
ส.ผู้ผลิตฯเผยสินค้าตกค้างเข้าท่าเรือญี่ปุ่นไม่ได้
สมาคมผู้ผลิตและส่งออกหัตถกรรมเหนือ ชี้ส่งออกได้รับผลกระทบ หลังแผ่นดินไหว-สึนามิถล่มญี่ปุ่น สินค้าตกค้างเหตุเรือเข้าเทียบท่าไม่ได้ จี้รัฐช่วยแก้ปัญหา แต่มั่นใจกระทบแค่ระยะสั้นไม่มีผลต่อปริมาณมูลค่าการส่งออก คาดใช้เวลา 1 - 2 เดือนตลาดจะกลับมาฟื้นตัว-ออร์
(17มี.ค.) นายจุลนิตย์ วังวิวัฒน์ นายกสมาคมผู้ผลิตและส่งออกสินค้าหัตถกรรมภาคเหนือ ( NOHMEX ) เปิดเผยกับ"กรุงเทพธุรกิจ"ว่า จากการประเมินผลกระทบหลังเกิดเหตุภัยพิบัติแผ่นดินไหวและสึนามิถล่มประเทศญี่ปุ่น การส่งออกสินค้าของขวัญและของตกแต่งบ้านไปตลาดญี่ปุ่นในช่วงแรกยอมรับว่ามีปัญหาเรื่องการขนส่งสินค้าทางเรือ เนื่องจากท่าเรือหลายแห่งในญี่ปุ่นได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นจนมีสินค้าตกค้าง แต่ยังไม่สามารถประเมินได้ว่ามีจำนวนมากน้อยเพียงใด ในเบื้องต้นอยากให้ภาครัฐออกมาช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาให้กับผู้ส่งออกโดยเร็ว เพราะเกรงว่าหากอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและถ้าส่งสินค้าไม่ตรงตามกำหนดเวลาอาจมีปัญหาเรื่องค่าปรับได้
ส่วนผลกระทบต่อภาพรวมการส่งออกสินค้าหัตถกรรมของภาคเหนือ ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดในญี่ปุ่นพอสมควรจนหลายฝ่ายกังวลว่าปริมาณการส่งออกและมูลค่าอาจลดลงจากปัจจัยเรื่องภัยพิบัติทที่มีต่อกำลังซื้อของคู่ค้าในญี่ปุ่น เชื่อว่าคงเกิดขึ้นในระยะสั้นๆเท่านั้นหากผ่านพ้นภาวะช็อกและสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติกำลังซื้อจะกลับมาเหมือนเดิม
"ผมมองว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีการปรับตัวและตั้งรับสถานการณ์ได้เร็ว ประชาชนมีระเบียบวินัยและยังมีกำลังใจที่ดี จึงไม่ห่วงเรื่องการฟื้นตัว คาดว่าหลังเหตุการณ์ต่างๆผ่านพ้นไปคาดว่าใช้เวลาอีก 1 - 2 เดือน เมื่อรัฐบาลหรือบริษัทประกันเริ่มจ่ายเงินชดเชย-เงินประกัน กลุ่มลูกค้าและชาวญี่ปุ่นจะเริ่มฟื้นฟูและตกแต่งบ้านเรือน"นายจุลนิตย์ กล่าว
นายจุลนิตย์ กล่าวอีกว่า การส่งออกสินค้าหัตถกรรมของภาคเหนือมีมูลค่ารวมเฉลี่ยปีละ 5,000 ล้านบาท ส่วนตลาดญี่ปุ่นมีสัดส่วนประมาณ 20 - 30% ของมูลค่ารวมทั้งหมด กลุ่มสินค้าที่ส่งไปญี่ปุ่นส่วนใหญ่เป็นเครื่องใช้ในครัวเรือน ของตกแต่งบ้าน เซรามิก ฯลฯ



