ข่าว

วอนญี่ปุ่น-เทปโก้คำนึงวิกฤตินิวเคลียร์

วอนญี่ปุ่น-เทปโก้คำนึงวิกฤตินิวเคลียร์

15 มี.ค. 2554

ผู้เชี่ยวชาญเตือนความรุนแรงของเหตุระเบิดที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในญี่ปุ่นอาจอยู่ใกล้ระดับรองจากระดับสูงสุด ขณะที่ผู้รอดชีวิตจากระเบิดปรมาณูสมัยสงครามโลกครั้งที่สองเตือนให้รัฐบาลและผู้บริหารโรงไฟฟ้าตระหนักถึงความรุนแรงของวิกฤติให้มากกว่านี้ เผยระดับสารกัมมันต

(15มี.ค.) อังเดร โคลด-ลาคอสต์ ผู้อำนวยการสำนักงานความปลอดภันนิวเคลียร์ของฝรั่งเศสแสดงความเห็นเมื่อวานว่า เหตุการณ์ระเบิดที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในจังหวัดฟุกุชิมะของญี่ปุ่นมีความรุนแรงในระดับอย่างน้อย 5 หรือ 6 จากเกณฑ์สากลที่ระดับสูงสุด คือ ระดับ 7 เหตุการณ์ที่โรงไฟฟ้าฟุกุชิมะหมายเลข 1 ในญี่ปุ่น รุนแรงกว่า เหตุการณ์ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์บนเกาะทรี ไมล์ในสหรัฐ ซึ่งอยู่ที่ระดับ 5 แต่น้อยกว่าเหตุระเบิดที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลในสหภาพโซเวียตที่มีความรุนแรงระดับ 7
ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุระเบิดที่อาคารปฏิกรณ์นิวเคลียร์หมายเลข 3 เมื่อวานและหมายเลข 2 วันนี้ ญี่ปุ่นประเมินไว้ที่ระดับ 4

ขณะที่ผู้รอดชีวิตหลายคนจากเหตุการณ์สหรัฐทิ้งระเบิดปรมาณูในเมืองฮิโรชิมาและนางาซากิสมัยสงครามโลกครั้งที่สองแสดงความกังวลต่อวิธีการที่รัฐบาลและบริษัทโตเกียว อิเล็กทริก พาวเวอร์ หรือ เทปโก้ แก้ไขสถานการณ์ที่โรงไฟฟ้า โดยหญิงชรา วัย 80 ปี บอกว่า การที่รัฐบาลและบริษัทบอกว่าระดับการรั่วไหลยังไม่เป็นอันตรายนั้น คิดว่าเป็นการประเมินที่ต่ำเกินไป และจากประสบการณ์ที่ตัวเองต้องป่วยเรื้อรังหลังได้รับสารกัมมันตรังสี เป็นเรื่องที่เลวร้ายมาก จึงอยากให้มีการตะหนักถึงความรุนแรงของวิกฤติที่เกิดขึ้นให้มากกว่านี้

ขณะที่สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า นายกรัฐมนตรีนาโอโตะ คัง วิจารณ์ผู้ควบคุมโรงไฟฟ้าอย่างรุนแรง โดยบอกว่า ทีวีรายงานการระเบิดไปแล้ว แต่ไม่มีข้อมูลอะไรส่งถึงสำนักงานของเขานานถึงเกือบหนึ่งชั่วโมง และเขายังใช้ถ้อยคำรุนแรงด้วยความกราดเกรี้ยวเมื่อถามว่าเกิดอะไรขึ้นเกียวโดอ้างว่าหนึ่งในนักข่าวของเกียวโดได้ยินคำพูดดังกล่าวตอนนายกรัฐมนตรีร่วมประชุมกับผู้บริหารของเทปโก้ที่สำนักงานใหญ่ของบริษัท แต่ไม่รู้ว่าเขาหมายถึงเหตุระเบิดครั้งไหน เพราะก่อนหน้านี้มีการระเบิดที่อาคารปฏิกรณ์นิวเคลียร์หมายเลข 3 และหมายเลข 1

