
ชี้ผลพวงญี่ปุ่นกระทบศก.ไทยแค่0.1%
คลัง-ศูนย์วิจัยกสิกรฯ ประเมินเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากญี่ปุ่นไม่เกิน 0.1% ธปท.มองเป็นปัญหาระยะสั้น เอกชนจับตาเม็ดเงินลงทุนว่าจะชะลอหรือไม่ พาณิชย์หารือผู้ส่งออกไปญี่ปุ่น 15 มีนาคมนี้ รับฟังปัญหาและข้อเสนอ
นายนริศ ชัยสูตร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า เมื่อพิจารณาจากยอดการส่งออกของสินค้าไทยไปยังญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักอันดับ 2 ของไทย รองจากจีน มองว่า การเติบโตของเศรษฐกิจไทยจะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในญี่ปุ่นประมาณ 0.1% ของจีดีพี โดยสินค้าหลักๆ ที่ส่งออกได้แก่ คอมพิวเตอร์อุปกรณ์และส่วนประกอบ รถยนต์และส่วนประกอบ ยางพาราแผงวงจรไฟฟ้า และไก่แปรรูป
สอดคล้องกับการประเมินของบริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ที่คาดว่าผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงของญี่ปุ่นต่อเศรษฐกิจไทยอาจอยู่ในขอบเขตจำกัด ผลกระทบไม่น่าจะเกิน 0.1% ของจีดีพีของไทย ซึ่งอาจไม่มีผลให้ต้องเปลี่ยนแปลงประมาณการเศรษฐกิจไทยในปีนี้
นายทรงธรรม ปิ่นโต ผู้อำนวยการสำนักเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ผลกระทบด้านการค้าขายและส่งออกระหว่างไทยกับญี่ปุ่นหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงในครั้งนี้ เชื่อว่าคงกระทบแค่เพียงระยะสั้น แต่ระยะยาวไม่น่าจะมีปัญหา เพราะญี่ปุ่นถือเป็นประเทศที่มีระบบการจัดการปัญหาและการบริหารความเสี่ยงที่ดี ดังนั้น จึงน่าจะฟื้นตัวกลับมาได้เร็ว อย่างไรก็ตาม ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งถัดไปในวันที่ 20 เมษายนนี้ ธปท.จะนำผลกระทบดังกล่าวไปพิจารณาด้วย
นายเศรษฐพุฒิ สุทธินาทนฤพุฒิ กรรมการผู้จัดการศูนย์วิจัยข้อมูลธุรกิจและเศรษฐกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ประเด็นที่ค่อนข้างเป็นห่วงและต้องจับตาดูภายหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นในครั้งนี้คือ กลุ่มทุนญี่ปุ่นจะชะลอแผนการลงทุนตรงในประเทศไทยออกไปหรือไม่ เพราะการลงทุนโดยตรงจากกลุ่มนักลงทุนญี่ปุ่นช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ถือว่ามียอดสะสมสูงเป็นอันดับ 1
ด้าน นายมนตรี โสคติยานุรักษ์ นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ ผู้อำนวยการหลักสูตร เอ็มพีเอ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวว่า ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีการนำเงินเข้ามาลงทุนมากเป็นอันดับ 1 ของเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศทั้งหมดในไทย ซึ่งน่าจะทำให้การลงทุนชะลอตัวลง ส่วนการส่งออกก็คาดการณ์ได้ว่า ในช่วง 6 เดือนข้างหน้าคงชะลอลงเช่นกัน
ขณะที่ นายวุฒิชัย ดวงรัตน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก กล่าวว่า วันที่ 15 มีนาคมนี้ จะประชุมผู้ส่งออกสินค้าไทยไปญี่ปุ่นในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม เพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอที่ต้องการให้กระทรวงพาณิชย์และรัฐบาลช่วยเหลือกรณีที่ได้รับผลกระทบ โดยเบื้องต้นพบว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นในขณะนี้ คือ สินค้าตกค้างระหว่างการจัดส่งทางเรือ และสินค้าตกค้างในญี่ปุ่น เพื่อการส่งออกต่อไปประเทศที่สาม
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) และหอการค้าญี่ปุ่น (เจซีซี) ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนในไทย โดยการลงทุนปี 2554 นักลงทุนญี่ปุ่นยังดำเนินการตามแผนการลงทุนที่เตรียมไว้นานแล้ว



