
พธม.เมินเส้นตาย15มี.ค.ลั่นไม่ถอย-ไม่ย้าย
พธม.เมินเส้นตาย 15 มี.ค. ลั่น ไม่ถอย ม็อบรักชาติ ย้ายไม่เกี่ยวกัน ยันประท้วงรัฐบาลต้องอยู่ใกล้ทำเนียบ อยู่ที่อื่นไม่ได้ ไม่สนมาร์คยุบสภา เพราะไม่ได้แก้ปัญหาอธิปไตยชาติ ต้องยกเลิกเอ็มโอยูเท่านั้นสวนสุเทพ สมเกียรติ ต่างหากที่ไม่เอาพรรค อยากออกมา
(15มี.ค.) เวลา 10.00 น. ที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แถลงท่าทีการชุมนุมว่า วันนี้ถือว่าครบ 50 วันของการชุมนุมที่เริ่มจากพันธมิตรฯในนามการชุมนุมที่ชื่อว่ารวมพลังปกป้องแผ่นดิน ต่อเนื่องมาถึงคณะกรรมการป้องกันราชอาณาจักร ผ่านมา 50 วันแล้วข้อเรียกร้องต่างก็ยังไม่ได้รับการตอบสนอง แต่จากการประเมินผลการชุมนุมที่ผ่านมาพบว่า มีประชาชนรับรู้ปัญหาเขตแดนไทย-กัมพูชามากขึ้น และรับรู้ว่ากัมพูชายึดครองแผ่นดินไทยอยู่ในหลายพื้นที่ ดังนั้นจึงถือว่าการชุมนุมก่อให้เกิดประโยชน์อย่างชัดเจนในแง่ของการรับรู้ของประชาชนที่ให้หันกลับมามองปัญหาชายแดนไทยกับกัมพูชา สิ่งที่ภาคประชาชนเคลื่อนไหวได้สะท้อนไปถึงองค์กรระหว่างประเทศว่า จะดำเนินการใด ๆ ที่เป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่กัมพูชาแบบลุแก่อำนาจไม่ได้ อย่างน้อยยังมีภาคประชาชนกลุ่มหนึ่งที่คอยคัดค้านและโต้แย้งอยู่
ส่วนเส้นตายที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบ (ศอ.รส.) ขีดไว้ให้ถอนกำลังออกจากถนนราชดำเนินภายในวันนี้ ( 15 มี.ค.) นายปานเทพ กล่าวว่า จากปรากฎการณ์เมื่อวันที่ 14 มี.ค. ซึ่งมีประชาชนมาร่วมชุมนุมอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนจำนวนไม่น้อยไม่ต้องการให้มีการสลายการชุมนุม หากรัฐบาลลุแก่อำนาจใช้กำลังในการสลายการชุมนุม จะทำให้มีประชาชนอีกจำนวนมากสมทบการชุมนุม ซึ่งไม่สามารถใช้กำลังในการสลายการชุมนุมได้ เนื่องจากประเด็นนี้เป็นเรื่องผลประโยชน์ของประเทศ เมื่อรัฐบาลใช้กำลังเมื่อไร ผู้ชุมนุมก็จะเพิ่มมากขึ้น เพราะประชาชนจะไม่ยอมให้รัฐบาลกลั่นแกล้งผู้ชุมนุมที่มีจิตใจปกป้องผลประโยชน์ของชาติ
สำหรับเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล นายปานเทพ กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางเป็นแต่พิธีการอย่างหนึ่งในกระวนการประชาธิปไตย เพราะที่ผ่านมาเรามีบทเรียนแล้วว่าเป็นเพียงเวทีสำหรับนักการเมืองที่ไม่เกรงกลัวหรือละอายต่อบาปใช้วาทกรรมตอบโต้กันไปมา จึงไม่สามารถคาดหวังอะไรได้ ในส่วนของกำหนดการยุบสภาของรัฐบาลนั้น ตนเห็นว่ามีความต้องการให้ประชาชนลงคะแนนหย่อนบัตรก่อนจะมีการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ในเดือน มิ.ย.นี้ เพื่อไม่ให้ประชาชนรู้ผลก่อนว่า ผลการประชุมเวทีมรดกโลกออกมาเช่นใด
