
พิษสึนามิญี่ปุ่นค่าเบี้ยประกันพุ่งพรวด
พิษสึนามิถล่มญี่ปุ่นบริษัทรับประกันภัยต่อขึ้นค่าเบี้ยพรวด 50% ทยอยเป็นเวลา 3 ปี กระตุ้นคนตื่นตัวทำประกันมากขึ้น ประเมินค่าสินไหมทดแทนสูงถึง 5.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ตลาดหุ้นเอเชียร่วงยกแผงฉุดหุ้นไทยทรุดตาม 19 จุด
นายชัย โสภณพนิช ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัทกรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลของสึนามิที่ญี่ปุ่นทำให้บริษัทรับประกันภัยต่อในต่างประเทศปรับขึ้นค่าเบี้ยประกันมหันตภัยทั่วโลกเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 50% โดยจะทยอยขึ้นเป็นเวลา 3 ปี เพื่อให้ค่าเบี้ยที่ปรับขึ้นจะสามารถทดแทนกับค่าสินไหมทดแทนที่ต้องจ่ายไปให้ได้ภายในระยะเวลา 3-5 ปี ดังนั้น ในประเทศไทยก็จำเป็นต้องปรับค่าเบี้ยไปในทิศทางเดียวกัน
ทั้งนี้ บริษัทรับประกันภัยต่อชั้นนำของโลกได้ประเมินมูลค่าความเสียหายของค่าสินไหมทดแทนของเหตุการณ์ในญี่ปุ่นครั้งนี้น่าจะอยู่ที่ประมาณ 5.4 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งยังไม่รวมความเสียหายของโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์
“จากนี้ไปคนทั่วโลกจะตื่นตัวทำประกันภัยมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่อยู่ใกล้บริเวณรอยแยกของเปลือกโลก จะหันมาซื้อประกันภัยมากขึ้น ส่วนคนที่อยู่ห่างไกลจากรอยแยกของเปลือกโลกอาจจะไม่สนใจซื้อประกันภัยมากนัก และเหตุการณ์สึนามิครั้งนี้ ไม่ได้ทำให้บริษัทประกันญี่ปุ่นเจ๊ง แค่ได้รับผลกระทบเท่านั้น” นายชัยกล่าว
นายชัยกล่าวว่า ในส่วนของบริษัทก็กำลังพยายามสืบอยู่ว่ามีลูกค้ารายใดได้รับความเสียหายบ้าง และได้ทำประกันคุ้มครองส่วนไหนบ้าง โดยเฉลี่ยความเสียหายที่บริษัทจะต้องรับผิดชอบกับเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่น่าจะเกิน 10 ล้านบาทต่อหนึ่งเหตุการณ์ ซึ่ง 1 เหตุการณ์จะมีระยะเวลา 7 วัน หากเกิน 7 วันก็จะถือว่าเป็นอีก 1 เหตุการณ์
ด้านนายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารมีสินเชื่อที่ปล่อยให้ลูกค้าญี่ปุ่นในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสึนามิประมาณ 1,000 ล้านบาท จากสินเชื่อที่ปล่อยให้ลูกค้าญี่ปุ่นที่มาลงทุนในไทยทั้งหมด 2 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตาม นโยบายของธนาคารขณะนี้ยังคงดำเนินธุรกิจกับธนาคารญี่ปุ่นต่อไป และใน 3 ปีข้างหน้า ความร่วมมือก็จะขยายเพิ่มขึ้น การเปิดแอลซีไปญี่ปุ่นก็ยังเป็นปกติ แต่ผลกระทบอาจเกิดในแง่ของการคมนาคมขนส่ง
ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยเมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา ปรับตัวลดลงตั้งแต่เปิดซื้อขาย หลังมีข่าวการระเบิดของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ในประเทศญี่ปุ่น จากนั้นก็มีการรั่วไหลของสารกัมมันตภาพรังสีมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นทั่วเอเชียที่ดิ่งหนัก ทั้งตลาดหุ้นโตเกียว ตลาดฮ่องกง โดยตลาดหุ้นไทยปิดตลาดที่ระดับ 1,003.10 จุด ลดลง 19.79 จุด คิดเป็น 1.93% มูลค่าการซื้อขายรวม 3.76 หมื่นล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 974 ล้านบาท ส่วนนักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิ 1,393 ล้านบาท
นายชัย จิระเสวีนุประพันธ์ ผู้จัดการกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) พัฒนสิน กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงแรง ในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นต่างประเทศ เนื่องจากนักลงทุนตื่นตระหนกโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของญี่ปุ่นที่สารกัมมันตภาพรังสีรั่วไหลมากขึ้น ทำให้นักลงทุนเทขายหุ้นเพื่อลดความเสี่ยง



