ข่าว

 “แผ่นดินไหว”ภัยแห่งการทำลายล้าง

“แผ่นดินไหว”ภัยแห่งการทำลายล้าง

16 มี.ค. 2554

จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิที่ถล่มทางชายฝั่งตะวันออกของประเทศญี่ปุ่นเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ทำให้ชาวโลกต้องตะลึงและตื่นตระหนกกันอีกครั้งกับโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นจากน้ำมือของภัยธรรมชาติ

 ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า ถึงแม้ว่าจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว มีเทคโนโลยีทันสมัย มีการพยากรณ์และทำนายเหตุการณ์แผ่นดินไหวล่วงหน้า แต่ก็ไม่สามารถหยุดการทำลายล้างของภัยธรรมชาติที่จะเกิดขึ้นได้ หากไม่มีการเตรียมการรับมือไว้ล่วงหน้าไว้อย่างดีเยี่ยม

 ความพิโรธของธรณีที่เกิดขึ้น นับเป็นความรุนแรงที่เลวร้ายที่สุดหลังจากสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 ของประเทศญี่ปุ่น แม้จะไม่สามารถหยุดภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้ แต่ก็ได้มีการวางแผนและเตรียมการรับมือมาเป็นเวลานานหลายปี เช่น การมีมาตรการในการป้องกันและบรรเทาภัยแผ่นดินไหวทั้งในระยะสั้นและระยะยาว มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับธรรมชาติของแหล่งกำเนิดแผ่นดินไหว ให้ความรู้และข้อควรปฏิบัติเมื่อเกิดแผ่นดินไหวต่อประชาชน มีการออกแบบและสร้างอาคารสิ่งก่อสร้างต่างๆ สามารถรับแรงแผ่นดินไหวได้ตามความเหมาะสม ฯลฯ ทำให้ลดจำนวนความสูญเสียที่เกิดขึ้นได้เป็นจำนวนมาก เมื่อเทียบกับความสูญเสียที่เกิดขึ้นที่เมืองควันโตของญี่ปุ่นเมื่อหลายปีที่ผ่านมา

 ดังนั้น แผ่นดินไหวจึงเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวสำหรับพวกเราทุกคนและทุกประเทศเป็นอย่างมาก ผมเชื่อว่ายังมีบางท่านที่ยังไม่ทราบหรืออาจจะหลงลืมไปว่าแผ่นดินไหวเกิดขึ้นได้อย่างไร ที่มาที่ไปเป็นอย่างไร สาเหตุเกิดจากอะไร จะสังเกตขนาดความรุนแรงและหาทางป้องกันตัวเองอย่างไรบ้างเมื่อเกิดแผ่นดินไหว จึงขอหยิบยกเรื่องราวเหล่านี้มาเล่าให้ฟัง

 แผ่นดินไหวเป็นปรากฏการณ์การสั่นสะเทือนหรือเขย่าของพื้นผิวโลก เพื่อปรับตัวให้อยู่ในสภาวะสมดุล ส่วนสาเหตุของการเกิดแผ่นดินไหวนั้นส่วนใหญ่เกิดจากธรรมชาติ โดยจะมาจากการสั่นสะเทือนของพื้นดิน อันเนื่องมาจากการปลดปล่อยพลังงานที่สะสมไว้ออกมาอย่างฉับพลันเพื่อปรับสมดุลของเปลือกโลกให้คงที่ และแผ่นดินไหวบางลักษณะก็สามารถเกิดจากการกระทำของมนุษย์ แต่มีความรุนแรงน้อยกว่าที่เกิดขึ้นเองจากธรรมชาติ เช่น การระเบิด การทำเหมือง ฯลฯ

 สำหรับขนาดและความรุนแรง จะวัดที่จำนวนหรือปริมาณของพลังงานที่ถูกปล่อยออกมาจากศูนย์กลางแผ่นดินไหวในแต่ละครั้ง ความเสียหายจะเกิดขึ้นในบริเวณใกล้เคียงกับศูนย์กลางแผ่นดินไหว และจะลดหลั่นลงไปตามระยะทางที่ห่างออกไป ซึ่งการวัดขนาดของแผ่นดินไหวนิยมใช้แบบริกเตอร์ โดยแบ่งความรุนแรงออกเป็น 6 ช่วงริกเตอร์ คือ 1-2.9 รุนแรงเล็กน้อย ผู้คนเริ่มรู้สึกถึงการมาของคลื่น มีอาการวิงเวียนเพียงเล็กน้อยในบางคน 3-3.9 รุนแรงเล็กน้อย ผู้คนที่อยู่ในอาคารรู้สึกเหมือนมีอะไรมาเขย่าอาคารให้สั่นสะเทือน

 4-4.9 รุนแรงปานกลาง ผู้ที่อาศัยอยู่ทั้งภายในอาคารและนอกอาคาร รู้สึกถึงการสั่นสะเทือน วัตถุห้อยแขวนแกว่งไกว 5-5.9 รุนแรง เครื่องเรือน และวัตถุมีการเคลื่อนที่ 6-6.9 รุนแรงมาก อาคารเริ่มเสียหาย พังทลาย และ 7.0 ขึ้นไป รุนแรงมาก เกิดการสั่นสะเทือนอย่างมากมาย ส่งผลทำให้อาคารและสิ่งก่อสร้างต่างๆ เสียหายอย่างรุนแรง แผ่นดินแยก วัตถุบนพื้นถูกเหวี่ยงกระเด็น

 สำหรับการพยากรณ์แผ่นดินไหว ซึ่งเป็นภัยธรรมชาติที่ยังไม่สามารถพยากรณ์ได้อย่างแม่นยำ ทั้งตำแหน่ง ขนาด และเวลาเกิด แม้ว่าในปัจจุบันจะมีเทคโนโลยี เครื่องมือตรวจวัดที่ทันสมัย อย่างไรก็ตาม เราสามารถสังเกตพฤติกรรมของสัตว์ซึ่งจะมีการรับรู้และมักแสดงท่าทางออกมาก่อนเกิดแผ่นดินไหว ที่สำคัญการเปิดฟังรับข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำของทางภาครัฐก็จะช่วยให้เราปลอดภัยมากขึ้น

 เหตุการณ์แผ่นดินไหวในญี่ปุ่นครั้งนี้นับเป็นตัวอย่างในการลดความสูญเสียกับประเทศอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี เพราะมีการเตรียมการมายาวนาน ถึงเวลาแล้วที่ทุกประเทศต้องเร่งดำเนินการเตรียมความพร้อมในการเตรียมรับมือกับภัยพิบัติต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นกับประเทศของตนเอง อย่ามัวชะล่าใจ เพราะประเทศต่อไปอาจเป็นประเทศของคุณ

บัญญัติ  คำนูณวัฒน์