
เตือนยุ่นเหลือ48ชม.ควบคุมนิวเคลียร์
ผู้เชี่ยวชาญเตือนญี่ปุ่นเหลือ48ชม.ควบคุมโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ก่อนเลวร้ายกว่าเชอร์โนบิล สหรัฐเตือนให้ประชาชนอพยพออกจากโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะในรัศมี 80 กม. ส่วนการโปรยน้ำจากเฮลิคอปเตอร์หยุดพักชั่วคราว นักวิเคราะห์ชี้ อาจต้องใช้ถึง 100 เที่ยว
(17มี.ค.) เวบไซต์เดอะ แวนคูเวอร์ ซัน รายงานว่า ผู้เชี่ยวชาญฝรั่งเศสเตือนว่าญี่ปุ่นอาจเหลือเวลาแค่48 ชั่วโมงในการควบคุมสถานการณ์ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ก่อนที่จะเกิดหายนะเลวร้ายกว่าเหตุระเบิดที่โรงไฟฟ้าเชอร์โนบิล แต่ผู้เชี่ยวชาญบางคนไม่คิดว่าเหตุการณ์จะซ้ำรอยเชอร์โนบิล
เทียร์รี ชาร์ลส์ เจ้าหน้าที่สถาบันเพื่อการปกป้องอันตรายจากรังสีและความปลอดภัยนิวเคลียร์ของฝรั่งเศส บอกเมื่อคืนวานว่า เวลาอีก 48 ชั่วโมงจากนี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของการตัดสินใจของญี่ปุ่นในการแก้ไขปัญหาที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ 1 ในจังหวัดฟุกุชิมะ แต่เขามองในแง่ร้ายเพราะนับจากเฝ้าดูเหตุการณ์ตั้งแต่วันอาทิตย์ ยังไม่เห็นว่าความพยายามวิธีไหนจะได้ผลและสถานการณ์เสี่ยงมาก แต่ก็ยังหวังว่าญี่ปุ่นจะหาทางควบคุมได้ ส่วนเรื่องการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสี อาจเทียบเท่ากับเหตุระเบิดที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิล ส่วนฟรังซัวส์ บารวง โฆษกรัฐบาลฝรั่งเศส บอกว่า ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด สถานการณ์อาจเลวร้ายกว่าโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิล
แต่มัลคอล์ม กริมสตัน ผู้เชี่ยวชาญนิวเคลียร์ของอังกฤษ มีความเห็นต่างกัน และบอกว่าเหตุการณ์ที่โรงไฟฟ้าฟุกุชิมะจะไม่เหมือนที่เชอร์โนบิล พร้อมทั้งให้เหตุผลว่า กระบวนการทำงานของเตาปฏิกรณ์หยุดลงเกือบ 5 วันแล้ว ทำให้จนถึงขณะนี้น่าจะเหลือสารกัมมันตรังสีเพียงเกือบ 2 ใน3 และสารกัมมันตรังสีบางชนิดก็สูญสลายไปภายในไม่กี่วัน
ข้อมูลจากสมาคมนิวเคลียร์โลกระบุว่า เตาปฏิกรณ์ 11 เครื่องจากทั้งหมด 54 เครื่องในญี่ปุ่นใช้งานมากว่า 35 ปี และ 2 เครื่องในจำนวนนี้อยู่ในกลุ่มเตาปฏิกรณ์ที่มีอายุเก่าแก่ที่สุด 10 เครื่องของโลก
