
"ชวรัตน์"ปัดทุจริตคอมพ์ฉาวยันทำตามขั้นตอน
"ชวรัตน์" ปัดทุจริตคอมพ์ฉาว แจงทำตามทุกขั้นตอน ตอกกลับประกวดราคารัฐบาลเก่าแพงยับ อัดฝ่ายค้านเลือกปฏิบัติ ยันโยกย้ายมหาดไทยโปร่งใส ท้าแฉหลักฐานซื้อ-ขายเก้าอี้สิงห์คลองหลอด โบ้ยไอซีทีทำบัตรสมาร์ทการ์ดสะดุด ด้าน"องอาจ"ขย่ม"บรู๊ค"กลางสภา ขู่ฟอดระวังจะติดคุก
(17มี.ค.) ต่อมาเวลา 01.04 น. นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงหมาดไทย ชี้แจงว่าเรื่องที่ตนรับไม่ได้คือการทุจริตที่นายชวลิตบอกว่ากระ ทรวงมหาดไทยไม่เคยตกต่ำขนาดนี้ แต่นายชวลิตกำลังยำยี่สถานที่ที่ทำให้ได้ดี และอยากได้ดิบได้ดีด้านการเมืองใช่หรือไม่ ส่วนเรื่องโครงการคอมพิวเตอร์ที่กล่าวหาเป็นเรื่องเก่า โดยโครงการนี้เริ่มต้นครั้งแรกปี 2545 เป็นผู้อนุมัติให้กรมการปกครองดำเนินการ แต่ทำงานมา 6 ปีไม่มีคำถามจากใคร โดยในปี 2547 ถึง 2553 มีบริษัทคอนโทรลดาต้าเป็นผู้ชนะการประกวดราคา เมื่อเสร็จ 6 ปี กรมการปกครองจึงต้องดำเนินการประกวดราคาครั้งใหม่ ในเฟสที่ 2 ซึ่งบริษัทคอนโทรดาต้า ก็ชนะการประกวดราคาอีกครั้งโดยให้ราคากลางต่ำกว่าเฟสที่ 1 แต่เฟสที่ 2 มีเนื้องานมากกว่า โดยเมื่อการประกวดราคาเฟสที่ 1 ราคาแพงกว่านี้ฝ่ายค้านกลับไม่สงสัย แต่พอบริษัทเดียวกันชนะการประกวดราคา ฝ่ายค้านกลับมีปัญหา ทั้งที่เป็นบริษัทเดิม
นายชวรัตน์ กล่าวต่อว่า แต่เมื่อเกิดปัญหาตนไมได้เพิกเฉยได้ตั้งคณะกรรมการ โดยมีสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ( สตง. ) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ( ดีเอสไอ ) เข้ามาเข้าร่วมตรวจสอบ โดยผลสอบของกระทรวงมหาดไทยพบว่าไม่มีการทำผิดกฎหมาย และนอกจากนี้ ภายหลังการประกวดราคาแล้ว ก็ต้องมีการทำสัญญากับบริษัทที่ชนะ หากไม่ทำสัญญา ก็เกรงว่าจะถูกฟ้องข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ถึงแม้กรมการปกครองทำสัญญา แต่นายกฯสั่งให้ตรวจสอบ ก็ทำตามบัญชา ตนก็สั่งให้ชะลอโครงการแล้ว และหากมีการทุจริตจริงก็ไม่มีใครพ้นน้ำมือกฎหมาย โดยเฉพาะตนด้วย หากมีทุจริตจริง บริษัทคงมาแฉหมดแล้ว และไม่กล้าไปฟ้องศาลเพราะกลัวข้อหาติดสินบนเจ้าพนักงาน แต่ขณะนี้บริษัทได้ไปฟ้องศาล เพราะมั่นใจกับความบริสุทธิ์ เพราะฉะนั้นไม่มีเหตุผลเลยว่าทุจริต จึงอยากให้ย้อนไปดูในช่วงของรัฐบาลเก่าของฝ่ายค้านมากกว่า