“ รัฐบาลควรแสดงความบริสุทธิ์ใจและพร้อมรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้นในเวทีคณะกรรมการมรดกโลก ก่อนมีการหย่อนบัตรเลือกตั้ง เพราะประชาชนมีสิทธิ์ที่จะรับรู้ข้อมูลในผลงานที่รัฐบาลก่อเอาไว้ เพื่อความเป็นธรรมต่อประชาชนที่จะได้รับทราบข้อเท็จจริง ” นายปานเทพ กล่าว
ส่วนที่นายปณิธาน วัฒนยากร รองเลขาธิการนายกฯ ในฐานะโฆษกรัฐบาล ออกมาระบุพาดพิงถึงการชุมนุมของพันธมิตรฯว่าคาดหวังความรุนแรง รวมทั้งชื่นชมการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่พร้อมเข้าสู่การเลือกตั้ง โฆษกพันธมิตรฯ กล่าวว่า การเลือกตั้งไม่ใช่คำตอบของการแก้ปัญหา การยุบสภาก็ไม่ได้ก่อให้เกิดคงวามเปลี่ยนแปลงเช่นกัน เพราะทั้งฝ่ายค้านหรือรัฐบาลก็มีชนักติดหลังในกรณีชายแดนไทย-กัมพูชาด้วยกันทั้งสิ้น พรรคเพื่อไทยในสมัยที่เป็นพรรคพลังประชาชนก็ให้การสนับสนุนกัมพูชานำปราสาทพระวิหารขึ้นทะเบียนมรดกโลก ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ก็เป็นผู้ลงนามในเอ็มโอยู 2543 ดังนั้นการเลือกตั้งจึงไม่ได้เป็นการแก้ไขปัญหาอธิปไตยของชาติ ต้องให้ผู้ที่มีความกล้าหาญเข้ามาลงมือทำเท่านั้นจึงจะสามารถแก้ไขได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ล่าสุดทางตำรวจได้เจรจากับเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติให้ย้ายพื้นที่การชุมนุมจาก ถ.พิษณุโลก ไปยังใต้สะพานพระราม 8 หรือข้างกระทรวงการคลัง จะมีผลอย่างไรต่อการชุมนุมของพันธมิตรฯหรือไม่ นายปานเทพ กล่าวว่า กรณีนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการชุมนุมของพันธมิตรฯหรือคณะกรรมการป้องกันราชอาณาจักรไทย เพียงแต่ตนเห็นว่าเมื่อปี 53 พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ( ผบก.น. 1) ก็เป็นผู้เสนอให้กลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงมาใช้พื้นที่ ถ.พิษณุโลก ในช่วงที่มีการจัดงานกาชาด จุดที่ทางเครือข่ายฯอยู่ในตอนนี้ แสดงให้เห็นว่าการจัดงานกาชาดไม่ได้กระทบหรือเกี่ยวพันต่อพื้นที่ ถ.พิษณุโลกแต่อย่างใด ดังนั้นการพยายามย้ายพื้นที่การชุมนุมเพื่อจัดงานนั้นเป็นเพียงข้ออ้างที่ไม่มีความเป็นจริงในทางปฏิบัติแต่อย่างใด เพียงต้องการบั่นทอนพลังในการชุมนุมเท่านั้น
“ เวลาที่ประชาชนจะประท้วงต่อรัฐบาลก็ต้องมาชุมนุมใกล้รัฐบาล เพื่อให้ผลกระทบต่อรัฐบาลโดยตรง ไม่มีใครที่จะไปชุมนุมในพื้นที่อื่น เช่นที่แยกราชประสงค์ ก็ไม่ได้มีเหตุผล เพราะเราต้องการแสดงสัญลักษณ์อารยะขัดขืนต่อรัฐบาล จึงต้องมาอยู่ใกล้รัฐบาล จะปัดความรับผิดชอบให้ผลกระทบไปถึงคนอื่นเพื่ออำนวยความสะดวกให้ตัวเองนั้นคงไม่ถูกต้อง ” นายปานเทพ กล่าว
