
"โจรใต้-คนมีสี"ปริศนา?...ปล้นร้านทอง
โหดเหี้ยมยิ่งกว่าในหนัง...เรื่องจริงของกลุ่มคนร้ายพร้อมอาวุธสงครามครบมือ บุกถล่มปล้นร้านทองในกลางเมืองนราธิวาส กวาด "ทองคำ" น้ำหนักกว่า 100 บาทหลบหนีลอยนวล ทิ้งความตาย 3 ชีวิตของผู้บริสุทธิ์ไว้เบื้องหลังกับปริศนาอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ!!
พฤติกรรมอุกอาจของกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธสงครามครบมือ ประเภทปืนอาก้า ปืนเอ็ม 16 ปืนกลอูซี่ และปืนพกสั้น บุกปล้นร้านทอง "เลี่ยวอา" ตั้งอยู่ใจกลางเมือง จ.นราธิวาส กวาดทองรูปพรรณน้ำหนักกว่า 100 บาท มูลค่ากว่า 4 ล้านบาท
เหตุการณ์ครั้งนี้ กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกพฤติกรรมของคนร้ายไว้ได้ รวมถึงวินาทีสังหารโหด 3 ชีวิต คือ นายจิตติ ปลื้มใจ พนักงานรักษาความปลอดภัย นายวิชัย ศรีทักษินาคุณ และนายวิชิต ศรีทักษินาคุณ เจ้าของร้านทอง และน้องชาย รวม 3 ชีวิต ตลอดจนผู้ได้บาดเจ็บสาหัสอีก 3 คน คือ นางมาลี ศรีทักษินาคุณ ภรรยาของเจ้าของร้านทองเลี่ยวอา นายชัยณรงค์ ปาปะเข เจ้าของร้านทองยงตุ้น และ นายวุฒิกรณ์ จิตตะนาโชติ ญาติของนายชัยณรงค์
หลังเกิดเหตุ...มีการสกัดจับรถยนต์ต้องสงสัย ซึ่งเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลยี่ห้อฟอร์ด สีบรอนซ์ ทะเบียน กธ 970 สงขลา และรถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อสีและรุ่นอีก 2 คัน ตำรวจได้พบเห็นรถยนต์ต้องสงสัยกำลังมุ่งหน้าสู่พื้นที่ อ.สุไหงปาดี เขตติดต่อกับพื้นที่ อ.แว้ง แต่ไม่สามารถติดตามรถต้องสงสัยได้ทัน จึงวิทยุขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ปิดล้อมในพื้นที่และหาข่าวความเคลื่อนไหวจากชาวบ้าน จนกระทั่งทราบว่ารถยนต์ต้องสงสัยจอดทิ้งอยู่ในป่าสวนยางพารา บริเวณบ้านกูวาเขย่ง หมู่ 2 ต.เอราวัณ อ.แว้ง จ.นราธิวาส
เมื่อชุดสืบสวนตรวจค้นบริเวณใกล้เคียง ยังพบกระสอบปุ๋ยใบใหญ่ 1 ใบ วางอยู่บริเวณโคนต้นไม้ เมื่อเปิดออกดูพบปืนอาก้า 3 กระบอก ปืนพกสั้นขนาด 11 มม. 1 กระบอก ปืนพกสั้นขนาด 9 มม. 2 กระบอก ปืนพกสั้นขนาด .38 ซูเปอร์ 1 กระบอก และปืนกลอูซี่ 1 กระบอก จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าปืนกลอูซี่เป็นปืนที่ถูกปล้นมาจากฐานปฏิบัติการทหารพระองค์ดำ สังกัดร้อย.ร.15121 ฉก.นราธิวาส 38 เมื่อวันที่ 19 มกราคม ที่ผ่านมา
แหล่งข่าวในชุดสืบสวนสอบสวนระบุว่า อาวุธปืนที่พบทั้งหมดต้องถูกส่งไปที่สำนักงานวิทยาการตำรวจ เพื่อตรวจเปรียบเทียบหัวกระสุนว่าตรงกับคดีใดที่เกิดเหตุในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนกลุ่มของผู้ที่ก่อเหตุนั้นอยู่ระหว่างการติดตามตรวจสอบหาพยานหลักฐาน เบื้องต้นมุ่งประเด็นไปยังผู้ไม่หวังดีในพื้นที่ก่อเหตุ อาจเป็นกลุ่มหัวโจกในพื้นที่ที่เพิ่งถูกฝึกขึ้นมาใหม่เกือบทั้งหมด บางคนที่ร่วมก่อเหตุอาจเป็นคนเก่า เมื่อดูจากเทคนิคการเข้าตีแล้วต้องเป็นบุคคลที่ได้รับการฝึกฝนค่อนข้างฝึกมาเป็นอย่างดี
"คดีนี้คนร้ายอาจมาจากหลายกลุ่มมาร่วมกันก่อเหตุ เมื่อก่อเหตุเสร็จทราบว่าตำรวจติดตามมาพบ จึงทิ้งรถยนต์กับอาวุธปืนบางส่วนไว้ ส่วนกลุ่มต้องสงสัย คาดการณ์ว่าน่าจะเป็นกลุ่มสุไหงปาดี กลุ่มแว้ง และกลุ่มสุไหงโก-ลก หากเป็นกลุ่มที่คาดการณ์ไว้ หลังก่อเหตุต้องนำทองรูปพรรณทยอยขาย หรือนำไปหลอมใหม่เพื่อขาย แล้วนำเงินสดที่ได้มาใช้จ่ายเป็นค่าตัวผู้ก่อเหตุ ค่าอุปกรณ์ ค่าซื้ออาวุธหรือวัตถุระเบิด" แหล่งข่าวในชุดสืบสวนวิเคราะห์
แหล่งข่าวในชุดสืบสวนรายเดิมยังตั้งข้อสังเกตว่า หากตรวจสอบพยานหลักฐานทั้งหมดแล้วพิสูจน์ชัดเจนว่าการปล้นร้านทองรูปพรรณครั้งนี้ กลุ่มผู้ไม่หวังดีไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก็น่าจะเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่สวมรอยก่อเหตุแล้วสร้างสถานการณ์ให้ดูเหมือนเป็นการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดีในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้
"หากไม่ใช่กลุ่มผู้ไม่หวังดีก่อเหตุ ก็น่าจะพุ่งเป้าไปที่กลุ่มบุคคลมีสีกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แล้วสร้างสถานการณ์ให้ชุดสืบสวนสอบสวนไขว้เขวพุ่งประเด็นการสืบสวนสอบสวนไปที่กลุ่มผู้ไม่หวังดีบางกลุ่ม เพราะลักษณะการก่อเหตุของคนร้ายมั่นใจว่าได้รับการฝึกมาค่อนข้างดี ยังน่าสงสัยอยู่ที่กลุ่มคนร้ายถูกตำรวจติดตามแล้วทิ้งรถไว้นั่นเป็นเรื่องปกติ แต่การทิ้งอาวุธบางส่วนไว้ เป็นเรื่องที่น่าตั้งข้อสังเกต เพราะคนร้ายจริงไม่น่าจะทิ้งอาวุธ การทิ้งอาวุธบางส่วนไว้ อาจทำให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าใจได้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือพวกปล้นปืน พวกกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่ก่อเหตุในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ก็อยู่ระหว่างการตรวจสอบหาข้อมูลในเชิงลึก เพื่อนำมาประกอบการสืบสวนสอบสวนในคดีนี้" แหล่งข่าวในชุดสืบสวนระบุ



