ขอนแก่น เปิดเผยว่า อาการของผู้ป่วยเกิดจากโรคเยื่อหุ้มสมองและสมองอักเสบจากพยาธิ เป็นโรคที่เกิดจากพยาธิตัวกลม แองจิโอสตรองจิลัส แคนโทเนนซิส ผู้ป่วยจะมีอาการของเยื่อหุ้มสมองและสมองอักเสบ ในน้ำไขสันหลังจะพบเม็ดเลือดขาวสูงขึ้น และเป็นชนิดอีโอซิโนฟิล เป็นโรคที่พบได้บ่อยในทวีปเอเชีย และกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งประเทศไทยพบมากในภาคอีสาน

 "ที่ผ่านมาจะมีผู้ป่วยในลักษณะปวดหัวเข้ามารับการรักษาจำนวนมาก และเสียชีวิตก็หลายราย เนื่องจากปล่อยให้พยาธิชอนไชขึ้นสมองอย่างรวดเร็ว จึงทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต" ศ.นพ.ภิเศก กล่าว

 ศ.นพ.ภิเศก กล่าวต่อว่า พยาธิเหล่านี้ส่วนใหญ่จะติดต่อมายังคนได้โดยการที่คนกินหอย กุ้งน้ำจืด ปู กบ ปลาบางชนิด ตะกวด รวมทั้งพืชผัก หรือน้ำที่หอยคลานผ่าน เมื่อคนได้รับเชื้อหรือพยาธิเข้าไปจะเดินทางไปที่สมอง และเยื่อหุ้มสมอง ทำให้ผู้ป่วยเกิดการอักเสบของสมอง และเยื่อหุ้มสมองอักเสบอย่างรวดเร็ว

 "อาการเริ่มแรกหลังจากพยาธิเข้าไปในร่างกายจนขึ้นไปสู่สมองนั้น ผู้ป่วยจะมีอาการลักษณะปวดศีรษะรุนแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ตึงต้นคอ คลื่นไส้อาเจียน และความผิดปกติทางระบบประสาทเฉพาะที่ เช่น เส้นประสาทสมอง คู่ที่ 6 และคู่ที่ 7 เป็นอัมพาต ความดันสูงในสมองจากภาวะสมองบวม"

 การรักษาในปัจจุบันที่เป็นมาตรฐานคือ การเจาะระบายน้ำไขสันหลังออกร่วมกับการให้ยาเพ็ดนิโซโลน ส่วนใหญ่อาการจะหายดี แต่หากเชื้อโรคขึ้นสมองแล้วจะทำให้ผู้ป่วยปวดหัวรุนแรงมาก หากรักษาไม่ทันยับยั้งโรคไม่ได้ ก็จะทำให้ผู้ป่วยสมองอักเสบรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตกะทันหันได้

 ศ.นพ.ภิเศก กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีการเอกซเรย์สมองไม่สามารถมองเห็นพยาธิได้ แต่กรณีของลูกสาวสรเพชร ภิญโญ ที่แพทย์ระบุว่าเป็นพยาธิขึ้นสมองเนื่องจากนำน้ำจากไขสันหลังมาตรวจ พบว่ามีอาการบ่งบอกว่าสมองบวมจากพยาธิเป็นเหตุ เนื่องจากมีบางตัวของเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ผิดปกติ ซึ่งบ่งบอกได้ว่ามาจากพยาธิชอนไชในสมองทำให้สมองมีปัญหา จนทำให้คนป่วยไม่รู้สึกตัวและไม่รับรู้