
มาร์คถกรับมือโศกนาฏกรรมในญี่ปุ่น
"นายกฯอภิสิทธิ์"เรียกหน่วยงานประชุมรับมือเหตุโศกนาฏกรรมในญี่ปุ่น เผยญี่ปุ่นขอระงับรับความ่วยเหลือด้านกู้ภัย แต่ต้องการความช่วยเหลือทั้งน้ำ ไฟฉาย ผ้าห่ม ถุงนอน ถุงเท้าและภาชนะใส่น้ำ เผย มีคนอยุ่ในเขตเซนได 300 คน เตรียมกลับไทยคืนนี้ 40 อยู่ที่โตเกียว
(16มี.ค.) เมื่อเวลา 14.10 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ นายวีระชัย วีระเมธีกุล รมว.วิทยาศาสตร์ น.พ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูร รมว.พลังงาน นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ฯลฯ เพื่อหารือและเตรียมรับมือหลังเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิในประเทศญี่ปุ่น ว่า ได้มีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาซักซ้อมการทำงานในขั้นตอนต่อไปเพื่อรองรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น
ประเด็นแรก คือ การติดตามและการช่วยเหลือคนไทย ในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ สถานทูตและเครือข่ายที่มีอยู่ในประเทศญี่ปุ่นก็ยังดำเนินการติดตามอย่างต่อเนื่อง ในกรณีที่ยังมีพื้นที่ซึ่งประสบภัยพิบัติและมีผู้สูญหายจำนวนมาก ซึ่งเราไม่ทราบว่าผู้ที่สูญหายในจำนวนนั้นจะมีคนไทยหรือไม่ แต่ถึงปัจจุบันยังไม่มีรายงานเรื่องการสูญเสีย การเสียชีวิตของคนไทย เพียงแต่ยังมีจำนวนคนไทยที่อยู่ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องจำนวนหนึ่งก็พยายามที่จะติดตามอยู่ แต่เนื่องจากระบบการสื่อสารยังไม่เรียบร้อยสมบูรณ์ทั้งหมดก็ยังคง้องติดตามอย่างต่อเนื่อง
“สำหรับการช่วยเหลือคนไทย โดยเฉพาะคนไทยที่ต้องการเดินทางกลับยืนยันว่าไม่มีปัญหาในขณะนี้เที่ยวบินต่างๆ บริษัทการบินไทย ยังมีที่ว่างอยู่และสามารถที่จะรองรับการเดินทางกลับได้ และหากสถานการณ์ถ้าระดับความรุนแรงยังอยู่ในระดับปัจจุบัน เราคิดว่าก็ไม่น่ามีปัญหาอะไรในการรองรับ อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้มีการเตรียมแผนไว้ว่าถ้ามีสถานการณ์ที่รุนแรงเกิดขึ้นก็ควรจะให้หน่วยงานต่างๆได้มีการเตรียมการในการรองรับกรณีที่มีความจำเป็นที่จะต้องนำคนไทยกลับมาในจำนวนที่มากขึ้นในระยะเวลาอันสั้น ” นายกรัฐมนตรี กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ในการหารือประเด็นที่สองคือเรื่องของการให้ความช่วยเหลือกับทางประเทศญี่ปุ่น ซึ่งในส่วนของสิ่งของนั้นได้รับการช่วยเหลือจากประชาชน ภาคเอกชน การขนส่งสิ่งของไปก็ดำเนินการอยู่ทั้งในส่วนของการบินไทย และจะมีเครื่องบิน ซี 130 ขนส่งไปในคืนวันเดียวกันนี้ ( 16 มี.ค.) และจะมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ส่วนเมื่อสิ่งของถึงประเทศญี่ปุ่นแล้วก็จะมีจุดพักของได้ มีระบบการส่งต่อ อย่างไรก็ตามทางญี่ปุ่นได้แจ้งมาว่าสำหรับความต้องการมากที่สุดในขณะนี้คือเรื่องของน้ำ ไฟฉาย ผ้าห่ม ถุงนอน ถุงเท้าและภาชนะใส่น้ำ เช่นกระติกน้ำเป็นต้น ผู้ที่ต้องการบริจาคสิ่งของหากสามารถบริจาคได้ตรงกับความต้องการก็น่าจะเป็นเรื่องดี สำหรับเจ้าหน้าที่ที่จะไปทำงานในเรื่องของการกู้ภัยต่างๆขณะนี้แม้ทางเราจะพร้อม แต่ทางการญี่ปุ่นขอระงับการรับไว้ เนื่องจากประสบการณ์ที่หลายประเทศได้ส่งไปนั้นระบบการจัดการยังเป็นปัญหาอยู่ แต่ประเทศไทยก็ยืนยันว่าอะไรก็ตามที่เป็นความช่วยเหลือเรายืนยันที่จะให้แต่ขึ้นว่าทางญี่ปุ่นจะพร้อมรับหรือไม่
