
"ไพโรจน์"เชื่อพท.ไทยกวาดส.ส.แต่ปชป.ตั้งรัฐบาล
ไพโรจน์ สุวรรณฉวี แกนนำพรรคเพื่อแผ่นดิน ฟันธง พรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.อันดับหนึ่ง แต่ถ้าไม่คำนึงถึงมารยาททางการเมืองถึงที่สุดประชาธิปัตย์ จะได้จัดตั้งรัฐบาลสมัยหน้าด้วยอำนาจมืด ชี้รัฐบาลชุดปัจจุบันถูกกล่าวหาว่าทุจริตมากกว่ารัฐบาลทักษิณ ระบุ ภท.จับมือ ชท
(16มี.ค.) เวลา 09.00 น. ว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี แกนนำพรรคเพื่อแผ่นดิน กลุ่มนครราชสีมาและ แกนนำกลุ่ม 3 พี กล่าวที่ จ.นครราชสีมา ภายหลังเป็นวิทยาการบรรยายพิเศษในโครงการเพื่อแผ่นดินสัญจรพบประชาชน ที่โรงแรมเวียนนาการ์เด้นรีสอร์ตและสปา ต.พลกรัง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านที่ซักฟอกการทุจริตคอรัปชั่นของรัฐบาลที่จะมีผลต่อรัฐบาลอย่างไรนั้นว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจถ้าเรื่องในสภาเมื่อลงมติไม่ไว้วางใจก็คงจะไม่ค่อยมีปัญหาทางการเมืองเท่าไหร่ในมิติของการยกมือ เพราะเสียงข้างมากย่อมชนะแน่นอนอยู่แล้ว แต่ในด้านจิตวิทยาทางการเมืองวันนี้ข้อมูลในเรื่องการทุจริตคอรัปชั่นการฉ้อราษฎร์บังหลวงมีครบองค์ประกอบบริบูรณ์ ทั้งฉ้อราษฎร์
อย่างกรณีน้ำมันปาล์มประชาชนเดือดร้อนต้องซื้อของแพงถ้าใครโกงก็เรียกว่า ฉ้อราษฎร์ แต่ทุจริตคอรัปชั่นเรียก 30-40% เงินหลวง เรียกว่า บังหลวง ฉะนั้นวันนี้มันมีทั้งฉ้อราษฎร์ ทั้งบังหลวง อย่างนี้มันครบถ้วนสมบูรณ์ ฉะนั้นทางจิตวิทยาทางการเมืองวันนี้รัฐบาลตั้งรับลำบาก ความนิยมในรัฐบาลจะลดน้อยถอยลงอย่างรวดเร็วด้วยการฉ้อราษฎร์บังหลวง ซึ่งวันนี้ไม่มีสื่อใดไม่เขียนถึงว่า รัฐบาลนี้ค่อนข้างที่จะมีการฉ้อราษฎร์บังหลวงหรือทุจริตคอรัปชั่นมากกว่ารัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อันนี้น่าจะเป็นอันตรายต่อความนิยมของรัฐบาล
นอกจากนั้นยังมีประเด็นการครบรอบ 1 ปีในวันที่ 19 พ.ค.ของการสลายม็อบหรือการกระชับพื้นที่มีพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์และทหารเสียชีวิตถึง 93 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 2 พันราย คิดดูว่าในจำนวนเกือบ 3 พันรายญาติพี่น้องเพื่อนฝูงจะมากมายแพร่กระจายอีกแค่ไหน เมื่อผู้ตายก็ดี ผู้บาดเจ็บก็ดีถูกเพิกเฉยจากรัฐบาลไม่ได้มีการเยียวยาดูแลหรือแสวงหาให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริงในการตายของบุคคลเหล่านี้อย่างแท้จริงมันก็ยังคาใจกับบรรดาญาติพี่น้องทั้งหลายอยู่ตลอดไป อันนี้รัฐบาลน่าจะต้องยอมรับในสิ่งที่เป็นความจริงและหาทางที่จะแสวงหาความปรองดองในทางปฏิบัติอย่างแท้จริง เพื่อให้เรื่องที่จะก้าวเข้าไปสู่วิกฤติอีกครั้งหนึ่งได้ผ่อนคลายลง ไม่ใช่ออกมากล่าววาจาส่อเสียด เสียดสี โทษกันไป โทษกันมา