และมีข่าวว่านายกรัฐมนตรีได้บอกให้บริษัทอย่าได้อพยพคนงานจากโรงไฟฟ้า เพราะหากอพยพไปจริง โรงไฟฟ้าจะพังย่อยยับแน่ และขอให้คนงานทุกคนมีความมุ่งมั่นในการแก้ไขสถานการณ์ทั้งนี้บริษัทได้สั่งอพยพคนงานหลังจากการระเบิดในเช้าวันนี้ แต่ยกเว้นคนงานที่ยังต้องทำหน้าที่ควบคุมการระบายความร้อนของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์

ระดับสารกัมมันตรังสีในโตเกียวเพิ่มสูงขึ้น

มีรายงานว่าวัดสารกัมมันตรังสีได้ในกรุงโตเกียวของญี่ปุ่นวันนี้โดยอยู่ในระดับเกินกว่าปกติเกือบ 20 เท่า แต่ยังไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยอยู่ในระดับ 0.809 ไมโครซีเวิร์ตต่อชั่วโมง ขณะที่ช่วง 4 ปีที่ผ่านมาวัดได้แค่ 0.079 ไมโครซีเวิร์ต ขณะที่ระดับปลอดภัย คือ 500 ไมโครซีเวิร์ต ปริมาณสารกัมมันตรังสีที่เพิ่มขึ้นมีขึ้นหลังการระเบิดของอาคารปฏิกรณ์ซึ่งเป็นที่ตั้งของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์หมายเลข 2 ในโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ หมายเลข 1 ในจังหวัดฟุกุชิมะ เมื่อเช้านี้โรงไฟฟ้าอยู่ห่างจากกรุงโตเกียว 250 กม.หลังจากเกิดการระเบิดที่อาคารปฏิกรณ์หมายเลข 1 เมื่อวันเสาร์ และหมายเลข 3 เมื่อวานนี้

รัฐบาลยอมรับว่าระดับของการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีในบริเวณใกล้โรงไฟฟ้าอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพแล้ว นายกรัฐมนตรีนาโอโตะ คังขอให้ประชาชนที่อยู่ในรัศมีระหว่าง 20-30 กม.จากโรงไฟฟ้าให้อยู่แต่ในบ้าน ปิดประตูหน้าต่างให้สนิท หลังระดับการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีที่บริเวณใกล้อาคารปฏิกรณ์นิวเคลียร์ สูงขึ้นถึง 400 เท่าของระดับที่ร่างกายของคนเราจะได้รับตามธรรมชาติในเวลา 1 ปีส่วนคนที่อยู่ในระยะไม่ถึง 20 กม.จากโรงไฟฟ้าได้อพยพออกจากบ้านเรือนไปกว่า 2 แสนคนก่อนหน้านี้แล้วนับตั้งแต่การระเบิดที่อาคารปฏิกรณ์หมายเลข 1 เมื่อวันเสาร์

ส่วนสถานการณ์ไฟไหม้ที่บริเวณชั้น 4 ของอาคารปฏิกรณ์หมายเลข 4 ที่โรงไฟฟ้าหมายเลข 1 เมื่อเวลา 9.38 น.เช้านี้ตามเวลาท้องถิ่น และหลังคาชั้น 5 ได้รับความเสียหายด้วย แต่สามารถดับไฟได้แล้ว

ชี้ใช้น้ำทะเลระบายความร้อนส่อนิวเคลียร์วิกฤติ

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เดลี่ เมล ของอังกฤษ รายงานว่า ในการทำงานแข่งกับเวลาเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อเพลิงนิวเคลียร์เกิดการหลอมละลายนั้น ญี่ปุ่นได้ขอความช่วยเหลือไปยังสหรัฐ ให้เข้าช่วยควบคุมเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ 3 แห่ง ที่กำลังทวีความร้อนสูงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะน้ำที่ฉีดเข้าไประบายความร้อน เหือดแห้งลงอย่างรวดเร็ว และนับเป็นการขอความช่วยเหลือหลังจากเกิดการระเบิดที่อาคารปฏิกรณ์แห่งที่ 3 ของโรงงานไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ ฟูกิชิม่าไดอิชิ ขณะที่สารกัมมันตรังสี ยังคงรั่วออกมาและเป็นจังหวะเดียวกับอาคารปฏิกรณ์แห่งที่ 4 เกิดไฟไหม้

