
พท.แฉคลังปล่อยทุจริตสลากการกุศล
อภิปรายฯวันที่ 2 พท.แฉ ก.คลังปล่อยทุจริตสลากการกุศล เอื้อ 3 บริษัทเครือญาติ กรณ์แจง 3 บริษัทให้เงินมัดจำเลย 50 % ด้าน ประดิษฐ์ รับสลากศิริราชมูลนิธิ มีการทำเอกสารปลอมจริง ให้ดีเอสไอสอบแล้ว
(16มี.ค.) เวลา 09.00 น. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฏร เพื่อพิจารณาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเป็นวันที่สองได้เริ่มขึ้นแล้วตั้งแต่เวลา 9.00น. โดยมีนายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฏรคนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานการประชุม ก่อนการประชุมจะเริ่มต้นประธานได้สรุปเวลาที่ใช้ไปแล้ว 14 ชั่วโมง 43 นาที ส.ส. ฝ่ายค้านมีอภิปรายแล้ว 13 คน ใช้เวลา 11 ชั่วโมง 5 นาที นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีชี้แจงแล้ว 4 คน ใช้เวลา 3 ชั่วโมง 38 นาที ประธานสภาและสมาชิกใช้เวลาหารือและประท้วง 1 ชั่วโมง 40 นาที
สำหรับรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายเป็นคนแรกสำหรับวันนี้ คือ นายกรณ์ จาติกวนิช รมว.คลัง ซี่งถือเป็นรัฐมนตรีคนที่ 3 ที่ถูกอภิปราน โดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า กระทรวงการคลังภายใต้การบริหารของนายกรณ์มีความบกพร่องหลายด้านโดยเฉพาะการบริหารค่าเงิน ซึ่งปรากฏว่าในช่วงปีที่ผ่านมาผู้ส่งออกประสบปัญหาอย่างมากจากค่าเงินบาทที่ผันผวนเพราะมาจากการบริหารที่ผิดพลาดของนายกรณ์ เช่นเดียวกับ การขาดวินัยทางการเงินการคลังเพราะมีการกู้เงินจำนวนมากจนสร้างหนี้ให้กับประเทศจำนวนมหาศาล และที่สำคัญการกู้เงินดังกล่าวยังพบว่ามีการคอรัปชั่นเป็นจำนวนมากมาก ถึงกับมีการบอกกล่าวในแวดวงธุรกิจว่าต้องมีการจ่ายถึง 30% นอกจากนี้ การออกนโยบายของรัฐบาลที่ผ่านมาก็มีแนวโน้มว่าจะเป็นการหาเสียงมากกว่าจะแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน อย่างนโยบายการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำในช่วงที่เงินเฟ้อกำลังพุ่งสูงอยู่การทำแบบนี้จะส่งผลให้ภาระต้นทุนของผู้ประกอบการสูงขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นการแก้ไขปัญหาไม่ถูกทาง ขณะที่ การเสนอภาษีทรัพย์สินและมรดกปรากฏว่าตอนนี้ก็ไม่มีความคืบหน้าเพราะมีคนในกระทรวงการคลังแวดล้อมรัฐมนตรีไปสร้างความวุ่นวายให้กับกฤษฎีกาเพื่อจะรักษาผลประโยชน์ให้ตัวเอง
นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลยังไม่สามารถกระจายความเจริญทางเศรษฐกิจให้ทั่วถึง ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจคนร่ำรวยมีเพียงกลุ่มเดียว ประชาชนส่วนใหญ่ยังคงเดือดร้อนกับการมีรายได้น้อยและปัญหาปากท้อง ทำให้เกิดคำกล่าวที่ว่า “ รวยกระจุก จนกระจาย ” บกพร่องในการบริหารราคาน้ำมันล้มเหลวบริหารกองทุนน้ำมันขาดทุนเหลือเงินกองทุนที่ใช้ได้จริงเพียง 4,800 ล้านบาท และมีการตั้งงบประมาณที่เน้นการเติบเติบโตทางเศรษฐกิจ การตั้งงบประมาณประจำปีให้ความสำคัญกับหน่วยงานด้านความมั่นคง มีการตั้งงบเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองมากกว่าผลประโยชน์ของประชาชนงบโครงการไทยเข้มแข็งกว่า 4 แสนล้านบาท มีความผิดพลาดทั้งการทุจริต ความหละหลวม การเบิกจ่ายล่าช้า การจัดงบประมาณให้หน่วยราชการไม่ดูกำลังความสามารถในการทำงาน ขณะที่การจัดงบประมาณให้ท้องถิ่นไม่เพียงพอต่อการพัฒนา
