ข่าว

"บิ๊กรัง"นอนมา
นั่งนายกกอล์ฟ
สามสมัยซ้อน

"บิ๊กรัง"นอนมา นั่งนายกกอล์ฟ สามสมัยซ้อน

16 มี.ค. 2554

"บิ๊กรัง" รังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ นั่งเก้าอี้นายกกอล์ฟ เป็นสมัยที่ 3 แบบไร้คู่แข่ง หลังได้รับเสียงสนับสนุนจากหมู่สมาชิกอย่างท่วมท้น เจ้าตัวลั่นเดินหน้าปั้นเด็กเก่งประดับทีมชาติให้ทัดเทียมเกาหลี-ญี่ปุ่น ไล่ล่าแชมป์ซีเกมส์ รวมทั้งแชมป์ในระดับเอเชีย-แปซิฟิก พ

 เมื่อวันอังคารที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา ที่ห้องบุหงา โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน กรุงเทพ สมาคมกอล์ฟแห่งประเทศไทย (สกท.) ได้จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2554 มี "บิ๊กรัง" นายรังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ นายกสมาคม พร้อมสมาชิกเข้าร่วม 121 คน จาก 263 สโมสรสมาชิก (สมาชิกสามัญ 18 คน, สมาชิกวิสามัญ 103 คน) โดยที่ประชุมได้สรุปผลงานของสมาคมในรอบปีที่ผ่านมา ทั้งการจัดการแข่งขันภายในประเทศ และส่งนักกีฬาไปแข่งขันยังต่างประเทศ ซึ่งนักกอล์ฟไทยประสบความสำเร็จคว้ารางวัลมามากมาย นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับรองรายรับ-รายจ่าย และงบดุลประจำปี 2553 สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2553 โดยสมาคมมีรายได้ 41,698,131.94 บาท และมีรายจ่าย 38,616,302.95 บาท ทำให้มีรายได้มากกว่ารายจ่าย 3,081,828.99 บาท


 จากนั้นถึงวาระสำคัญ คือการเลือกตั้งนายกสมาคมคนใหม่ หลังจากนายรังสฤษดิ์ ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมครบวาระ 2 ปี (ระหว่างปี 2552-2554) ซึ่งที่ประชุมมีมติให้นายจีรชัย สีจร ประธานชมรมกอล์ฟสิงห์ กสท. ขึ้นทำหน้าที่ประธานการประชุมชั่วคราว และนางเรวดี ต.สุวรรณ ประธานเลดีส์ เอเชี่ยน กอล์ฟ ทัวร์นาเมนต์ เป็นเลขาการประชุม ซึ่งเมื่อประธานเปิดโอกาสให้สมาชิกเสนอชื่อผู้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคม นายวิรัช เทียนสว่างชัย ผู้แทนจากสมาคมกอล์ฟสัตยา ได้ลุกขึ้นเสนอชื่อนายรังสฤษดิ์ เป็นนายกสมาคมต่อไปอีกสมัย พร้อมได้รับเสียงสนับสนุนจากสมาชิกอย่างท่วมท้น โดยไม่มีใครเสนอชื่อบุคคลอื่นขึ้นมาชิงตำแหน่ง ส่งผลให้ นายรังสฤษดิ์ ได้รับเลือกตั้งเป็นนายกสมาคมกอล์ฟแห่งประเทศไทย ต่อไปอีก 2 ปี
 สำหรับการที่ นายรังสฤษดิ์ สามารถนั่งเก้าอี้ สกท. ต่อเป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกันได้นั้น เนื่องจากได้รับการยกเว้นตามพ.ร.บ.การกีฬาแห่งประเทศไทย ปี 2528 มาตราที่ 27 วรรคท้ายว่าด้วยข้อยกเว้นในการดำรงตำแหน่งต่อหลังจากครบวาระ 2 สมัยของคณะกรรมการสมาคม ซึ่งยกเว้นให้คณะกรรมการสมาคมที่มีตำแหน่งอยู่ในสมาพันธ์กีฬาระดับนานาชาติ โดยนายรังสฤษดิ์ เป็นคณะกรรมการของสหพันธ์กอล์ฟแห่งเอเชีย-แปซิฟิก หรือเอพีจีซี จึงมีคุณสมบัติได้รับการยกเว้นดังกล่าว


 ภายหลังได้รับตำแหน่งอีกสมัย "บิ๊กรัง" กล่าวถึงเป้าทีมชาติไทยชุดปัจจุบัน โดยหวังจะคว้าแชมป์ โนมูระคัพ, ซีเกมส์ ที่อินโดนีเซีย, ปุตรา คัพ และ สันติ คัพ มาครองให้ได้ อย่างไรก็ตาม ยังมองว่านักกอล์ฟไทยขาดความขยันทำให้ยังเทียบชั้นไม่ได้กับเกาหลีใต้และญี่ปุ่น


 "ปัจจุบันกอล์ฟไทยได้รับการยกย่องให้เป็นพี่ใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ไทยก็ยังตามหลังเกาหลีใต้และญี่ปุ่นอยู่มาก เพราะเด็กเราไม่ขยัน ผู้ปกครองเด็กก็ไม่ค่อยให้ความร่วมมือช่วยกันผลักดัน ส่วนเด็กเก่งๆ เมื่อมีอายุ 18-19 ปี ก็เทิร์นโปรเล่นอาชีพแล้ว ทำให้ทีมไทยขาดคนมีฝีมือ ผมพยายามวางกฎระเบียบทีมชาติให้ขยันฝึกซ้อมตามเวลา ไม่ว่าฝนตกแดดออกต้องเล่นได้ทุกสภาพอากาศ และในช่วงฝึกซ้อมก็ห้ามใช้โทรศัพท์มือถือหรือเล่นเกมอย่างที่เคยมีมา นอกจากนี้ เรื่องของสนามกอล์ฟ ถ้าเด็กของสมาคมสามารถใช้สนามฝึกซ้อมได้ฟรีก็จะช่วยพัฒนาฝีมือได้มาก แต่ทางสนามกอล์ฟเองก็ต้องแบกภาระค่าภาษีสรรพสามิต ซึ่งเราต้องช่วยกันผลักดันให้รัฐบาลมองกอล์ฟเป็นกีฬาจริงๆ เพราะตอนนี้กอล์ฟกำลังบรรจุแข่งขันในโอลิมปิกเกมส์ และทั่วโลกก็เล่นกีฬากอล์ฟกันทั้งนั้น" นายรังสฤษดิ์ กล่าวทิ้งท้าย