
นศ.ไทยในญี่ปุ่นกลับถึงสุวรรณภูมิแล้ว
นักศึกษาไทยในประเทศญี่ปุ่น เดินทางกลับบ้านถึงสานามบินสุวรรณภูมิ ระบุ คนไทยในญี่ปุ่นอยากกลับประเทศแต่เจอตั๋วแพง
ที่สุวรรณภูมิ เมื่อเวลา 23.15 น. คืนวานนี้(16มี.ค.) กลุ่มนักศึกษาไทยในประเทศญี่ปุ่นรวมทั้งชาวไทยในญี่ปุ่นเดินทางจากประเทศญี่ปุ่น ด้วยสายการบินไทย เที่่ยวบิน ทีจี 677 จากนาริตะ ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ รวมประมาณ 35 คน ด้วยความปลอดภัย ท่ามกลางกลุ่มญาติพี่น้องมารอรับพร้อมด้วยสื่อมมวลชนมารอทำข่าวอย่างคับคั่ง ซึ่งการเดินทางกลับประเทศไทยของกลุ่มนักศึกษาไทยในญี่ปุ่นในครั้งนี้ได้รับความช่วยเหลือจากกลุ่มจิตอาสาในนามกลุ่มฟิวส์กู๊ดอิงส์ ซึ่งประสานงานบนโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ค อย่างเฟสบุ๊ค และทวิตเตอร์ ช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายตั๋วเครื่องบินไปและกลับประเทศไทย-ญี่ปุ่น จำนวน 34 ราย โดยมีนายกฤช กฤษณาวาริทร์ เป็นหัวหน้ากลุ่ม
นายกฤช กล่าวว่า การช่วยเหลือครั้งนี้ได้รวมกลุ่มกันกับเพื่อนในโซเชียลเน็ตเวิร์ค และมีหนึ่งในกลุ่มติดต่อกับกลุ่มนักศึกษาไทยในญี่ปุ่นที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุภัยพิบัติ ต้องการเดินทางกลับบ้าน แต่ไม่มีเงินทุนเพียงพอสำหรับการซื้อตั๋วเครื่องบินเดินทางกลับทางกลุ่มจึงได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ โดยมีพรอพเพอร์ตี้เพอร์เฟค เป็นกลุ่มทุนหลักในการช่วยเหลือและทางกลุ่มยังจะได้จัดคอนเสิร์ต เพื่อระดมทุนช่วยเหลือคนไทยในญี่ปุ่น รวมถึงชาวญี่ปุ่นที่ได้รับความเดือดร้อน โดยจะมีศิลปินจากทุกค่ายทุกสังกัดเข้าร่วมแสดงเพื่อระดมทุนช่วยเหลือ
ด้าน น.ส.จุฑาทิพย์ วิวัฒนาพันธุวงศ์ นักศึกษาไทยในประเทศญี่ปุ่นกล่าวว่า ตนเรียนระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยโตโฮคุ เมืองเซนได และยังมีนักศึกษาไทยในเมืองเซนได 34 คน ที่มารวมกลุ่มขอความช่วยเหลือผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค เพื่อจะได้เดินทางกลับบ้าน ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิ รู้สึกตก ใจมาก ทุกวันนี้ยังหวาดผวา เนื่องจากจังมีอาฟเตอร์ช็อคอยู่ตลอดเวลาแทบจะประสาทหลอน และขระนี้ปัญหาของคนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัตินี้กำลังประสบกับการขาดแคลนน้ำ และทางการญี่ปุ่นก็กำลังแจ้งเตือนในการใช้น้ำไฟอย่างประหยัดด้วย อาหารการกินก็เริ่มได้รับผลกระทบ เพราะผู้คนส่วนใหญ่จะออกไปกว้านซื้อข้าวของกักตุนโดยเฉพาะอาหารกระป๋อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นักศึกษาไทยส่วนใหญ่มีสีหน้าดีใจที่ได้กลับบ้านมาเจอญาติพี่น้อง เนื่องจากตลอดเวลาตั้งแต่เกิดเหตุการณ์พ่อแม่พี่น้องทางบ้านจะวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ที่ญี่ปุ่น