
สหรัฐยืดเก็บภาษีเอดีกุ้งไทยต่ออีก5ปี
สหรัฐต่ออายุเก็บภาษีเอดีกุ้งไทยและอีก 4 ประเทศต่ออีก 5 ปี อ้างหากยกเลิกจะเป็นการเปิดให้มีการทุ่มตลาดค้าขายไม่เป็นธรรม ปกป้องผู้ทำประมงของสหรัฐ
เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการการค้าระหว่างประเทศ (ไอทีซี) ของสหรัฐอเมริกา ได้ลงมติด้วยคะแนน 5 ต่อ 1 เสียง ให้ยืดระยะเวลาเก็บภาษีนำเข้ากุ้งจาก 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย บราซิล จีน อินเดีย และเวียดนาม ฐานทุ่มตลาด หรือส่งออกกุ้งด้วยราคาที่ต่ำกว่าความเป็นจริงต่อไปอีก 5 ปี โดยไอทีซีระบุว่า การยกเลิกคำสั่งต่อต้านการทุ่มตลาด (เอดี) กุ้ง จะเป็นการเปิดโอกาสให้ 5 ประเทศดังกล่าวขายกุ้งแช่แข็งในตลาดสหรัฐได้อีกครั้ง ในราคาที่ต่ำจนไม่เป็นธรรม
ทั้งนี้ ไอทีซีประกาศจัดเก็บภาษีนำเข้ากุ้งจาก 5 ประเทศดังกล่าว เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2548 และมีกำหนดหมดอายุในปีนี้ โดยประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกกุ้งรายใหญ่สุด ไปยังตลาดสหรัฐ ด้วยจำนวน 200 ล้านกิโลกรัมเมื่อปีที่แล้ว แม้จะโดนเรียกเก็บภาษีในอัตราสูงก็ตาม ซึ่งคำตัดสินข้างต้น ถือเป็นชัยชนะครั้งล่าสุดของเหล่าผู้ทำประมงกุ้งในสหรัฐ ที่กำลังได้รับผลกระทบอย่างหนัก จากเหตุน้ำมันของแท่นขุดเจาะบริษัทบีพี รั่วไหลในอ่าวเม็กซิโก
ก่อนหน้านี้ นายเจมส์ บลองชาร์ด ผู้ทำประมงกุ้งในรัฐลุยเซียนา เข้าให้ข้อมูลต่อไอทีซีเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ว่า ตนกังวลว่าบริษัทประมงกุ้งจำนวนมากในอ่าวเม็กซิโกของสหรัฐ จะต้องปิดกิจการถ้าหากมีการยกเลิกภาษีนำเข้า
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีการเก็บภาษีนำเข้าดังกล่าว สหรัฐก็ยังคงนำเข้ากุ้งคิดเป็นมูลค่ามากถึง 1,240 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปี 2553 โดยกุ้งกว่า 1 ใน 3 ในจำนวนดังกล่าวมาจากไทยขณะที่กุ้งจากเอกวาดอร์ อินโดนีเซีย เวียดนาม และจีน มีสัดส่วนรองลงมา
ที่ผ่านมา นักการเมืองจำนวนมากในรัฐที่อยู่ติดอ่าวเม็กซิโกพยายามกดดันไอทีซีให้ต่ออายุภาษีดังกล่าว ในจำนวนนี้รวมถึงนายบ๊อบบี จินดาล ผู้ว่าการรัฐลุยเซียนา และนายฮาลีย์ บาร์เบอร์ ผู้ว่าการรัฐมิสซิสซิปปี ซึ่งนายจินดาลระบุในจดหมายที่ส่งถึงไอทีซีเมื่อเดือนที่แล้วว่า รัฐบาลบราซิล จีน อินเดีย ไทย และเวียดนาม ใช้ความพยายามเป็นอย่างมากในการช่วยเหลืออุตสาหกรรมกุ้งของตัวเอง



