ข่าว

น้ำพระทัยไหลรินจากเจ้าหญิงนักกฎหมาย

น้ำพระทัยไหลรินจากเจ้าหญิงนักกฎหมาย

16 มี.ค. 2554

ตามที่ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา มีพระดำริให้ดำเนินโครงการกำลังใจ เพื่อดูแลให้ความช่วยเหลือผู้ต้องขังหญิงและเด็กติดผู้ต้องขัง เมื่อ พ.ศ.2549 ซึ่งได้ทำให้ผู้ต้องขังหญิงเกิดพลังและความหวังขึ้นมาในชีวิตเป็นอย่างมาก

 ล่าสุดได้เสด็จไปทรงเป็นประธานและเริ่มโครงการกำลังใจในพระดำริฯ ในกิจกรรม "กำลังใจ ไหลรินสู่แดนภูผา" ณ เรือนจำอำเภอฝาง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันก่อน โดยมี กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม วิรัช ชินวินิจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม พร้อมด้วยคณะทำงาน เฝ้ารับเสด็จ

 ในการนี้พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงเปิดกิจกรรมกำลังใจ ไหลรินสู่แดนภูผา ทอดพระเนตรวีดิทัศน์เกี่ยวกับการดำเนินงานโครงการกำลังใจฯ กับการปฏิบัติตามข้อกำหนดกรุงเทพ และทอดพระเนตรการสาธิตการตอบคำถามจากผู้ต้องขัง โดยผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดฝาง ตามโครงการให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิและโครงการกฎหมายคลายทุกข์เพื่อผู้ต้องขัง พร้อมทรงตอบข้อซักถามจากผู้แทนผู้ต้องขัง ในฐานะพนักงานอัยการ

 จากนั้นเสด็จไปยังอาคารสวัสดิการและบริบาลทารก มีพระปฏิสันถารกับลูกผู้ต้องขังและประทานถุงของขวัญและอุปกรณ์เด็กแก่ผู้ต้องขังที่มีลูกอ่อนและผู้ต้องขังที่ตั้งครรภ์ พร้อมทอดพระเนตรกิจกรรมสร้างกำลังใจเชิงลึก ซึ่งหมายถึงการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ผู้ต้องขังหญิงในระยะยาวอย่างต่อเนื่อง ยั่งยืนและครบวงจร ด้วยการจัดทำวีดิทัศน์และหนังสือคู่มือการดูแลตนเองระหว่างการตั้งครรภ์และการเลี้ยงดูบุตรในช่วงขวบปีแรก การจัดให้มีการฝึกอาชีพแก่ผู้ต้องขังหญิง อย่าง การสอนเสริมสวย การทำเบเกอรี่ การสอนเย็บผ้าโดยเทคนิควิลท์ การปักผ้าโดย 4 ชนเผ่า ได้แก่ ไทยใหญ่ ลีซอ จีนฮ่อ และมูเซอ การนวดแผนโบราณ และการสอนเรื่องการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในเรือนจำ โดยทรงซักถามถึงการเรียนการสอนพร้อมกับทรงชี้แนะผู้ต้องขังให้ทำตัวดีๆ และนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี้ไปใช้เพื่อประกอบอาชีพหลังออกจากเรือนจำไปแล้ว

 นอกจากนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา  ทรงทราบว่าภายในเรือนจำอำเภอฝางมีผู้ต้องขังหญิงที่เป็นชาวเขาจำนวนมาก และไม่สามารถอ่านหรือเขียนภาษาไทยได้ ซึ่งเมื่อพ้นโทษอาจตกเป็นเหยื่อของความไม่รู้และกลับมากระทำผิดอีก จึงโปรดให้จัดการเรียนการสอนภาษาไทยขึ้น โดยให้ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน จ.เชียงใหม่ เข้ามาดำเนินการสอนแก่ผู้ต้องขังที่เป็นชาวเขา ซึ่งมีผู้สมัครใจเข้าเรียนจำนวน 21 คน จากผู้ไม่รู้หนังสือทั้งหมด 63 คน ในการนี้มีพระดำริแก่เจ้าหน้าที่จากศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน ให้จัดการเรียนการสอนต่อเนื่องไปจนจบชั้นประถมปีที่ 6 อีกด้วย