ข่าว

ญี่ปุ่นเล็งตำหนิเกาหลีเหนือบนเวทีอาเซียน

ญี่ปุ่นเล็งตำหนิเกาหลีเหนือบนเวทีอาเซียน

11 เม.ย. 2552

พัทยา - ญี่ปุ่นกำลังพยายามผลักดันให้เวทีประชุมผู้นำอาเซียนและชาติเอเชียที่เป็นคู่เจรจาออกแถลงการณ์ประณามเกาหลีเหนือกรณีดึงดันปล่อยจรวดเมื่อกว่าหนึ่งสัปดาห์ที่แล้ว

 สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันศุกร์ (10 เม.ย.) อ้างแหล่งข่าวนักการทูตคนหนึ่งระบุว่า ญี่ปุ่นกำลังพยายามผลักดันให้เวทีประชุมสุดยอดอาเซียนและประเทศคู่เจรจาที่จัดขึ้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ออกแถลงการณ์ที่ใช้ถ้อยคำแข็งกร้าวต่อกรณีการปล่อยจรวดของเกาหลีเหนือ โดยญี่ปุ่นเสนอเนื้อหาของแถลงการณ์ให้แก่ประเทศไทยซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมแล้ว และเกาหลีใต้ก็ได้ให้การสนับสนุนในเรื่องนี้ แต่สถานทูตเกาหลีเหนือในกรุงเทพฯ ได้ส่งสัญญาณคัดค้านการออกแถลงการณ์ใดๆ ต่อการยิงจรวดเมื่อวันที่ 5 เมษายน ที่ผ่านมา ส่วนจะมีการออกแถลงการณ์ในเรื่องนี้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับฝ่ายไทยว่าจะรวมเข้าไปในแถลงการณ์การประชุมหรือไม่ 


 แหล่งข่าวคนเดิมซึ่งมีส่วนร่วมกับการเตรียมการประชุมครั้งนี้กล่าวด้วยว่า ต้องรอดูท่าทีของจีนเกี่ยวกับเรื่องนี้ แม้ว่าที่ผ่านมาจีนจะปกป้องสิทธิของเกาหลีเหนือในการใช้อวกาศอย่างสันติ และปฏิเสธที่จะประณามเกาหลีเหนือที่เป็นชาติพันธมิตรใกล้ชิดของตน


 สำหรับการประชุมระดับผู้นำในภูมิภาคเอเชียที่เริ่มขึ้นในวันเสาร์นี้ โดยมีผู้นำจาก 10 ชาติอาเซียน และอีก 5 ชาติ จากจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ มาร่วมประชุม มีเพียงอินเดียประเทศเดียวที่ส่งระดับรัฐมนตรีมาร่วมแทน โดยนายกรัฐมนตรี มันโมฮัน ซิงห์ ให้เหตุผลด้านสุขภาพ คาดว่าประเด็นสำคัญที่จะมีการหารือกันจะเป็นเรื่องการหาทนทางเพื่อฉุดภูมิภาคออกจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก

    ขณะเดียวกันคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้มีมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมต่อเกาหลีเหนือให้จำกัดการโอนเงินไปยังเกาหลีเหนือเข้มงวดกว่าเดิมเพื่อลงโทษที่ปล่อยดาวเทียมซึ่งหลายฝ่ายเชื่อว่าเป็นการทดลองขีปนาวุธพิสัยไกล หลังจากที่รัฐบาลญี่ปุ่นเพิ่งตัดสินใจขยายระยะเวลาคว่ำบาตรทางการค้าต่อเกาหลีเหนือต่อไปอีก 1 ปี โดยภายใต้มาตรการคว่ำบาตรใหม่ที่จะมีผลบังคับใช้สัปดาห์หน้า ระบุให้ต้องรายงานการโอนเงินทุกชนิดไปยังเกาหลีเหนือที่มีมูลค่าเกิน 10 ล้านเยน (ราว 3.5 ล้านบาท) ต่อรัฐบาลก่อน


 นอกจากนี้ ยังมีรายงานของนักวิเคราะห์ที่ระบุว่า การที่นายคิม จอง อิล ผู้นำเกาหลีเหนือ เลื่อนนายจาง ซอง เต็ก น้องเขย ขึ้นสู่ตำแหน่งทรงอิทธิพลทางกองทัพ แสดงให้เห็นชัดเจนว่า นายคิมกำลังวางนายจางไว้เป็นผู้นำอันดับ 2 โดยมองว่า หากนายคิมเสียชีวิตกะทันหัน นายจางมีแนวโน้มที่จะเข้ารับตำแหน่งมากที่สุด หรืออาจจะทำหน้าที่ที่ปรึกษาให้แก่บุตรชายคนใดคนหนึ่งของนายคิม หากเขาไม่คิดจะรับตำแหน่งเอง ส่วนผู้นำอันดับ 2 อย่างเป็นทางการ คือ นายคิม ยอง นัม วัย 81 ปี