ส่วนการจับมือกันระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคชาติไทยพัฒนาจะเป็นการต่อรองการเมืองอย่างไรเพราะนายเนวิน ชิดชอบ ระบุว่าเป็นการจับมือตั้งรัฐบาลแล้ว ว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ฯตอบว่า ตนมองว่าการจับมือของทั้งสองพรรคน่าจะเป็นลบมากกว่าเป็นบวก เพราะวันนี้การเมืองในระบอบประชาธิปไตยก้าวหน้าไปไกลแล้ว ฉะนั้นการออกมาทำอะไรก็ตามต้องคำนึงถึงพี่น้องประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ต้องมองให้ความสำคัญกับพี่น้องประชาชนที่เป็นเจ้าของประเทศที่ต้องการเห็นการเมืองเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรมและเป็นไปตามครรลองฯซึ่งสิ่งเหล่านี้ละเอียดอ่อน ฉะนั้นการที่ออกมาประกาศฮั้วทางการเมืองหรืออะไรก็ตามไม่เป็นผลดีกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
สำหรับในส่วนของพรรคเพื่อแผ่นดิน และกลุ่ม 3 พี.นั้น ตนเรียนว่าถ้าพรรคเพื่อแผ่นดินต้องถามหัวหน้าพรรคฯ แต่ถ้าทางโคราช บวกกับนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกฯ ตนยังมีความเห็นว่าเราน่าจะพยายามที่จะเปลี่ยนความแตกแยก เปลี่ยนสนามรบของโคราชกลับมาสู่สนามแห่งความรักความสามัคคีสมานฉันท์ นักการเมืองทั้งระดับชาติ และระดับท้องถิ่นน่าจะรู้รักสามัคคี เพื่อที่จะฟื้นคืนโคราชกลับไปสู่ยุครุ่งเรืองเหมือนสมัย พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณได้สร้างพรรคชาติพัฒนา ฉะนั้นอยากเรียกร้องให้โคราชได้ผนึกกำลังกันเป็นโคราชโมเดลเป็นพรรคเพื่อคนโคราชอย่างแท้จริง เพราะโคราชมี ส.ส. 15 คน 15 เขต และบัญชีรายชื่อ 5 คน เท่ากับมี ส.ส.ถึง 20 คน ถ้าโคราชมีความเป็นเอกภาพเป็นหนึ่งเดียว เฉพาะ ส.ส.โคราชใหญ่กว่าพรรคการเมืองหลายพรรค ฉะนั้นเรายินดีเชิดชูพรรคที่น้าชาติตั้งมาคือ พรรคชาติพัฒนา
ส่วนความคืบหน้าในการรวมกันระหว่าง กลุ่ม 3 พี กับนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ กล่าวว่า คงต้องรอให้มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาวันนั้นถึงจะชัดเจน ส่วนการเตรียมผู้สมัครเป็นเรื่องของหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารทั้งสองพรรคที่จะต้องพบปะพูดคุยจาและดำเนินการไป ทั้งการกำหนดนโยบาย การกำหนดยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี ในการเลือกตั้ง การกำหนดตัวผู้เลือกตั้งในแต่ละจังหวัดร่วมกัน เพราะตนยังติดอยู่ในบ้านเลขที่ 111 ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวในเรื่องเหล่านี้
