ข่าว

ธปท.จับตาห่วงพิษญี่ปุ่นเกินคาดเร่งประเมินผลกระทบใหม่หารือนายกฯ21มี.ค.นี้

ธปท.จับตาห่วงพิษญี่ปุ่นเกินคาดเร่งประเมินผลกระทบใหม่หารือนายกฯ21มี.ค.นี้

18 มี.ค. 2554

ธปท.เกาะติดสถานการณ์ญี่ปุ่น รับต้องประเมินผลกระทบใหม่หลังเหตุการณ์ลุกลามมีสารกัมมันตรังสีรั่วไหล เตรียมชงข้อมูลให้นายกฯ ใน ครม.เศรษฐกิจ 21 มีนาคมนี้ ด้านสศค.ยังยืนตัวเลขผลกระทบ 0.1% ของจีดีพี สบน.ยันไม่กระทบแผนชำระหนี้คืนญี่ปุ่น

 รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ในการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจในวันที่ 21 มีนาคมนี้ นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. จะนำข้อมูลการประเมินผลกระทบจากเหตุภัยพิบัติในประเทศญี่ปุ่นต่อเศรษฐกิจที่ทีมเศรษฐกิจของ ธปท. ประเมินใหม่ เข้าหารือกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ซึ่งขณะนี้สถานการณ์หลายด้านในญี่ปุ่นมีความรุนแรงมากกว่าที่เคยประเมินไว้ เพราะหากผลกระทบจากการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีกินเวลานานถึงปลายปี ก็จะส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ

 นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธปท. กล่าวว่า ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบที่มีต่อภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวของไทย แต่สิ่งที่ต้องจับตามองคือ ตลาดเงิน โดยเฉพาะอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศจะผันผวนมากขึ้น อย่างเงินเยน ก็มีทั้งแข็งค่าและอ่อนค่าในเวลาใกล้เคียงกัน เห็นได้จากตอนนี้ ค่าเงินเยนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ 76 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ 

 นายนริศ ชัยสูตร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า สศค.ยังคงประเมินผลกระทบจากเหตุการณ์ในประเทศญี่ปุ่นต่ออัตราการขยายตัวเศรษฐกิจไทยลดลงที่ 0.1% โดยประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากด้านการค้า การนำเข้า การท่องเที่ยว การลงทุน และ การเคลื่อนย้ายเงินทุน แต่ยังไม่ได้นับรวมความเสียหายที่ยังประเมินค่าไม่ได้จากการยุติการระเบิดของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่า จะแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วหรือไม่

 ในแง่การส่งออกนั้น ประเมินว่า ไทยจะได้รับผลกระทบมากในระยะสั้น โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าขั้นกลางและส่วนประกอบ เช่น คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และ แผงวงจรไฟฟ้า เป็นต้น สำหรับสินค้าในหมวดอาหารอาจได้รับผลกระทบเพียงระยะสั้น เนื่องจากเป็นสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ ขณะที่ผลกระทบด้านการท่องเที่ยว ประเมินว่าจะมีผลกระทบปานกลางหรือระยะ 2-3 เดือนนับจากนี้ ส่วนผลกระทบด้านการลงทุนนั้น ประเมินว่า อาจมีผลกระทบต่อการลงทุนใหม่ที่ชะลอตัวลง

 นายจักรกฤศฎิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น จะไม่ส่งผลกระทบต่อแผนการชำระหนี้เงินกู้แก่ญี่ปุ่นของไทย โดยการชำระหนี้ยังเป็นไปตามเดิม และญี่ปุ่นเองก็ไม่ได้ตอบรับกรณีไทยขอชำระหนี้เร็วกว่ากำหนดในช่วงที่ผ่านมา ทั้งนี้สัดส่วนหนี้ต่างประเทศของรัฐบาลไทยทั้งหมดนั้น มีหนี้ต่างประเทศอยู่เพียง 5% เท่านั้น ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่เป็นหนี้สกุลเงินเยน