
คนป่วย-คนไข้รอเก้อญาติติดม็อบลูกต่อรถ4ครั้งรับแม่ผ่าตัดกลับบ้าน
หลังจากกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ยกพลคนเสื้อแดงปิดถนนโดยรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ส่งผลให้ประชาชนในละแวกนั้นต่างเดือดร้อนกันทั่ว ไม่เว้นแม้กระทั่งคนเจ็บคนป่วยที่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลจากโรงพยาบาลในย่านนั้น
เสียงตะโกนขับไล่รัฐบาลภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ดังก้องบริเวณนั้นสร้างความกลัดกลุ้มให้แก่นายเภา หนุ่มใหญ่วัย 40 ปีเศษ ที่ยืนข้างเตียงมารดาวัย 70 ปีเศษ ซึ่งรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลราชวิถีเป็นอย่างยิ่ง หนุ่มใหญ่รายนี้อยู่ในอาการกระสับกระส่าย สีหน้าแววตาบ่งบอกถึงความทุกข์กังวลอย่างเห็นได้ชัด
"กลุ้มใจจริงๆ เมื่อไหร่จะเลิกสักที พี่เป็นห่วงแม่ยังไม่รู้ว่าจะพาแม่กลับบ้านที่บางกะปิด้วยวิธีไหน ถนนหนทางถูกม็อบปิดหมด แม่ต้องนอนรักษาตัวเพราะกระดูกสะโพกแตกมานานกว่าครึ่งเดือน หมอเพิ่งอนุญาตให้กลับบ้านได้เมื่อเช้า นี่รอจนเที่ยงกว่าแล้วยังกลับไม่ได้" นายเภา บอกด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย
เขาบอกว่า ต้องนำรถยนต์ไปจอดไว้ที่ห้างสรรพสินค้าย่านบางกะปิแล้วนั่งรถแท็กซี่มาลงที่สวนจตุจักร ก่อนจะขึ้นรถไฟฟ้ามาลงที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หลังจากนั้นต้องเดินเท้าเข้าไปในโรงพยาบาล หากลำพังตัวเองนั้นยังพอรับได้ แต่ที่ไม่พอใจกลุ่มผู้ชุมนุมคือไม่รู้ว่าจะพาแม่กลับบ้านอย่างไร เพราะยังเจ็บหนักไม่สามารถเดินได้ แท็กซี่ก็เข้ามารับไม่ได้ รถพยาบาลของโรงพยาบาลก็มีไม่พอ
ไม่ใช่เฉพาะนายเภาและแม่วัย 70 ปีเศษที่ได้รับความเดือดร้อนจากการกระทำของม็อบเสื้อแดง "นางเล็ก" ผู้ป่วยหมอนรองกระดูกเคลื่อน ก็ได้รับความเดือดร้อนไม่แพ้กัน
ผู้ป่วยรายนี้เดินไม่ค่อยถนัด แต่จำเป็นต้องใช้เวลาเดินเท้านานกว่าครึ่งชั่วโมง จากบ้านพักย่านสี่แยกดินแดงเพื่อเยี่ยมพ่อที่นอนพักฟื้นหลังการผ่าตัดที่โรงพยาบาลราชวิถี
"พี่ป่วยเดินมากไม่ได้ ไปไหนมาไหนต้องนั่งรถยนต์ตลอด แต่ม็อบปิดถนนที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ทั้งหมดรถผ่านเข้าออกไม่ได้ เลยต้องเดินมาเยี่ยมพ่อซึ่งเพิ่งออกจากห้องผ่าตัดเพราะหากไม่มาพ่อจะน้อยใจ พ่อถามหาแม่ตลอด แต่แม่อายุ 80 ปีแล้วเดินมาเยี่ยมไม่ไหว อยากขอให้เสื้อแดงเห็นใจบ้าง และอยากให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาโดยด่วน" นางเล็ก กล่าวขณะที่ใช้มือนวดที่เอวอยู่ตลอดเวลา
