
รัฐบาลพร้อมอพยพคนไทยกลับจากญี่ปุ่น
นายกฯระบุมีระบบประสานนศ.ไทยในญี่ปุ่นกลับไทยอยู่แล้ว ชี้การเดินทางอาจลำบากเพราะอยู่ในพื้นที่ภัยพิบัติ สั่งเช็คสินค้าเข้าไทยว่าอยู่ในพื้นที่นิวเคลียร์หรือไม่
(15มี.ค.) เวลา 08.35 น. ที่อาคารรัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการติดตามคนไทยที่ประเทศญี่ปุ่นหลังประสบแผ่นดินไหวและสึนามิว่า จะสอบามจากนายนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปในพื้นที่ซึ่พบกับภัยพิบัติหนักซึ่งน่าจะมีข้อมูลออกมาตั้งวันนี้ที่น่าจะชัดเจนมากขึ้น ส่วนกรณีที่มีนักศึกษาไทยในประเทศญี่ปุ่นประสานขอเดินทางกลับนั้นมีระบบการประสานงานอยู่แล้ว ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่การเดินทางต่าง ๆ ก็อาจจะลำบากเพราะอยู่ในพื้นที่ที่ประสบกับภัยพิบัติ
ส่วนแผนอพยพคนไทยหลังที่เตาปฏิกรณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิด นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้คงต้องรอให้ทางการญี่ปุ่นบริหารจัดการในพื้นที่ดังกล่าว ทั้งนี้หากใครประสานมาทางศูนย์ความช่วยเหลือของเราก็จะหาทางเร่งอพยพกลับมาตามคำแนะนำของทางการญี่ปุ่นหากตรวจพบกัมมันตภาพรังสี ส่วนสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นที่จะเข้ามายังประเทศก็ต้องมีการดูว่าพื้นที่นั้นมีแหล่งผลิตอะไรบ้าง และต้องรอผลตรวจกัมมันตภาพรังสีว่าเป็นอย่างไร
เมื่อถามว่ามีการวิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดขึ้นหลังเกิดเหตุการณ์ในประเทศญี่ปุ่นอย่างไรบ้าง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือการเร่งเข้าไปช่วยทั้งคนไทยและญี่ปุ่นเท่าที่เราจะทำได้ ในส่วนผลกระทบเชิงเศษฐกิจคิดว่าในระยะนี้คงมากพอสมควรในแง่ของตลาดแต่สุดท้ายก็ต้องดูอีกครั้งเพราะสถานการณ์ยังไม่นิ่ง เพราะประเด็นของโรงไฟฟ้ายังเป็นปัญหาใหญ่จึงไม่ทราบว่าจะยุติอย่างไร สำหรับโอกาสการเคลื่อนย้ายเงินทุน และย้ายฐานการผลิตมาที่ประเทศไทยนั้นเบื้องต้นคิดว่าญี่ปุ่นต้องเข้าสู่ภาวะการฟื้นฟูและใช้เงินค่อนข้างมาก รวมทั้งดูผลกระทบในแง่ของเสถียรภาพในเรื่องหนี้ของญี่ปุ่นวาจะเป็นอย่างไร แต่ในแง่การตัดสินใจของบริษัทหากเป็นบริษัทที่อยู่ในประเทศญี่ปุ่นเขาก็คงคิดถึงการฟื้นฟูของเขาก่อน แต่บริษัทที่มีเครือข่ายอยู่ในประเทศไทยยังไม่มีอะไรที่กระทบมาก อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะไม่กระทบกับโครงการของไทยที่ใช้เงินกู้จากประเทศญี่ปุ่นแต่ก็จะมีการติดตามและประเมิน
ส่วนผลกระทบของเหตุการณ์ที่ทำให้ราคายางพาราตก นายกฯ กล่าวว่า ในตลาดโลกมีลักษณะเช่นนี้อยู่เป็นธรรมดา เวลาที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น ส่วนใหญ่ตลาดจะมีปฏิกิริยาแรงกว่าพื้นฐาน ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับทุกตลาดซึ่งเมื่อวันที่ 14 มี.ค.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการยางพาราก็จะเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียด ซึ่งตนยังไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับนายสุเทพมีการรายงานเพียงว่าจะมีมาตรการรองรับ