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ประเด็นสุดท้ายที่หารือ คือผลกระทบที่ตามมาในเรื่องของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ก็ได้มีการซักซ้อมใน 3 ส่วน โดยเฉพาะแง่ของการแพร่กระจายของกัมมันตภาพรังสี เรื่องแรกคืออากาศ เรามีเครื่องมือที่สามารถที่จะติตดามระดับของรังสีเหล่านี้ได้ในอากาศได้ ขณะนี้ยังไม่มีสิ่งที่บ่งบอกว่ามีความผิดปกติ และผู้เชี่ยวชาญเองก็ค่อนข้างจะมั่นใจว่าโดยสภาพของดินฟ้าอากาส ลม ทิศทางลม โอกาสที่เข้ามาสู่ประเทศไทยนั้นน้อยมากๆ ส่วนที่สองคือเรื่องของอาหารที่นำเข้ามา ตรงนี้ได้มีการประสานงานเพื่อให้มีเครื่องมือและอุปกรณ์ในการตรวจสอบ ประเทศไทยมีอยู่แล้วที่มาบตาพุด แต่ที่คลองเตยซึ่งเป็นจุดที่จะมีการนำเข้ามาอีกจำนวนหนึ่งก็จะมีการส่งทั้งเครื่องมือและอุปกรณ์ลงไป โดยให้ประสานงานกับการท่าเรือเพื่อตรวจสอบสินค้าและอาหารที่จะนำเข้ามา ในส่วนสุดท้ายคือคนที่เดินทาง โดยเฉพาะที่เดินทางมาจากพื้นที่ที่อาจจะถูกมองว่าเป็นพื้นที่เสี่ยง ภายในคืนนี้ก็จะมีระบบโดยทางกระทรวงสาธารณสุข โดยจะมีด่านในการตรวจโดยมีการประสานกับทางกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯเพิ่มเติม ก็จะเป็นลักษณะของการให้บริการ ให้ความรู้และคำแนะนำ รวมจนถึงกรณีของคนที่มาจากพื้นที่เสี่ยงและต้องการที่จะตรวจก็จะสามารถดำเนินการได้ตามความสมัครใจ ในส่วนของระบบข้อมูลข่าวสารนั้น กระทรวงการต่างประเทศจะเป็นศูนย์กลางอย่างต่อเนื่อง แต่หน่วยงานอื่นๆซึ่งประชาชนอาจอยากได้ข้อมูลก็จะให้มีการประสานงานเพื่อให้ประชาชนรับรู้ข้อมูล มีความมั่นใจมีความสบายใจในแง่ของความเสี่ยงเรื่องภัยพิบัติต่างๆ
เมื่อถามถึงความชัดเจนตัวเลขของคนไทยที่อยีในพื้นที่เสียง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่มีตัวเลขที่ชัดเจน ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าค่าตั๋วเครื่องบินที่จะเดินทางกลับประเทศไทยนั้นแพงมากถึง 80,000 บาทนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รายงานขณะนี้ที่มีคือมีคนต้องการเดินทางกลับมาแต่ในที่สุดก็ไม่สามารถเดินทางไปถึงสนามบินได้ทัน เนื่องจากระบบการคมนาคมค่อนข้างจะขลุกขลัก เพราะฉะนั้นปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุดที่ได้ตรวจสอบไปยังบริษัทการบินไทยนั้นได้รับการชี้แจงว่าที่นั่งว่าง มีคนจองเข้ามาแต่ผู้โดยสารไม่ได้มาที่สนามบิน
ด้านนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่าสำหรับตัวเลขคนไทยที่พักอยู่ในเขตเซนไดที่คิดว่าใกล้ที่สุดจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นั้นมีคนไทยอยู่เกือบ 300 คน ได้รับออกมาแล้วอยู่ที่กรุงโตเกียว 70 คน และมีประมาณ 40 คนกำลังเดินทางกลับมาในคืนนี้ จึงเหลืออีกประมาณ 200 คน ที่ยังไม่สามารถติดต่อได้ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ดำเนินการติดตามอย่างต่อเนื่อง แต่ก็มีปัญหาในเรื่องการติดต่อทางโทรศัพท์ และการติดต่อทางด้านโทรคมนาคม แต่เรามีเครือข่ายร่วมกับชุมนุมคนไทยในพื้นที่ก็กำลังช่วยกัน รวมทั้งผ่านหน่วยงานที่ต่างๆ เช่นสำนักงานแรงงานและสำนักงาน ก.พ.ที่ดูแลนักเรียนอยู่ เพราะคนไทยส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นนั้นเป็นนักเรียน อย่างไรก็ตามคนไทยทุกคนที่อยู่ในญี่ปุ่นต้องไปขึ้นทะเบียนกับทางการ ซึ่งเราก็กำลังดำเนินการตรวจสอบกับทางการญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง สำหรับกระแสข่าวว่าค่าตั๋วเครื่องบินที่จะเดินทางกลับประเทศไทยนั้นแพงมากถึง 80,000 บาทนั้นคิดว่าคงไม่จริง เพราะคนไทยตกทุกข์ได้ยาก ไม่มีเงินกระทรสงการต่างประเทศก็พร้อมส่งกลับ ค่าใช้จ่ายระยะแรกนั้นไม่เป็นปัญหา และเราได้มีการตกลงกับการบินไทยที่จะให้ราคาพิเศษสุด และประธานบริษัทการบินไทยเองก็ได้ยืนยันในที่ประชุม ครม.เมื่อวันจันทร์ที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา
ต่อมาเมื่อเวลา 14.30 น.ที่รัฐสภา นายวิทยา แก้วภารดัย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) เป็นตัวแทน ส.ส.รัฐบาลมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภับแผ่นดินไหวและสึนามิในประเทศญี่ปุ่น จำนวน 5 แสนบาท โดยนายโนบุ อากิอิโต อัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศเป็นผู้รับมอบก่อนที่จะกล่าวขอบคุณคนไทยและรัฐบาลไทย