นายกรัฐมนตรีนาโอโตะ คัง ได้เตือนประชาชนให้ระวังอันตรายจากการรั่วของสารกัมมันตรังสีและบอกให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในรัศมี 30 กิโลเมตร อยู่แต่ในบ้าน เนื่องจากระดับของสารกัมมันตรังสีรอบ ๆ โรงไฟฟ้า กำลังเพิ่มสูงขึ้น ด้านนายยูคิโอะ เอดาโนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและโฆษกรัฐบาล แถลงว่า กำลังมีการหารือกันถึงระดับที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์ นอกจากนี้ ยังมีสัญญาณที่บ่งชี้ว่า แท่งเชื้อเพลิงของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ทั้ง 3 แห่ง กำลังหลอมละลาย แต่ยังไม่ได้ตรวจสอบ

ด้านสถานทูตฝรั่งเศส ในกรุงโตเกียว ได้เตือนเป็นเชิงให้คำแนะนำว่า ลมอาจพัดพาเอาสารกัมมันตรังสีเข้าสู่โตเกียวภายในเวลา 10 ชั่วโมง ด้านผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า เหตุการณ์ที่จะกลายเป็นฝันร้าย ก็คือ การหลอมละลายของแท่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ อาจจะสร้างแรงดันมหาศาลภายในคอนเทนเมนท์ และถ้าคอนเทนเมนต์แรก ทั้งก๊าซและฝุ่นกัมมันตรังสี ก็จะฟุ้งกระจายออกไปในอากาศเป็นระยะทางหลายร้อยกิโลเมตร

มีรายงานว่า คนงานหลายคนของโรงไฟฟ้า พากันหนีออกไปตั้งแต่เมื่อคืน หลังเกิดระเบิดที่อาคารปฎิกรณ์อีกเป็นครั้งที่ 3 ท่ามกลางความวิตกว่าจะเกิดการหลอมละลายของแท่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ ขณะเจ้าหน้าที่ของบริษัทโตเกียว อิเล็คทริค พาวเวอร์ หรือ เทปโก้ ก็ไม่ได้เร่งรีบจัดการแถลงข่าว ในกรุงโตเกียว เพื่ออภัยในความไม่สะดวกต่อสาธารณชน แต่กลับปกปิดรายละเอียดเกี่ยวกับอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน

ขณะนี้มีประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่รอบกรุงโตเกียว อพยพออกจากบ้านเรือนแล้ว 180,000 คน และมีคนที่สัมผัสกับสารกัมมันตรังสีแล้ว 190 คน ส่วนอีกเกือบ 2 ล้านคน ไม่มีไฟฟ้าใช้โดยเฉพาะในพื้นที่ที่อากาศเย็นจัดถึงจุดเยือกแข็ง และอีก 1.4 ล้านครัวเรือน ไม่มีน้ำประปาใช้

ส่วนการใช้น้ำทะเลช่วยระบายความร้อนของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์นั้น ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ มองว่า น่าจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 57 ปี ที่มีการใช้น้ำทะเลที่มีฤทธิ์กัดกร่อนช่วยระบายความร้อน และนี่น่าจะเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่า ญี่ปุ่นอาจจะเจออุบัติเหตุร้ายแรง

แม้ว่า เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ภายในอาคารปฏิกรณ์จะปิดการทำงานโดยอัตโนมัติ ตอนที่เกิดแผ่นดินไหวนั้น ระบบทำงานที่ควบคุมสารกัมมันตรังสีในแท่งเชื้อเพลิง ทั้งยูเรเนียมและพลูโตเนียม อาจได้รับผลกระทบจากความล้มเหลวของระบบระบายความร้อน และการระเบิดได้เกิดขึ้น ในช่วงที่วิศวกรได้พยายามจะระบายความร้อย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดแรงดันภายในแต่อุณหภูมิที่สูงสุดขีด หรือที่เรียกว่า ซูเปอร์ฮีท อาจทำให้ไอน้ำแยกตัวออกเป็นไฮโดรเจนและอ๊อกซิเจน ที่ทำให้เกิดติดไฟ และสร้างความเสียหายให้กับอาคารปฏิกรณ์