ร.ต.ไพโรจน์ บอกถึงการเลือกตั้งครั้งหน้านี้ว่า เชื่อมั่นว่าการยุบสภาแล้วเลือกตั้งทั่วไปจะเกิดขึ้นในปลายเดือนมิถุนายน 2554 นี้จริง ซึ่งตนก็ยังให้น้ำหนักและเชื่อมั่นว่าจะต้องเลือกตั้งกัน ณ เวลานั้นห่วงเวลาที่เหมาะสม มิฉะนั้นบ้านเมืองจะแตกแยกไปกว่านี้ ตนไม่เชื่อทฤษฎีแห่งการปฏิวัติรัฐประหารเพราะการปฏิวัติอาจจะนำไปสู่สงครามกลางเมือง ประเทศชาติก็จะถดถอยล่มจม แต่ในส่วนการเลือกตั้งถ้านำทฤษฎีของการเลือกตั้งมาวิเคราะห์อย่างเป็นวิทยาศาสตร์โดยลงในรายละเอียดแต่ละภาค โดยพรรคประชาธิปัตย์แกนนำจัดตั้งรัฐบาลวันนี้เชื่อว่า จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลด้วยอำนาจอะไรก็ตาม แต่ถ้าดูผลการเลือกตั้งใครจะได้มากกว่ากัน จำแนกเป็นรายภาค พรรคประชาธิปัตย์จะชนะในภาคใต้อย่างท่วมท้น ชนะในกรุงเทพฯ แต่จะพ่ายแพ้ในภาคอีสานและภาคเหนือ ภาคกลางแย่งชิงกันมาไม่มีใครชนะเบ็ดเสร็จ บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทยจะสูสีใกล้เคียงกัน ถ้าดูจากพื้นฐานตัวเลขตั้งที่แล้วสมัยพรรคพลังประชาชนกับพรรคประชาธิปัตย์ตนยังคิดว่าเบ็ดเสร็จสุดท้ายผู้ที่จะได้คะแนนเสียงที่มาเป็นอันดับหนึ่งน่าจะเป็นพรรคเพื่อไทย
ส่วนเรื่องนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าพรรคการเมืองที่ได้ ส.ส. จำนวน 251 ที่นั่ง ขึ้นไปจึงจะจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่ถ้าน้อยกว่า 250 พรรคอื่นๆที่ได้มีส.ส.รองลงมาก็มีสิทธิ์ที่จะจัดรัฐบาลขึ้นอยู่กับการรวบรวมเสียง ส.ส.ในสภานั้น ว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ บอกว่า เป็นหลักประชาธิปัตย์ใครได้ 250 เสียงก็คือกึ่งหนึ่งคือการจัดตั้งรัฐบาล ประเด็นคงจะไม่มีพรรคหนึ่งพรรคใดถึง 250 เสียง ฉะนั้นต้องดึงพรรคขนาดกลางหรือพรรคขนาดเล็กเข้ามาร่วมเป็นรัฐบาลผสม ฉะนั้นตนยังเชื่อมั่นว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นพรรคที่จัดตั้งรัฐบาล ส่วนต้องเป็นพรรคที่ได้ ส.ส.เป็นอันดับที่หนึ่งจัดรัฐบาลก่อนหรือไม่นั้น ตนคิดว่าถ้าโดยความชอบธรรม โดยมารยาททางการเมืองก็ต้องฟังเสียงประชาชนเมื่อประชาชนได้เลือกพรรคการเมืองใดมากเป็นอันอับหนึ่งก็น่าจะให้พรรคนั้นได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลก่อน แต่ถ้าผู้ได้ลำดับหนึ่งไม่สามารถที่จะรวบรวมให้เกิดเสียงข้างมากได้ก็จำต้องจะต้องให้พรรคที่ได้เป็นลำดับสองนั้นจัดตั้งรัฐบาล แต่ไม่นึกถึงมารยาททางการเมือง ไม่นึกถึงจารีตประเพณีวัฒนธรรมทางการเมืองที่ชอบธรรมใครรวมเสียงข้างมากก็จัดได้ ไม่ได้ขัดรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด



