
หนุนเขตค้าเสรีดันเศรษฐกิจอาเซียนบวก 6
เวทีผู้นำอาเซียนบวก 6 เล็งเพิ่มการศึกษาจัดตั้งเขตการค้าเสรี เตรียมออกแถลงการณ์ร่วมในวันที่ 11 เมษายนนี้ หวังยกระดับปริมาณการค้าและการเงินในอาเซียน
นายธฤต จรุงวัฒน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ในการประชุมผู้นำอาเซียนบวก 3 และอาเซียนบวก 6 ครั้งนี้ ได้ติดตามในหลายประเด็นที่มีการหารือกันไปแล้วในที่ประชุมกลุ่มจี 20 ที่กรุงลอนดอน โดยจะหารือร่วมกันในประเด็นเพิ่มความเข้มงวดต่อกฎระเบียบทางการเงินโลก อีกทั้งในเวทีผู้นำ จะมีการหารือขั้นสุดท้ายเรื่องการตั้งกองทุนสำรองสกุลเงินต่างประเทศในกลุ่มประเทศ ซึ่งประกอบด้วยญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ และอาเซียน 10 ประเทศ ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อปกป้องสกุลเงินของประเทศเหล่านี้ ไม่ให้ถูกโจมตีจากนักเก็งกำไร และการไหลออกของเงินทุน
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ผู้นำชาติสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ชาติและชาติคู่เจรจา 6 ชาติ จะเพิ่มการศึกษาเขตการจัดตั้งการค้าเสรี รวมทั้งจีนและออสเตรเลีย โดยร่างแถลงการณ์ที่จะออกมาหลังการหารือในวันเสาร์นี้ระบุว่า เหล่าผู้นำชาติเหล่านี้จะขอให้รัฐมนตรีคลังหาหนทางและวิธีการที่จะเพิ่มการค้าเสรีระหว่างกลุ่ม ซึ่งหากทำได้ จะช่วยยกระดับการหลั่งไหลของปริมาณการค้าและการเงินระหว่างกลุ่มอาเซียน และชาติคู่เจรจา 6 ประเทศ ทั้งนี้ การค้าเสรีและการปฏิเสธการปกป้องผลประโยชน์ทางการค้า ถือเป็นประเด็นสำคัญหนึ่ง ที่จะบรรลุในแถลงการณ์ปิดการประชุมอาเซียนบวก 6
นายวิทวัส ศรีวิหค อธิบดีกรมอาเซียน เปิดเผยว่า การประชุมสุดยอดอาเซียนบวก 3 (จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้) นั้น ผู้นำจะออกเอกสาร 2 ฉบับ เพื่อเป็นผลของการประชุม คือ คำแถลงข่าวร่วมของอาเซียนบวก 3 เกี่ยวกับการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการเงินและเศรษฐกิจ เพื่อรับมือกับวิกฤติเศรษฐกิจโลกและแถลงการณ์ของอาเซียนบวก 3 ว่าด้วยการเสริมสร้างความร่วมมือเพื่อสร้างความมั่นคงด้านอาหาร
ส่วนการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหประชาชาติในวันที่ 11 เมษายน ผู้นำอาเซียนบวก 6 จะหารือกันเกี่ยวกับเรื่องการพัฒนา รวมถึงเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ การรับมือกับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก การเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศและปัญหาโลกร้อน การร่วมมือกันเพื่อจัดการกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ และการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นการเมืองระหว่างประเทศ