ถ้าระบบหล่อเย็น หรือ การระบายความร้อนด้วยการฉีดน้ำเข้าไปล้มเหลว แท่งเชื้อเพลิงก็จะหลอมละลาย ซึ่งในกรณีที่ร้ายแรง สารกัมมันตรังสีจะไหลสู่พื้นและก่อให้เกิดการปนเปื้อนมีรายงานว่า กองทัพเรือสหรัฐ ได้นำเรือออกจากพื้นที่ภัยพิบัติทางตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น หลังจากลูกเรือ 17 คน ของเฮลิคอปเตอร์ ที่ไปช่วยกู้ภัย ต้องไปรักษาตัวอยู่ในเรือบรรทุกเครื่องบิน เพราะได้รับสารกัมมันตรังสี

กระทบหนักต่อศูนย์กลางอุตสาหกรรมโตโฮกุ

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์อาซาฮี ของญี่ปุ่น รายงานว่า หายนะจากแผ่นดินไหวและสึนามิ ในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงให้กับภาคอุตสาหกรรมในภูมิภาคโตโฮกุ ที่ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นด้วย

ภัยพิบัติครั้งนี้ ได้สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงให้กับโรงงานผลิตรถยนต์และโรงงานผลิตอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ส่วนใหญ่ของภูมิภาค ซึ่งเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมจำนวนมากที่ป้อนให้กับกรุงโตเกียว ที่เป็นเมืองหลวง ถนนและทางรถไฟที่จำเป็นต่อการขนส่งสินค้าและวัตถุดิบ ได้ถูกรบกวน ในขณะที่กระแสไฟฟ้าเกือบทั่วภูมิภาคยังคงใช้การไม่ได้

การยุติการผลิตทั้งผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป และชิ้นส่วนประกอบที่สำคัญ ได้เริ่มส่งผลกระทบต่อโรงงานในหลายพื้นที่ของประเทศ เช่นเดียวกับภาคการส่งออก ที่เป็นอนาคตของเศรษฐกิจญี่ปุ่น นายคาโอรุ โยซาโน่ รัฐมนตรีเศรษฐกิจและผู้กับดูแลนโยบายการคลัง เปิดเผยระหว่างแถลงข่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า ความเสียหายทางเศรษฐกิจจากแผ่นดินไหว เกรท อีสต์ (Great East Japan Earthquake) ในครั้งนี้ อาจร้ายแรงกว่าเมื่อครั้งเกิดแผ่นดินไหว เกรท ฮันชิน ใกล้กับเมืองโกเบ เมื่อปี 2538 ที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจเป็นมูลค่า 10 ล้านล้านเยน หรือราว 3 ล้าน 6 แสนล้านบาท และคาดว่าครั้งล่าสุดนี้ จะใหญ่หลวงกว่าเมื่อครั้งเกรท ฮันชิน เพราะทุกเมืองใหญ่
เมืองเล็ก และหมูบ้าน ตลอดแนวชายฝั่งซานริขุ ล้วนถูกทำลายจนราบคาบ

เมื่อเอาผลผลิตทางเศรษฐกิจของทั้ง 6 จังหวัดในภูมิภาค โตโฮกุ มารวมกัน อันได้แก่ อิวาเตะมิยางิ , ฟูกูชิม่า , อาโอโมริ , อากิตะ และยามากาตะ พบว่า ทั้ง 6 จังหวัด ครองส่วนแบ่งผลผลิตภายในประเทศรวมกัน 6.4 เปอร์เซ็นต์ มากกว่าจังหวัด เฮียวโง ที่ครองส่วนแบ่งผลผลิตภายในประเทศ สมัยที่เกิดแผ่นดินไหว เกรท ฮันชิน

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและการเงิน มูระ ซีเคียวริตี้ ได้คาดการณ์ว่า ความเสียหายและความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในภูมิภาค จะทำให้ตัวเลข GDP ของญี่ปุ่น ในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายนหดตัวลงจาก 0.5 เหลือ 1.0 แต่ก็เชื่อว่า การลงทุนสาธารณะเพื่อการฟื้นฟูประเทศ จะช่วยชดเชยไม่ให้เศรษฐกิจหดตัว แต่ยังไม่แน่ชัดว่า ความมั่นใจของผู้บริโภคจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจด้วยหรือไม่ ซึ่งยังเร็วเกินไปที่จะทำนายผลกระทบจากความเสียหายที่ภูมิภาคโตโฮกุ

