
กต.เตรียมบินช่วยคนไทยใน"เซนได"
"ชวนนท์"พร้อมคณะ กต. เตรียมบินช่วยเหลือคนไทยในเซนได ยืนยันไม่มีคนไทยได้รับผลกระทบจากสารกัมมันตภาพรังสีรั่วไหล กทม.พร้อมให้ความช่วยผู้ประสบภัยในญี่ปุ่น
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 15 มี.ค.นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือคนไทยในประเทศญี่ปุ่น ว่า ในวันพรุ่งนี้ ( 16 มี.ค.) ตนจะนำคณะเจ้าหน้าที่จากกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางไปให้ความช่วยเหลือและดูแลคนไทยในพื้นที่ที่ได้เดือดร้อนและอยู่ในจุดเสี่ยง อาทิ เมืองเซนได จ.มิยางิ กรุงโตเกียว และบางพื้นที่ใกล้ จ.ฟูกิชิม่า เพราะตกอยู่ในสภาพขาดแคลนอาหาร และอากาศค่อนข้างหนาว เนื่องจากโรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ในบางจุดปิดทำงานสลับกัน จึงเห็นว่า เสื้อกันหนาว ผ้าห่ม และเครื่องนุ่งห่มที่สร้างความอบอุ่นเป็นสิ่งจำเป็นมากในตอนนี้ โดยจะนำข้าวของไปไว้ที่วัดปากน้ำ ใกล้สนามบินนาริตะ ซึ่งเป็นศูนย์ให้การช่วยเหลือคนไทย
ส่วนที่มีข่าวว่า สารกัมมันตภาพรังสีรั่วไหลอยู่ในขณะนี้ นายชวนนท์ กล่าวยืนยันว่า ยังไม่มีรายงานว่ามีคนไทยได้รับผลกระทบจากสารกัมมันตรังสี ส่วนที่มีข่าวว่า กัมมันตรังสี จะพัดเข้ากรุงโตเกียวภายในไม่กี่ชั่วโมงนั้น นายชวนนท์ กล่าวว่า ยังไม่มีรายงานยืนยัน ขณะที่ตัวเลขล่าสุดที่ได้รับรายงานระดับความเข้มข้นของกัมมันตรังสียังไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่ก็ไม่ประมาท โดยมีแผนเตรียมอพยพคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงออกมาให้ไกลที่สุด โดยยืนยันความพร้อมว่า หากต้องอพยพคนไทยอย่างเร่งด่วน กระทรวงการต่างประเทศมีความพร้อมทั้งยานพาหนะ และงบประมาณ สามารถดำเนินการได้ทันที่ โดยจะมีการรวมตัวกันที่วัดปากน้ำ เมืองนาริตะ เป็นจุดปลอดภัยที่สุด นอกจากนี้ ทางสถานทูตยังแนะนำให้คนไทยในญี่ปุ่นอยู่ในบ้านเรือนปิดหน้าต่างให้มิดชิด เพื่อไม่ให้อากาศภายนอกเข้าไป
นายชวนนท์ กล่าวอีกว่า สำหรับตัวเลขของผู้ขอเดินทางกลับประเทศไทยขณะนี้อยู่ในระหว่างการรวบรวม เพราะมีคนไทยแสดงความจำนงอย่างต่อเนื่อง เมื่อถามว่า จะมีมาตรการคัดกรองบุคคลที่เดินทางกลับมาจากประเทศญี่ปุ่นในช่วงนี้อย่างไร จึงจะมั่นใจได้ว่าผู้ที่เดินทางมาไม่มีกัมมันตรังสีติดมาด้วย นายชวนนท์ กล่าวว่า เชื่อว่ากระทรวงสาธารณสุขจะมีมาตรการป้องกัน แต่เบื้องต้นต้องดูว่าแต่ละคนที่มามาจากจุดที่ใกล้กับการแพร่กระจายของกัมมันตรังสีหรือไม่
กษิตทวิตเร่งประสานช่วยคนไทยในญี่ปุ่น
นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ส่งข้อความผ่านทางเว็บไซต์ทวิตเตอร์ภายใต้นาม @kasitpirom เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ว่าขณะนี้ได้เร่งให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว รวบรวมรายชื่อคนไทย ตามที่อยู่ในเมืองต่างๆ เพื่อเตรียมการช่วยเหลือเวลาเกิดปัญหา และสอบถามถึงความประสงค์ว่าจะต้องการกลับประเทศไทยหรือไม่ สำหรับการส่งของช่วยเหลือจะส่งไปทั้งทางเรือและทางอากาศ โดยเรือหลวงสิมิลัน ได้ออกไปแล้วในวันนี้ ( 15 มี.ค.) และคืนนี้เครื่องบิน C- 130 จะบรรทุกถุงยังชีพพระราชทานของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิตติยาภาฯ ไปด้วย
และกำลังประสานกับสภาหอการค้าที่จะสั่งบริษัทผลิตสิ่งของไปช่วยเหลือ พร้อมประสานบริษัท TK สยาม บริษัท อิออน และ 7-11 ในประเทศญี่ปุ่น ช่วยกระจายของช่วยเหลือไปสู่ผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งชาวไทยและญี่ปุ่น ทั้งนี้ในการช่วยเหลือที่ประเทศญี่ปุ่นมีการระดมอาสาสมัครจากเครือข่ายคนไทยและนักศึกษาไทยมาช่วย และได้ให้นายชวนนท์เดินทางไปประสานงานและให้กำลังใจคนไทยที่เซนได ประเทศญี่ปุ่น สำหรับสถานการณ์กัมมันตรังสี ขณะนี้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ติดตามอย่างใกล้ชิดกับศูนย์ประสานงานที่กระทรวงการต่างประเทศ
กทม.พร้อมให้ความช่วยผู้ประสบภัยในญี่ปุ่น
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ผู้บริหารกรุงเทพมหานครไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น โดยได้ส่งสารแสดงความเสียใจไปถึงเอกอัครราชทูตประเทศญี่ปุ่นประจำประเทศไทย รวมทั้งยังได้ประสานไปยังรัฐบาลส่วนกลางเพื่อสนับสนุนให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย(สึนามิ)ในประเทศญี่ปุ่น โดยหากมีการร้องขอและประสานมา ทางกรุงเทพมหานครพร้อมให้การสนับสนุนตามความต้องการ อาทิ เจ้าหน้าที่กู้ภัย รวมทั้งฟื้นฟูสภาพจิตใจผู้ประสบภัยพิบัติต่อไป นอกจากนี้กรุงเทพมหานครได้เตรียมพร้อมในการรับสาธารณภัยโดยการจัดเตรียมแผนหลัก คือ แผนป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนปี 2550 และแผนป้องกันและควบคุมภัยพิบัติกรุงเทพมหานคร ซึ่งกำหนดให้หน่วยงานของกรุงเทพมหานครดำเนินการจัดทำแผนรองรับก่อนเกิดเหตุ การเผชิญเหตุ การกู้ภัย การบรรเทาสาธารณภัยและฟื้นฟู การอบรมผู้เกี่ยวข้อง และการฝึกซ้อมแผน เพื่อให้มีความพร้อมอย่างน้อย ปีละ 1-2 ครั้ง
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวด้วยว่า รวมทั้งยังเตรียมความพร้อมด้านระบบเตือนภัย การอพยพและที่พักพิง ระบบการบัญชาการ ระบบสื่อสารกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกรุงเทพมหานคร จะเพิ่มแผนป้องกันภัยพิบัติ(สึนามิ)เข้าอยู่ในพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย.พ.ศ. 2550 ของกรุงเทพมหานคร ซึ่งในปัจจุบันกรุงเทพมหานครยังไม่มีแผนป้องกันและรับมือเหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิอีกด้วย ทั้งนี้ในที่ประชุมมีมติเห็นชอบในญัตติดังกล่าว และจะส่งต่อไปยังคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานครเพื่อดำเนินการต่อไป