นายชวรัตน์ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการ ที่บอกมีการซื้อขายตำแหน่ง ในยุคนี้ตนยืนยันได้ว่าไม่มี คนอย่างตนไม่เคยซื้อขายตำแหน่ง ทุกตำแหน่งเป็นของข้าราชการ ตนมีอำนาจแต่งตั้งปลัดกระทรวงมหาดไทยตำแหน่งเดียว ตำแหน่งอื่นเป็นอำนาจปลัดกระทรวง หากไม่เชื่อให้ฝ่ายค้านนำพยานมายืนยันว่าซื้อตำแหน่ง ถ้าพิสูจน์ได้พร้อมพิสูจน์ตามกฎหมายถ้าขายตำแหน่งกิน ส่วนการโยกย้ายนายวงศักดิ์ เป็นเรื่องปลัดมหาดไทยเป็นผู้ออกคำสั่ง ตนไม่มีอำนาจ เมื่อนายวงศักดิ์ไปร้องคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม ( ก.พ.ค. ) และ ก.พ.ค.ก็มีมติเมื่อวันที่ 14 มี.ค.ให้ให้คืนตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครอง ปลัดมหาดไทยก็กำลังตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาทันที ไม่ได้มีการดึงเรื่อง และหากได้ข้อยุติก็จะส่งเรื่องให้คณะรัฐมนตรี ( ครม. ) พิจารณา
นายชวรัตน์ ยังชี้แจงถึงปัญหาเรื่องบัตรประชาชนแบบเอนกประสงค์ หรือ( สมาร์ทการ์ด ) ว่า กระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่จัดส่งบัตรประชาชนเท่านั้นไม่ใช่เป็นผู้จัดซื้อ แต่เป็นหน้าที่ของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ( ไอซีที ) แต่เมื่อกระทรวงไอซีทีจัดซื้อมากลับผิดกับกฎกระทรวงมหาดไทย ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกาวินิจฉัยแล้วว่าผิดกฎกระทรวง ดังนั้นเป็นเรื่องที่กระทรวงไอซีทีซื้อผิดกฎหมาย เพราะไปชื่อนักการเมืองรายหนึ่ง บอกให้ซื้อได้เลยทั้งที่ขัดกฎหมาย แต่กลับเพิ่มรายละเอียดในบัตรสมาร์ทการ์ดจนขัดต่อกฎหมาย และกระทรวงมหาดไทยไม่สามารถออกบัตรได้ ปัญหานี้จะไม่เกิดขึ้นถ้ากระทรวงไอซีทีจัดซื้อบัตรตามที่กฎหมายกำหนด ดังนั้นกระทรวงมหาดไทยไม่ใช่ต้นเหตุของปัญหานี้ เมื่อครม.มติให้ใช้ได้ กระทรวงมหาดไทยจึงออกกฎกระทรวงเพื่อรองรับบัตรที่ผลิตแล้วทันที
นายชวรัตน์ กล่าวต่อว่า ส่วนข้อกล่าวหามีการจัดซื้อที่ดินของการประปานส่วนภูมิภาคจัดซื้อที่ดินแพงเกินราคา ตนได้ตั้งกรรมการแต่งตั้งข้อเท็จจริงแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น นายประชา ประสพดี กล่าวอภิปรายว่าได้อภิปรายมาชั่วโมงกว่า แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกลับตอบประเด็นเรื่องที่ดินด้วยกระดาษแผ่นเดียว ประชาชนรอฟังคำชี้แจง ดังนั้นขอให้รัฐมนตรีสำเนาเอกสารว่ามีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเมื่อวันที่เท่าไหร่ด้วย ทำให้นายชวรัตน์ ชี้แจงว่า ได้ออกคำสั่งตั้งคณะกรรมการลงวันที่ 11 มี.ค. 2554 แล้ว