แผ่นดินไหวเมื่อวันศุกร์ ทำให้โรงงานขนาดใหญ่ต้องยุติการปฏิบัติงานภายในโรงงาน 7 แห่งได้แก่ เรเนแซส อิเล็คทรอนิคส์ ผู้ผลิตชิปคอมพิวเตอร์ชั้นนำ ในหลายจังหวัด รวมทั้ง อาโอโมริ , ยามางาตะ และอิบารากิ ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิต 1 ใน 3 ของประเทศ ส่วนโรงงานผลิตอุปกรณ์เซมิคอนดั๊กเตอร์ของโตชิบา ที่ใช้กับรถยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน ที่จังหวัดอิบาเตะ ก็ได้รับความเสียหาย

ฟูจิสึ ได้ย้ายการผลิตของโรงงานผลิตเดสค์ทอป คอมพิวเตอร์ และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ในเมืองดาเตะ จังหวัดฟูกูชิม่า ไปที่จังหวัดชิมาเนะ ส่วนการผลิตกล้องดิจิตอล SLR ได้ถูกระงับไปด้วย ขณะที่นิค่อน ได้ระงับการผลิตที่โรงงานในเมืองนาโตริ จังหวัดมิยางิ เช่นเดียวกับแคนนอน ที่ระงับการผลิตเลนส์กล้อง เพราะโรงงานในจังหวุดโตชิกิ ได้รับความเสียหาย ส่วนนิปปง สตีล ได้วางแผนจะย้ายการผลิตจากจังหวัดอิวาเตะไปยังโรงงานอื่น

ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดตลาดร่วงลงไป10.55%

ดัชนีนิคเคอิของญี่ปุ่นปิดตลาดปรับตัวดิ่งลงอย่างแรงถึง 10.55% ปิดตลาดที่ระดับ 8,605.15 จุดในวันนี้ หลังจากช่วงระหว่างวันร่วงกราวรูดถึง 14% ซึ่งเป็นการดิ่งลงอย่างหนักวันที่สองนับจากเกิดเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิเมื่อวันศุกร์ ตามด้วยเหตุระเบิด 3 ระลอกที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ฟุกุชิมะ หมายเลข 1 ในจังหวัดฟุกุชิมาตั้งแต่วันเสาร์ โดยระเบิดครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อเช้านี้

การปรับตัวอย่างแรงของดัชนีนิคเคอิระหว่างวันทำให้ธนาคารกลางต้องอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบสองครั้งในวันนี้รวม 8 ล้านล้านเยนหรือราว 2.9 ล้านล้านบาท หลังจากเพิ่งอัดฉีดสองรอบรวม 15 ล้านล้านเยนหรือราว 5.5 ล้านล้านบาท โดยหวังสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดเงินที่มีความผันผวนมากเนื่องจากความวิตกของนักลงทุนต่อสถานการณ์ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์

แต่นักวิเคราะห์เตือนว่า มาตรการอัดฉีดเงินเพื่อเสริมสภาพคล่องในระบบการเงินครั้งนี้อาจเป็นภาระที่กดดันให้ต้องมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในภาวะที่ประเทศมีหนี้สาธารณะจำนวนมหาศาล นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่า ความเสียหายของภัยพิบัติในญี่ปุ่น อาจมากถึง 15 ล้านล้านเยนหรือ 5.5 ล้านล้านบาท หรือเกือบ 3% ของมูลค่าจีดีพี แต่บางคนมองในแง่ร้ายกว่านั้นว่าเศรษฐกิจอาจหดตัวสองไตรมาสติดต่อกัน