ขณะที่ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีที่มีบางกลุ่มย้ายออกไป ก็ไม่มีปัญหาต่อพวกเรา เป็นการลดความแออัดลงไปเท่านั้น เรายังจำเป็นต้องใช้พื้นที่เต็มพื้นที่ ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนั้นตำรวจก็จะไปอ้างว่ามีผู้ชุมนุมบางกลุ่มให้ความร่วมมือกับรัฐบาล อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติจะย้ายที่ชุมนุมแต่ยืนยันว่า กองทัพธรรมจะไม่เคลื่อนไปไหนแน่นอน หากตำรวจจะมาเจรจาขอให้เราชุมนุมที่อื่น เราก็จะขออยู่ที่นี่ต่อไป
“ ผมยังมีความเชื่ออยู่ว่ารัฐบาลยังมีแนวคิดในการสลายการชุมนุมของพวกเราอยู่ เพราะรัฐบาลเข้าตาจนขึ้นทุกขณะ ที่เรามาเปิดโปงในสิ่งที่รัฐบาลทำให้ประเทศชาติและประชาชนเสียหาย ซึ่งในการอภิปรายไม่ไว้วางก็ไม่ได้นำเรื่องปัญหาไทย-กัมพูชามาเป็นประเด็นหลัก กลับไปพูดถึงเรื่องอื่นเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง แสดงให้เห็นว่าสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้เป็นที่พึ่งของประชาชน ” พล.ต.จำลอง กล่าว
ส่วนกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ออกมาระบุให้นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.สัดส่วน พรรประชาธิปัตย์ ในฐานะแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แสดงจุดยืนทางการเมือง รวมทั้งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ก็ระบุว่า จะไม่ส่งนายสมเกียรติลงสมัครเลือกตั้งในนามพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปนั้น
พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้กล่าวในเรื่องว่า ไม่ใช่พรรคประชาธิปัตย์หรือนายสุเทพที่ไม่เอานายสมเกียรติ เป็นนายสมเกียรติต่างหากที่แสดงท่าทีไม่เอาพรรคประชาธิปัตย์มานานแล้ว เพราะนายสมเกียรติเป็นนักประชาธิปไตย เห็นว่าเข้าไปอยู่ในพรรคการเมืองไม่เกิดประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง จึงตัดสินใจมานานแล้วว่าจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งอีกต่อไป และไม่อยู่ในพรรคประชาธิปัตย์หรือพรรคการเมืองอื่น ๆ อย่างแน่นอน หากเป็นคนอื่นคงไม่กล้าแสดงออกเหมือนนายสมเกียรติแน่ คงยึดติดการอยู่ในตำแหน่ง
ขณะที่ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกพันธมิตรฯ กล่าวเสริมว่า ในกรณีนี้นายสมเกียรติมีเอกสิทธิ์ในฐานะ ส.ส.ที่จะแสดงความเห็นด้วยกับรัฐบาลหรือไม่ก็ได้ เพราะไม่ได้แปลว่านักเลือกตั้งที่เข้ามาต้องยอมสยบให้กับการกระทำของรัฐบาลที่ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ส.ส.ก็เป็นวิญญูชนเป็นตัวแทนประชาชนมีสิทธิ์ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่พรรคทำผิดพลาด นายกฯต้องตอบคำถามว่าพร้อมหรือไม่ ที่นายสมเกียรติจะลาออกจากตำแหน่งพร้อมกับนายกฯ เพราะคนที่ทำผิดพลาดน่าจะเป็นตัวนายกฯเองมากกว่า ” นายปานเทพ กล่าว