เพราะนอกจากภัยพิบัติทางธรรมชาติแล้วยังต้องประสบกับสารพิษจากสารกัมมันตรังสีรั่วไหลจากโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ที่ระเบิดขึ้น หลายคนร้องห่มร้องไห้เพราะความเป็นห่วงลูกหลาน นอกจากนี้ทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยังอำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขเพื่อตั้งด่านตรวจสอบสารปนเปื้อนกัมมันตรังสี พร้อมให้คำแนะนำ และเอกสารสำหรับกรอกแบบสอบถามกลุ่มผู้โดยสารที่เดินทางกลับจากประเทศญี่ปุ่นด้วย และจะมียาพร้อมเครื่องมีช่วยเหลือหากพบสารพิษดังกล่าว ขระเดียวกันทางกระทรวงสาธารณสุขยังมีโรงพยาบาลแนะนำให้ผู้มีสารปนเปื้อเข้ารักษาที่ รพ.นพรัตน์ และ รพ.ราชวิถี
พนารัตน์ เลิศธนมงคลสุข ที่เพิ่งเดินทางกลับจากประเทศญี่ปุ่น ให้สัมภาษณ์ในรายการ"เก็บตกจากเนชั่น"ว่า ตนอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นมา 8 ปีแล้วตั้งแต่เรียนหนังสือจนกระทั่งทำงาน สำหรับเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศญี่ปุ่น ตนถือว่าเป็นศูนย์กลางของคนไทยขณะนั้นเพราะแต่ละคนได้ฝากข้อความและเรื่องราวของตนเองไว้ว่าทำอะไร อยู่ที่ไหน ตนอาศัยอยู่ที่ชิบะ ซึ่งหลังเตาปฏิกรณ์ระเบิดคนชิบะกังวลไม่กล้าดื่มน้ำ เพราะประชาชนส่วนใหญ่จะติดตามข่าวสารจากอีเมล์ แม้ทางการจะยังไม่ออกประกาศก็ตามทั้งนี้รวมไปถึงคนในโตเกียวเช่นกันก็ไม่กล้าดื่มน้ำ อย่างไรก็ตามภายหลังแต่ทางการเริ่มประกาศแต่ระบุว่าปริมาณสารยังน้อยและควบคุมได้แต่ประชาชนไม่กล้าดื่มแล้ว
" คนญี่ปุ่นเชื่อมั่นในรัฐบาล เชื่อว่ารัฐบาลต้องพูดความจริง และไม่มีใครตื่นตัวกับเหตุการณ์แล้ว กลับมาใช้ชีวิตปกติมาก ๆ หลัง ๆ ไม่ดูข่าวกันแล้วเพราะเครียด เพื่อนเริ่มดูการ์ตูนกันแล้ว "
ได้มีโอกาสไปซุปเปอร์มาเก็ตข้างบ้านหลังวันเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว 1 วันประชาชนเริ่มออกมาจับจ่ายใช้สอยแต่ก็เป็นได้วยความเป็นระเบียบ ไม่มีการยื้อแย่ง เพื่อซื้อสินค้าแต่อย่างใด ทุกคนเข้าคิว อย่างไรก็ตามบางเหตุการณ์ที่ประเทศอื่นอาจมองว่าน่าตื่นตระหนกเช่นเมื่อวานนี้มีภูเขาไฟปะทุแต่ไม่มีการออกข่าวเพราะภูเขาไฟลูกนี้ปะทุทุกวันอยู่แล้ว ทางการมีการติดตั้งกล้อง แต่ไม่มีการเตือนภัยเพะราถือเป็นเรื่องปกติ ทำให้มีการทวิตเตอร์แต่จริง ๆ ไม่มีอะไร
ทั้งนี้ในขณะที่ตนเดินทางกลับที่สนามบินเต็มไปด้วยคนต่างชาติไม่มีคนญี่ปุ่นเลยและยังคนไทยอีกจำนวนมากต้องการเดินทางกลับ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาแต่หลายคนทราบว่าอาจถูกโก่งราคาค่าตั๋ว สำหรับตนซื้อตั๋วในราคาสามหมื่นกว่าบาท เป็นราคาที่ยอมรับได้เพราะเป็นช่วงไฮซีซั่น แต่มีข่าวบอกว่าบางคนต้องซื้อในราคา 5 - 6 หมื่นบาท ซึ่งส่วนมากทราบมาจากการทวิตเตอร์ อย่างไรก็ตามคนไทยบางรายเดินทางไปพักชั่วคราวที่ไต้หวันก็มีเนื่องจากพ่อแม่เป็นห่วงรอให้เหตุการณ์สงบอาจเดินทางกลับไปญี่ปุ่นหรือไทยก็ได้ แต่บางคนทำงานทางบริษัทไม่อนุญาตให้เดินทางกลับก็มี