ขณะที่รัฐบาลหลายชาติประกาศเตือนให้ประชาชนอพยพออกจากพื้นที่ใกล้เคียงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์พื้นที่ภัยพิบัติแผ่นดินไหวสึนามิทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ กรุงโตเกียวของญี่ปุ่น โดยสหรัฐเตือนให้ประชาชนที่อยู่ในรัศมี 80 กม.จากโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ อพยพออกมาหรืออยู่แต่ในบ้านเพื่อป้องกันการได้รับสารกัมมันตรังสีที่รั่วไหล มากกว่าที่ญี่ปุ่นประกาศให้ประชาชนในรัศมี 20 กม.รอบโรงไฟฟ้าอพยพออกจากบ้านเรือน ส่วนอังกฤษขอให้ประชาชนพิจารณาอพยพออกจากโตเกียวหรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น แม้บอกว่าสถานการณ์ยังไม่มีอันตรายต่อสุขภาพอย่างแท้จริง
แต่ฝรั่งเศสได้สั่งให้ส่งเครื่องบินของรัฐบาลสองลำไปช่วยเหลือพลเมืองที่ต้องการออกจากญี่ปุ่นอพยพออกมาหรืออยู่แต่ในบ้าน ส่วนรัสเซียจะอพยพครอบครัวของนักการทูตออกจากญี่ปุ่น และเวียดนามเตรียมอพยพประชาชน
ขณะที่ฟิลิปปินส์ยังไม่มีแผนอพยพคน 306,000 คนที่อยู่ในญี่ปุ่น และกำลังติดตามคำแนะนำจากรัฐบาลญี่ปุ่นเพื่อประเมินว่าจำเป็นต้องมีการอพยพครั้งใหญ่หรือไม่
ด้านเฮลิคอปเตอร์หลายลำของกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่น ยังคมระดมโปรยน้ำลงไปที่อาคารปฏิกรณ์หมายเลข 3 ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ฟูกูชิม่า หมายเลข 1 อันเป็นความพยายามล่าสุด ในการยับยั้งอุบัติภัยทางนิวเคลียร์ ที่กำลังจะอยู่เหนือการควบคุม ซึ่งในตอนแรกนั้น ปฏิบัติการโปรยน้ำลงไปที่อาคารปฏิกรณ์ ทำได้เพียงแค่ไม่กี่เที่ยวก็ต้องระงับไปก่อน ซึ่งนักวิเคราะห์ของNHK ระบุว่า ต้องใช้ปฏิบัติการราว 100 เที่ยว ถึงจะประสบความสำเร็จ
เจ้าหน้าที่สำนักงานความปลอดภัยด้านอุตสหกรรมและนิวเคลียร์ เปิดเผยว่า ทีมวิศวกรได้เตรียมกู้ระบบไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าภายในช่วงบ่าย หลังจากใช้การไม่ได้เพราะแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 9.0 ริคเตอร์ ตามด้วยสึนามิ เมื่อวันศุกร์ โดยเมื่อสามารถกู้ระบบไฟฟ้าได้ ระบบหล่อเย็นก็จะกลับมาใช้งานได้ หลังจากใช้น้ำทะเลเป็นตัวระบายความร้อน แต่ขั้นตอนนี้อาจไม่สามารถดำเนินการได้ในทันที เพราะจะต้องซ่อมแซมปั๊มน้ำ ที่ปนเปื้อนจากการใช้สูบน้ำทะเลเสียก่อน จึงจะสามารถใช้การได้ใหม่ และอาจต้องใช้ปั๊มชั่วคราวแทนไปก่อน
การเคลื่อนไหวของญี่ปุ่น มีขึ้นหลังจากนายเกรกอรี่ แจ็คโก้ กรรมาธิการกำกับดูแลนิวเคลียร์ของสหรัฐ แถลงต่อคณะอนุกรรมาธิการด้านพลังงานและการค้าวา เชื่อว่า ได้เกิดการระเบิดของไฮโดรเจนที่อาคารปฏิกรณ์หลังที่ 4 ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ฟูกูชิม่า หมายเลข 1 อันเนื่องมาจากแท่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ ได้โผล่พ้นจากน้ำและเชื่อว่าคอนเทนเนอร์ชั้นที่ 2 ได้ถูกทำลายเพราะแรงระเบิด ทำให้ไม่มีน้ำสำหรับการหล่อเย็นแท่งเชื้อเพลิง และเชื่อด้วยว่า ระดับของสารกัมมันตรังสี กำลังเข้มข้นอย่างยิ่ง ซึ่งเป็นไปได้ว่าจะส่งผลต่อความสามารถในการใช้มาตรการแก้ไขด้วย ขณะที่ทางการญี่ปุ่น ยังคงปฎิเสธว่า ยังไม่พบระดับความเข้มข้นของกัมมันตรังสี