โยชิกิประมูลเปียโนคริสตัลช่วย

โยชิกิ หัวหน้าวงดนตรีร็อคชื่อดังของญี่ปุ่น เอ็กซ์-เจแปน จะนำของรักของหวงคือ เปียโน คริสตัลออกประมูล เพื่อนำรายได้ไปช่วยผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวและสึนามิในญี่ปุ่น รายงานซึ่งมีการเปิดเผยตั้งแต่เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ระบุว่า โยชิกิ ที่ปกติแล้วจะใช้ชีวิตอยู่ที่นครลอส แองเจลิส ของสหรัฐ ได้เดินทางกลับญี่ปุ่น เพื่อคุมงานแฟชั่นโชว์ของเขา และบันทึกเสียงเพลงใหม่ด้วย ซึ่งเขาบอกว่า รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว ตอนที่กำลังบันทึกเสียงอยู่บนชั้นที่ 11 ของสตูดิโอ และหลังจากดูรายงานข่าวทางโทรทัศน์ ก็รู้สึกตกใจเป็นอย่างยิ่งที่เห็นภาพความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง และตัดสินใจว่าเขาต้องทำอะไรสักอย่าง

เปียโน คริสตัน ที่จะนำออกประมูล สลักชื่อโยชิกิ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญหลายคนบอกว่า เป็นของที่หาค่ามิได้ เพราะเขามักจะหอบหิ้วไปด้วยทุกที่ ที่เขาไปแสดงคอนเสิร์ตทั่วโลก และเงินทั้งหมดที่ได้จากการประมูลเปียโนหลังนี้ จะนำไปมอบให้กับองค์กรบรรเทาทุกข์ด้านภัยพิบัติ ซึ่งจะมีรายละเอียดตามมาหลังจากนั้น แต่โยชิกิ ก็คาดหวังว่าจะรวบรวมเงินบริจาคผ่านทางมูลนิธิโยชิกิ ฟาวเดชั่น อเมริกา ของเขาด้วยเช่นกัน

โยชิกัน ยังได้โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ ขอบคุณทุก ๆ คน ที่เป็นห่วงเขา ซึ่งแม้ว่าจะมีเพื่อนบางคน ที่ยังไม่สามารถติดต่อได้ แต่เขาก็สามารถติดต่อสมาชิกในครอบครัวได้ทุกคน และเพื่อเป็นกำลังใจให้กับทุก ๆ คน เขาได้วางแผนจะขยายเวลาอยู่ในญี่ปุ่นต่อไปอีก

โยชิกิ มีชื่อจริงว่า โยชิกิ ฮายาชิ เป็นหัวหน้าวงเอ็กซ์ เจแปน ที่โด่งดังเป็นที่รู้จักกันดี โดยเฉพาะในแถบเอเชีย เพลงที่บ้านเรารู้จักกันเป็นอย่างดี คือ " เซย์ เอนนี่ธิง "

กลุ่มนักดนตรีชม.จัดคอนเสิร์ตช่วยผู้ประสบภัย

นายพรนภัส ไชยสถาน สมาชิกชมรมศิษย์เก่าดุริยศิลป์ มหาวิทยาลัยพายัพ จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า เหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิที่ประเทศญี่ปุ่น ได้รับความเสียหายเป็นอย่างมากและสร้างความสะเทือนใจให้กับผู้คนทั่วโลก จึงเห็นควรยื่นมือให้ความช่วยเหลือ ทั้งนี้ ยอมรับว่าไม่มีศักยภาพทางด้านการเงินที่มากพอที่จะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่แต่มีความรู้ความสามารถด้านดนตรี จึงจัดคอนเสิร์ตการกุศลเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวและสึนามิในประเทศญี่ปุ่น ในชื่องาน "Melodies for the Japanese" โดยร่วมกับเซเวียร์ฟลู้ตสตูดิโอ โรงเรียนสอนฟลู้ต กลุ่มนักดนตรีเชียงใหม่ และมูลนิธิส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาไทย-ญี่ปุ่น จัดขึ้นวันที่ 19 มีนาคม เวลา 18.30 น. ที่โรงละครกลางแจ้ง มหาวิทยาลัยพายัพ เขตแก้วนวรัตน์ รองรับได้กว่า 500 คน

สำหรับราคาบัตรคอนเสิร์ตกำหนดไว้ที่ราคา 200 บาท ซึ่งจะมีศิลปินระดับแนวหน้าของจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนางสุนทรีย์ เวชานนท์ ศิลปินล้านนาที่มีชื่อเสียง นางสาวลานนา คัมมินส์ ศิลปินแกรมมี่ นางสาวณัฐฐา พรหมมินทร์ ศิลปินล้านนาเจ้าของเพลงมะเมียะ คณะนักร้องประสานเสียงวิทยาลัยดุริยศิลป์ ฯลฯ