ต่อมาเวลา 1.50 น. มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจและยื่นถอดถอนนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยนายดนุพร ปุณณกัณฑ์ ส.ส.กรุงเทพ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า 1. บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ที่อยู่ในการกำกับของสำนักนายกรัฐมนตรี มีการใช้งบประมาณที่สิ้นเปลืองโดย โดยมีการเซ็นสัญญาเช่าซื้อระบบการสื่อสารแบบเทเลพรีเซนต์ จากอเมริกาไปติดตั้งในทำเนียบรัฐบาลแม้ยังไม่เคยทดลองใช้โดยอ้างว่านำไปใช้ประชุมทางไกลกับบุคคลสำคัญ ทั้งที่บริษัทฯมีระบบการจัดการประชุมโดยให้พนักงานในระดับภูมิภาคเข้ามาประชุมในกรุงเทพฯอยู่แล้ว รวมถึงมีรถถ่ายทอดสดหลายคันที่สามารถใช้ทดแทนกันได้
นายดนุพร กล่าวอีกว่า 2.นายองอาจยังมีส่วนต่อการทุจริตคอร์รัปชั่นและเอื้อประโยชน์พวกพ้องในกรณีที่กระทรวงพาณิชย์ได้ว่าจ้างให้อสมท. ผลิตรายการพาณิชย์สร้างสรรค์ จำนวน 50 ล้านบาทแต่อสมท. กลับไปจ้างบริษัทภายนอกทั้งที่อสมท. มีบริษัทลูกที่สามารถดำเนินการเองได้ อีกทั้งมีการเซ็นสัญญาว่าจ้างย้อนหลัง 3. การแต่งตั้งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ที่ไม่มีคุณสมบัติตามที่ระเบียบกำหนดไว้ และการบริหารที่ผ่านมาบ่งบอกว่าไม่เป้นเอกภาพ
ด้านนายองอาจ ชี้แจงว่า ข้อมูลที่นายดนุพรกล่าวหาเช่นนี้ สามารถกระทำผ่านการยื่นกระทู้ หรือตั้งอนุกรรมการสอบสวนถือว่ามากเกินไป แต่นายดนุพรกลับนำมาอภิปรายไม่ไว้วางใจ และส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป . ป . ช .) โดยใช้ลีลาการนำเสนอที่น่าสนใจ ในฐานะนักแสดงเก่า ทั้งนี้ตนยืนยันว่าไม่ได้ทุจริต เพราะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเพราะข้อกฎหมายต่างๆ อาทิ พรบ.ทุนรัฐวิสาหกิจ และพรบ. บริษัทมหาชน ได้กำหนด รวมถึงพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งอสมท . ไม่ได้ให้อำนาจใดๆแก่รัฐมนตรีที่จะไปยุ่งเกี่ยวกับการบริหารงานของอสมท.ได้เลย อย่างไรก็ตามขอเตือนว่าการใช้ข้อมูลที่เป็นเท็จเช่นนี้จะมีโทษ เพราะข้อมูลต่างๆทั้งหมดนี้จะต้องถูกส่งไปให้ปปช. พิจารณาตามญัตติที่ได้มีการยื่นเสนอขอถอดถอนตนออกจากตำแหน่ง
นายองอาจ กล่าวต่อว่า การดำเนินงานทุกอย่างของอสมท. ไมได้ขึ้นอยู่กับอำนาจรัฐมนตรี เช่น การแต่งตั้งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ที่มาจากการสรรหาของคณะกรรมการ รัฐมนตรีไม่ได้แต่งตั้ง รมต.จะมีส่วนร่วมเพียงในกรณีที่อสมท.จะดำเนินการทำโครงการใหม่ ที่มีมูลค่ามากกว่า 1 ล้านบาท ซึ่งรมต.สำนักนายกฯต้องนำเรื่องให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา และตั้งแต่ตนมารับตำแหน่งยังไม่เคยดำเนินการใดๆ ขณะที่การจัดจ้างบริษัทภายนอกอสมท. สามารถพิจารณาได้เอง เพราะวงเงินรวมคือ 50 ล้าน ไม่เกินระเบียบข้อบังคับ