ขณะที่นางวลัยลักษ์ ประทุมวี หญิงตั้งครรภ์ 3 เดือน ซึ่งรอพบแพทย์อยู่ที่หน้าห้องผู้ป่วยนอกด้วยท่าทางกระสับกระส่าย บอกว่า ต้องนั่งรถไฟฟ้าจากห้างสรรพสินค้ามาบุญครองมาที่โรงพยาบาล เพราะหมอนัดไว้ แต่พอมาถึงโรงพยาบาลทุกอย่างปิดหมด เจ้าหน้าที่ก็ไม่รู้ว่าจะเอาอย่างไร ทำให้สับสนไม่รู้ว่าจะต้องเลื่อนนัดไปหรือไม่ หากม็อบยังปิดล้อมถนนอยู่อาจต้องเปลี่ยนโรงพยาบาล
ความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นต่อผู้ป่วยไม่ใช่เกิดเฉพาะที่โรงพยาบาลราชวิถีเท่านั้น โรงพยาบาลอื่นที่ตั้งอยู่บริเวณนั้นก็ได้รับความเดือดร้อนไม่แพ้กัน ไม่เว้นแม้กระทั่งโรงพยาบาลพญาไท 2 ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชน ผู้ป่วยที่ส่วนใหญ่เป็นผู้มีฐานะต้องทิ้งรถยนต์ส่วนตัวหันมาใช้บริการรถจักรยานยนต์รับจ้างแทน
นายศิริศักดิ์ ธรรมะ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหน้าโรงพยาบาลพญาไท 2 เล่าว่า ตั้งแต่วันพฤหัสบดีจนถึงวันศุกร์ คนไข้และญาติที่มาเยี่ยมหายไปเกือบหมด เพราะถูกม็อบตั้งด่านสกัดอยู่ไม่ห่างจากโรงพยาบาล ห้ามรถยนต์ทุกชนิดเข้าออก เว้นแต่จักรยานยนต์รับจ้าง ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากต้องจอดรถยนต์ไว้แล้วต้องนั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างเข้ามายังโรงพยาบาลแทน
ขณะที่นายสมชาย หินราชา เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์โรงพยาบาลพญาไท 2 บอกว่า โรงพยาบาลเตรียมสำรองยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ไว้พร้อมไม่น่าห่วง แต่ที่ลำบากใจคือผู้ป่วยและญาติเดินทางลำบาก พยายามเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมให้เปิดทางให้ 1 ช่องจราจร แต่ก็ไม่เป็นผล โรงพยาบาลจึงต้องจัดรถรับส่งไว้บริการที่สถานีรถไฟฟ้าสนามเป้า และมอบการ์ดบีทีเอสให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการฟรีอีก 100 บาท เป็นสินน้ำใจที่อุตส่าห์เดินทางมาโรงพยาบาล
"บ้านอยู่พหลโยธินซอย 28 ลูกสาวไม่สบายต้องพามาหาหมอที่โรงพยาบาลพญาไท 2 ปกติจะมารถเก๋ง แต่วันนี้ไม่กล้า ต้องใช้บริการแท็กซี่ ต้องรอนานเพราะเขาก็โดนปิดถนนไม่ให้เข้าเหมือนกัน ทุกคนที่พักอยู่ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเดือดร้อนกันหมดไปไหนไม่ได้ อยากให้รัฐบาลเจรจากับม็อบให้แล้วเสร็จโดยเร็ว" นางจินตนา หนึ่งในผู้ใช้โรงพยาบาลพญาไท 2 กล่าวอย่างกังวล
การปิดกั้นถนนบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิทำให้บรรดาผู้ป่วย ญาติ เดือดร้อนกันถ้วนหน้า ผู้ป่วยบางคนต้องนอนรอญาติอยู่ตามลำพัง เพราะญาติเดินทางมาโรงพยาบาลไม่ได้ ขณะที่ผู้ป่วยซึ่งแพทย์อนุญาตให้เดินทางกลับบ้านได้ ต้องเดินทางหลายต่ออย่างทุกลักทุเลเพราะรถยนต์ไม่สามารถเข้ามารับได้ถึงโรงพยาบาล