น้ำมีความสำคัญอย่างยิ่ง ในการใช้หล่อเย็นและปกป้องแท่งเชื้อเพลิง แต่เมื่อแท่งเชื้อเพลิงที่มียูเรเนียมเป็นส่วนประกอบ ปราศจากน้ำหล่อเย็น ก็จะทำให้เกิดความร้อนจัด และก่อให้เกิดก๊าซไฮโดรเจน ส่วนภาวะที่เกิดไฟไหม้ ถือเป็นสถานการณ์ที่ร้ายแรงอย่างยิ่ง และถึงขั้นที่ประชาชนอาจต้องสละชีวิต ซึ่งผู้เชี่ยวชาญยังตอบไม่ได้ว่า อาจไปถึงจุดนั้นหรือไม่
NHK รายงานว่า การที่ต้องใช้เฮลิคอปเตอร์โปรยน้ำลงไปที่เตาปฎิกรณ์นิวเคลียร์ ก็เพราะมีสารกัมมันตรังสีในระดับสูงในพื้นที่โดยรอบ ขณะที่สำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ หรือIAEA ระบุว่า อุณหภูมิของน้ำที่ใช้หล่อเย็นแท่งเชื้อเพลิงใช้แล้ว ต้องต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส
ด้านสหรัฐ ได้ประจำการเครื่องบินตรวจจับสภาพบรรยากาศ WC-135 W คอนสแตนท์ ฟีนิกซ์ เพื่อช่วยตรวจจับสารกัมมันตรังสี ในบรรยากาศทั่วญี่ปุ่น ซึ่งปกติแล้ว เครื่องบินลำนี้จะประจำการอยู่ที่ฐานทัพอากาศออฟฟัตต์ ในรัฐเนบราสก้า แต่ได้ย้ายไปที่ฐานทัพอากาศเอลสัน ในรัฐอลาสก้า เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับภารกิจแรก ในการตรวจจับสารกัมมันตรังสีในช่วงเวลาจริง
ทางการได้อพยพคนงานออกจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เมื่อวันพุธ หลังจากระดับสารกัมมันตรังสีเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ และเมื่อความเข้มข้นลดลง ก็อนุญาตให้คนงานกลับไปทำงานตามเดิม แต่จำนวนคนงานได้ลดลงจาก 800 คน เหลือ 50 คน แต่ก็เพิ่มเป็น 180 คน เมื่อบ่ายวันพุธ
ด้าน NHK ระบุว่า เทศบาล 31 แห่ง ของจังหวัดฟูกูชิม่า รองรับผู้อพยพไว้อย่างน้อย 28,152 คนแต่ก็พบว่า ศูนย์พักพิงชั่วคราวหลายแห่ง มีคนล้นเกินกว่าจะรับเพิ่มได้อีก มีหลายคน ที่ต้องหาที่อยู่ใหม่ หลังจากศูนย์อพยพเดิมแออัดเกินไป และมีหลายคนที่ยังไม่ผ่านการตรวจหาสารกัมมันตรังสีตามร่างกาย
โรงแรม 17 แห่ง ในจังหวัดนิอิงาตะ ถูกจองเต็มจากผู้ที่อพยพไปจากจังหวัดฟูกูชิม่า ส่วนจังหวัดยามางาตะ ได้เริ่มการตรวจสุขภาพและทดสอบหาสารกัมมันตรังสีให้ประชาชนที่อพยพมาจากจังหวัดฟูกูชิม่า ตามศูนย์พักพิง 4 แห่ง ขณะที่จังหวัดโทชิกิ ที่อยู่ใกล้เคียง ก็ต้องรองรับผู้อพยพระลอกใหม่ และมีการตรวจสุขภาพและตรวจหาสารกัมมันตรังสีด้วย