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า กระทรวงการคลังยังปล่อยให้มีการสลากกินแบ่งที่แพงผิดปกติและทุจริตของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ในโครงการออกสลากการกุศล 100,000 เล่ม หรือ 10 ล้านฉบับ รวมมูลค่า 13,900 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์นำรายได้ไปสนับสนุน การพัฒนาศิริราชมูลนิธิ มูลนิธิรามาธิบดี และมูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ โดยกรณีมูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ได้แสดงความจำนงให้ผู้พิการเป็นผู้จำหน่ายสลาก โดยมูลนิธิมีหนังสือความจำนงวันที่ 10 พฤษภาคม ที่มูลนิธิจะเป็นผู้ดำเนินการจำหน่ายเพื่อประโยชน์ของผู้พิการ ต่อมา 4 วันให้หลัง สำนักงานสลากฯ ออกประกาศเกณฑ์การออกสลาก 1 แสนเล่ม ( 10 ล้านฉบับ)ในจำนวนดังกล่าว 60,000 เล่ม จัดสรรให้นิติบุคคล 3 ราย รายละ 20,000 เล่ม ซึ่งถือเป็นเรื่องผิดปกติที่มีนิติบุคคลได้รับโควตาต่อรายมากกว่า 10,000 ฉบับ ทั้งนี้มีคำครหาว่าผู้ได้เป็นญาติพี่น้องกับกลุ่มผู้จำหน่ายสลากรายใหญ่ที่สี่แยกคอกวัว ส่วนการออกสลากของศิริราชมูลนิธิ ปรากฏว่ามีหนังสือปลอมที่มีเนื้อหาแปลกๆ ไปปรากฏภายในสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จนศิริราชมูลนิธิต้องออกมาร้องเรียนโดยวันที่ 31 ส.ค. โดยมูลนิธิได้ส่งหนังสือกลับมาแจ้งกับสำนักงานสลากฯ มีเนื้อหาว่า ที่มาของเงินมูลนิธิต้องเป็นเงินบริสุทธิ์ ไม่ใช่ฟอกเงินหรือเป็นการทุจริตคอร์รัปชั่น ขอให้กองสลากดำเนินการอย่าให้มีความเสื่อมเสียตามที่มีข่าวการฮั้วประมูลสลากการกุศลและการปลอมลายมือ ทั้งนี้อย่าให้เกิดความเสื่อมเสียมายังมูลนิธิ เมื่อเกิดความระคายขึ้น ท่านรัฐมนตรีทำอะไร ท่านทำหนังสืออนุมัติเข้าค.ร.ม.เอง ลงนามเองจะบอกว่าไม่รู้คงไม่ได้
ด้านนายกรณ์ ชี้แจงว่า เรื่องหนี้สาธารณะตัวเลขที่ฝ่ายค้านใช้เป็นตัวเลขที่ไม่ถูกต้อง ตามที่อ้างว่ารัฐบาลกู้เงินตลอดสองปีจำนวน 1.49 ล้านล้านบาท ความจริงเงินกู้ส่วนหนึ่งเป็นการกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลก่อนหน้า เมื่อรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศในภาวะวิกฤตจึงจำเป็นต้องกระตุ้นกำลังซื้อและลดอัตราการว่างงาน จึงเป็นภาระของรัฐบาลที่ปฏิเสธไม่ได้ที่ต้องกู้เงินเพื่อช่วยเหลือประชาชน การพูดของฝ่ายค้านจึงไม่เข้าใจสถานการณ์ในการบริหารนโยบายการคลัง ส่วนผลของเสถียรภาพทางการคลัง ขอยืนยันว่าระดับหนี้สาธารณะอยู่ในระดับที่ไม่เป็นปัญหา สำหรับขีดความสามารถในการแข่งขันหลังจากรัฐบาลแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจรัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ การกู้เงินของรัฐบาลไทยก็เหมือนกับรัฐบาลญี่ปุ่น ที่เขาเกิดแผ่นดินไหว เกิดสินามิ รัฐบาลญี่ปุ่นก็ต้องกู้ ซึ่งการกู้ของรัฐบาลญี่ปุ่นเพื่อช่วยประชาชนของเขาผิดไหม ถ้าท่านเป็นฝ่ายค้านที่ญี่ปุ่นก็อาจจะปากว่าผิดวินัยการคลัง ซึ่งก็เหมือนกับประเทศไทยเมื่อเราเจอวิกฤตเศรษฐกิจก็ต้องกู้เพื่อกู้วิกฤตไม่เช่นนั้นประเทศไทยอาจจะเจอหายนะ
นายกรณ์ ชี้แจงอีกว่า การออกสลากการกุศลที่หน่วยงานขอมาจะต้องมีการเสนอโครงการอย่างชัดเจนว่าจะดำเนินโครงการอะไรบ้าง ไม่ใช่เสนอมาลอยๆเหมือนกับรัฐบาลในอดีต เมื่อมีการเสนอเข้ามาก็ต้องนำเรื่องเข้าสู่ครม. และมีการกำหนดกฎเกณฑ์เพื่อใช้เงิน และการบริหารสิทธิ์ของมูลนิธิว่าจะดำเนินการอย่างไร ในอดีตตั้งแต่ปี 2554 การออกสลากการกุศลเป็นการออกลอยๆ เหมือนกับการจัดงบประมาณในอดีตที่ตั้งงบประมาณลอยๆไว้ให้นายกฯ มีข้อครหาเป็นข่าวอื้อฮาว เกี่ยวข้องกับกกต.ในอดีตก็มี มีการจัดสรรงบให้กับเลขาอดีตนายกฯเป็นประธาน และมีการกล่าวหามีการยักยอกถ่ายโอนก็มี เลยมีการเปลี่ยนแปลงการออกสลากการกุศล ส่วนเรื่องการจัดสรรสิทธิ์ในการขายนั้นมีการจัดสรรให้ 13 นิติบุคคล ซึ่งยอมรับว่ามี 3 บริษัทใหญ่ที่ได้รับโควต้ามากที่สุด ที่เป็นเช่นนั้นเพราะบริษัทนิติบุคคลขนาดใหญ่ สามารถวางเงินมัดจำได้มากถึง 50 % ของรายได้ที่ต้องโอนเข้ามูลนิธิ ขณะเดียวกันก็มีผู้ที่ได้รับโควต้ารายย่อยบางรายรับสิทธิ์ไปแล้วขายไม่ได้และนำสิทธิ์ไปขายให้บริษัทใหญ่ รวมไปถึงบางรายรับสิทธิ์แล้วไม่มารับสลากไปขาย ซึ่งปัญหาเหล่านี้สร้างปัญหาให้ครม.อย่างมาก
รมว.คลัง ชี้แจงว่า ส่วนปัญหาสลากแพงเกิดขึ้นเพราะมีการขายขาด กองสลากจะกำหนดสลากไว้ตายตัว ซึ่งขายไปแล้วไม่รับคืน ซึ่งผู้รับไปแล้วก็ต้องรับความเสี่ยงขายไม่หมดด้วยตัวเอง ซึ่งก็จะมีอยู่ประมาณ 15% ที่ขายไม่หมด ซึ่งก็ต้องรับปัญหาการขาดทุน ดังนั้นผู้ขายจึงต้องตั้งราคาไว้สูงเพื่อเผื่อเป็นการขาดทุนเอาไว้ วิธีเดียวที่จะแก้ได้คือต้องซื้อโดยตรงจากรัฐบาลไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางด้วยระบบอิเล็กโทรนิกส์ แต่ก็ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะต้องการแก้ไขกฎหมาย และรางวัลก็ต้องยืดหยุ่นตามที่ขายได้จริง ซึ่งตนต้องการพัฒนาการขายสลากเพื่อให้ประชาชนซื้อกับรัฐบาลได้โดยตรงในราคาฉบับละ 40 บาท
นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ชี้แจงว่า สลากของมูลนิธิมิราเคิลฯยืนยันทางมูลนิธิฯพอใจกับการจัดระบบ และการจัดจำหน่าย ซึ่งไม่ได้ไปทำอะไรในสิ่งที่ไม่ถูกต้องหรือขัดวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ หากทำอะไรที่ไม่ถูกต้องตนยินดีรับผิดชอบ ส่วนกรณีสลากของศิริราชมูลนิธิ ปรากฎว่ามีการนำเอกสารปลอมเข้ามาทางกองสลากได้ถามไปยังศิริราชมูลนิธิ ซึ่งยืนยันว่าเป็นเอกสารปลอมจริง โดยขณะนี้ให้ทางดีเอสไอดำเนินการอยู่ อย่างไรก็ตามใครอยากได้เอกสารเพิ่มเติมตนพร้อมที่จะให้