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการกุศลเพื่อหารายได้สบทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทั้งการเขียนพู่กันญี่ปุ่น การชงชาแบบญี่ป่น การออกร้านแสดงสินค้า การวาดภาพโดยศิลปินที่มีชื่อเสียง พร้อมกับการตั้งกล่องรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยเหตุการณ์สึนามิ ทั้งนี้ รายได้ทั้งหมดจากการจัดคอนเสิร์ตจะมอบให้ผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวและสึนามิในประเทศญี่ปุ่นโดยไม่หักค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ จะมอบผ่านทางนายโทโมฮารุ เอบีฮาระ ผู้อำนวยการมูลนิธิส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาไทย-ญี่ปุ่น และอาจารย์ชาวญี่ปุ่นในมหาวิทยาลัยพายัพ ซึ่งจะเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นในเดือนเมษายน2554

"ตอนแรกเราได้มีการติดต่อมอบเงินบริจาคผ่านทางนายคะซึโอะ ชิบะตะ กงสุลใหญ่ญี่ปุ่น ณ นครเชียงใหม่ แต่ได้รับการยืนยันว่ากงสุลใหญ่ว่าไม่ได้มีหน้าที่ยุ่งเกี่ยวด้านการรับเงินบริจาคปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเอกชนเป็นผู้ดำเนินการ แต่สถานกงสุลญี่ปุ่น ณ นครเชียงใหม่ ยินดีให้ความร่วมมือในการจัดงานอย่างเต็มที่ และมีความรู้สึกยินดีเป็นอย่างมาก" นายพรนภัส กล่าว

ททท.ชี้ภัยพิบัติประเทศญี่ปุ่นไม่กระทบท่องเที่ยวภูเก็ต

นางสาววรรณประภา สุขสมบูรณ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานภูเก็ต เปิดเผยว่า เหตุการณ์ภัยพิบัติแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิที่ส่งผลกระทบร้ายแรงในประเทศญี่ปุ่น ส่งกระทบต่อการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตไม่มาก เนื่องจากตลาดญี่ปุ่นมีน้อยมาโดยตลอด นับตั้งแต่เหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิพัดชายฝั่งอันดามันเมื่อปี 2547 และปัจจุบันตลาดส่วนใหญ่เป็นตลาดใหม่ๆ จากยุโรป ตะวันออกกลาง อินเดีย จีน และออสเตรเลีย

“ในส่วนของ ททท.ภูเก็ตรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับประเทศญี่ปุ่น และพร้อมที่จะร่วมมือประสานหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่รวมถึงชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในภูเก็ต เพื่อระดมความช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งเงินและสิ่งของอย่างเต็มที่ ” นางสาววรรณประภา กล่าว

นางสาววรรณประภา กล่าวว่า สำหรับกรณีที่มีโหรออกมาทำนายว่าจะเกิดภัยพิบัติสึนามิครั้งใหญ่ในฝั่งอันดามันช่วงประมาณเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ อยากให้ทางสมาคมโหร ได้มีการควบคุมการให้ข่าวเพราะจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในหลายด้าน เห็นได้จากผลการทำนายว่าจะเกิดสึนามิฝั่งอันดามันเมื่อช่วงใกล้เทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมาทำให้การท่องเที่ยวในภูเก็ตได้รับผลกระทบมาแล้ว จึงอยากให้ระมัดระวังในเรื่องดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ในแผนการท่องเที่ยวนั้น ได้หยิบยกกรณีพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติของทางฝั่งอันดามันมาวิเคราะห์จุดอ่อนจุดแข็งในการทำยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว เพื่อหาแนวทางทำความเข้าใจตลาดท่องเที่ยว ซึ่งข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหว ระบุว่าประเทศไทยมีโอกาสน้อยในการเกิดเหตุภัยพิบัติครั้งร้ายแรง เพราะไม่ได้อยู่ในวงแหวนไฟ หรือ ริงออฟไฟร์ เหมือนกับที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น