
บ่อแช่แท่งเชื้อเพลิงญี่ปุ่นยังปล่อยสาร
ญี่ปุ่นกำลังจะเจออันตรายล่าสุด คือ บ่อแช่แท่งเชื้อเพลิงใช้แล้ว ที่ยังปล่อยสารกัมมันตรังสีได้
(17มี.ค.) เมื่อวิกฤติการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะ หมายเลข 1 เปิดเผยออกมา โลกได้พุ่งความสนใจไปที่เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ 6 เตาของโรงไฟฟ้า แต่ตอนนี้มีอันตรายหน้าใหม่ ที่อาจจะร้ายแรงกว่าเปิดตัวออกมาอีกซึ่งก็คือ บ่อแช่แท่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว
บ่อมีความลึกประมาณ 14 เมตร ใช้เป็นที่จัดเก็บแท่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว ซึ่งถูกนำออกมาจากเตาปฏิกรณ์ แต่ยังคงปล่อยกัมมันตภาพรังสีในระดับสูง แท่งเชื้อเพลิงเหล่านั้นจะถูกแช่อยู่ในน้ำเย็นนานหลายปี กว่าความร้อนในตัวของมันจะลดลง จนสามารถนำไปจัดเก็บได้
ปัจจุบัน ความร้อนของแท่งเชื้อเพลิงในบ่อแห่งหนึ่งกำลังทำให้น้ำระเหยกลายเป็นไอ ขณะที่ในอีก 2 บ่อ อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากปั๊มที่นำน้ำเย็นเข้าไป เกิดไม่ทำงานจากเหตุสึนามิเมื่อวันศุกร์ แม้เจ้าหน้าที่ได้พยายามแก้ปัญหาทุกวิถีทาง แต่น้ำในบ่อเหล่านั้นยังอาจจะแห้งได้ และแท่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์จะสัมผัสกับอากาศ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น อุณหภูมิของแท่งเชื้อเพลิงก็อาจจะสูงขึ้นถึงขั้นละลาย หรือเกิดไฟลุกขึ้นได้
เมื่อนั้น ระดับของกัมมันตภาพรังสี ก็อาจพุ่งขึ้นถึงระดับอันตรายสูงสุด ทำให้ไม่มีใครสามารถเข้าไปในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เพื่อแก้ไขวิกฤติได้ รวมทั้งยังขยายผลไปถึงคนอื่นๆ ที่อยู่ไกลออกไปด้วย
สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดตอนนี้ก็คือ บ่อของเตาปฏิกรณ์หมายเลข 4 ที่ปัจจุบันไม่มีอะไรมากักสารกัมมันตรังสีไม่ให้กระจัดกระจายออกไป เพราะอาคารที่เป็นที่ตั้งของบ่อ เจอทั้งเหตุระเบิดและไฟไหม้ นั่นก็หมายความว่า หากสารกัมมันตรังสี ไอโอดีน 131 ซีเซียม 137 และอื่นๆ ถูกปล่อยออกมาจากแท่งเชื้อเพลิง สารเหล่านั้นจะสามารถขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศได้โดยตรง
ที่ต่างไปจากเตาปฏิกรณ์ ก็คือบ่อเหล่านี้อยู่นอกส่วนที่เรียกว่าคอนเทนเมนต์ ซึ่งก็คือเปลือกที่สร้างจากคอนกรีตและเหล็กกล้า เพื่อใช้ครอบเตาปฏิกรณ์สำหรับป้องกันการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสี
ฝ่ายความปลอดภัยนิวเคลียร์ของฝรั่งเศสกล่าวว่า บ่อแท่งเชื้อเพลิงของเตาหมายเลข 4 คือความวิตกกังวลสำคัญของวิกฤติการณ์ครั้งนี้ จากการประเมินเมื่อช่วงบ่ายของวันพุธ เชื่อว่าน้ำในบ่อกำลังเดือด และหากไม่มีการเพิ่มน้ำเข้าไป แท่งเชื้อเพลิงก็จะเริ่มสัมผัสกับอากาศในอีกไม่กี่วัน และหากน้ำในบ่อหมด แท่งเชื้อเพลิงก็จะละลายในที่สุด
ด้านสหภาพนักวิทยาศาสตร์ซึ่งมีฐานอยู่ในสหรัฐ กล่าวเช่นกันว่า บ่อหมายเลข 4 เป็นปัญหาเพราะแท่งเชื้อเพลิงเพิ่งถูกนำออกจากเตาเมื่อเดือนธันวาคม จึงยังมีระดับของกัมมันตภาพรังสีสูงมาก และมีความร้อนสูงกว่าแท่งเชื้อเพลิงที่เอาออกมาจากเตาอื่น และแม้ในบ่อจะมีน้ำเต็ม ระดับของกัมมันตภาพรังสีที่คนซึ่งเดินผ่านบ่อในเวลาไม่ถึงนาทีต้องเจอ ก็ยังถือว่าสูงถึงระดับอันตราย
สำหรับบ่อของเตาที่ 5 และ 6 ซึ่งเหมือนกับเตาที่ 4 คืออยู่ระหว่างการซ่อมบำรุงตอนที่เกิดแผ่นดินไหว ก็กำลังมีอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างช้าๆ และหากไม่มีการทำให้เย็นลง ในอีกไม่กี่วันก็จะเดือด แต่มีรายงานว่า ญี่ปุ่นกำลังนำเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเข้าไปเพิ่ม เพื่อรับประกันว่าน้ำในบ่อจะยังคงเย็นต่อไป สำหรับสถานะของบ่อของเตาหมายเลข 1, 2 และ 3 ไม่มีข้อมูลเปิดเผยออกมา



