
พื้นที่ดินไหวญี่ปุ่นต้องรับมือศพล้นเชิงตะกอน
พื้นที่ประสบภัยแผ่นดินไหวต้องรับมือปัญหาศพล้นเชิงตะกอนไม่พอเผา เกิดการขาดแคลนอาหารและสิ่งจำเป็นในหลายพื้นที่
(16มีนาคม) เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เดอะ การ์เดียน ของอังกฤษ รายงานว่า การรับมือกับศพเหยื่อแผ่นดินไหวและสึนามิ ได้กลายเป็นปัญหาที่หนักอึ้ง ในเมืองอิชิโนมากิ ซึ่งนายเอสึโระ คิตามารุ รองนายกเทศมนตรี ประเมินว่า ประชากร 1 หมื่นคน จากทั้งหมด 160,000 คน อาจจะเสียชีวิตในช่วงที่สึกนามิซัดเข้าถล่มพื้นที่บริเวณชายฝั่ง เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และแม้ชาวญี่ปุ่นจะมีธรรมเนียมการเผาศพ แต่ไม่อาจนำมาใช้เป็นทางเลือกในช่วงที่ขาดแคลนเชื้อเพลิง หรือ สถานที่ประกอบพิธีได้ เมืองอิชิโนมากิ มีเชิงตะกอนสำหรับเผาศพเพียงที่เดียว ที่สามารถรองรับศพได้เพียง 18 ศพต่อวัน แต่ถ้ามีศพมากถึง 1 หมื่น ก็อาจต้องใช้เวลาถึง 500 วันกว่าจะเผาหมด
นายคิตามูระ กล่าวด้วยว่า มีประชาชนเกือบ 2 หมื่นคน อาศัยอยู่ในชุมชนชายฝั่งที่ห่างไกลจากที่สูงอย่างมาก ทำให้พวกเขาไม่ทางหนีสึนามิ และเขาก็ไม่แน่ใจว่า คนเหล่านี้เสียชีวิต หรือหนีไปได้ แต่ก็คิดว่าโอกาสรอดค่อนข้างริบหรี่ พวกเขาอาจถูกฝังหรือไม่ก็ถูกน้ำซัดออกทะเลไป ปัจจุบันโรงเรียนหลายแห่ง ถูกใช้เป็นที่เก็บศพชั่วคราว และแม้อุณหภูมิจะต่ำ แต่ก็ไม่อาจเก็บรักษาศพเอาไว้ได้นาน ทำให้รัฐบาลต้องพิจารณาทางเลือกอื่น เช่น การฝังศพหมู่
ประชาชนที่สามารถเอาชีวิตรอดมาได้ ก็ต้องเผชิญภาวะขาดแคลนสิ่งของจำเป็นต่อการดำรงชีวิต โดยเฉพาะอาหาร รัฐบาลได้ส่งทหารไปช่วยกู้ภัย และยังสัญญาว่าจะส่งอาสาสมัครเพิ่มรวมถึงจัดส่งอาหารไปให้ผู้ประสบภัย ซึ่งก่อนหน้านี้ ต้องใช้เฮลิคอปเตอร์นำอาหารไปส่งไว้ที่สนามฟุตบอลใกล้เคียง แต่ปฏิบัติการบรรเทาทุกข์ยังเทียบไม่ได้กับสภาพความหายนะที่ปรากฎอยู่ในขณะนี้
แรงกดดันที่เกิดจากการจำกัดสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิตกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ หลายหน่วยงานเริ่มเรียกร้องให้รัฐบาลปล่อยนัมันสำรองออกมา เพราะนอกจากโรงกลั่นน้ำมันแห่งหนึ่งจะเกิดไฟไหม้แล้ว ปั๊มน้ำมันเกือบทุกแห่งในจังหวัดมิยางิก็ปิดให้บริการ รถยนต์ต้องเข้าคิวยาวหลายชั่วโมง ตามปั๊มที่ยังเปิดอยู่ แต่ก็จำกัดให้เติมได้แค่คันละ 7 ลิตรเท่านั้น
การขาดแคลนน้ำมัน ทำให้เกิดปัญหาการขนส่งอาหารด้วย ซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่ง ต้องปันส่วนอาหารขายให้ลูกค้า เช่น ให้ซื้อขนมปังได้แค่คนละ 2 ห่อ ขณะที่สถานการณ์ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติยิ่งเลวร้ายกว่าหลายเท่า เด็ก ๆ ต้องหิวโหย และต้องกินแต่กล้วยกับข้าวหนึ่งถ้วยประทังชีวิต ตามศูนย์พักพิง 106 แห่ง ที่มีประชาชน 39,854 คน โดยใช้ชั้นล่างของอาคารสำนักงานเป็นที่พักของผู้ประสบภัยนั้น มีแต่คนที่ติดตามข่าวโรงงานไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ทางโทรทัศน์ ซึ่งได้ช่วยบรรเทาความหิวได้เล็กน้อย ง
มีหลายคนไม่รับประทานอาหารเช้าและกลางวัน เพราะอาหารมีจำกัด แต่ก็ทำใจได้และสำนึกในบุญคุณของเจ้าหน้าที่ ที่ลุยไปช่วยชีวิตพวกเขาจากสึนามิ หลายคนพยายามข่มตาหลับท่ามกลางเสียจอแจภายในศูนย์อพยพ ทหารที่เข้าไปกู้ภัย บอกว่า ช่วยคนได้ 200 คน และพบว่า พวกเขาสงบและสุภาพอย่างมาก ไม่มีการตื่นตระหนก หรือ ร้องตะโกน แต่จะขอให้ช่วยเหลืออย่างสุภาพ ส่วนที่เมืองเคเซนนูมะ ภาวะขาดแคลนเชื้อเพลิง ทำให้ประชาชนได้ดูดน้ำมันจากถังน้ำมันและรถยนต์ที่ถูกทิ้งไว้



