ข่าว

เล่ห์..แก๊งค้าเฮโรอีน"ละลายน้ำ"ตบตาตำรวจ

เล่ห์..แก๊งค้าเฮโรอีน"ละลายน้ำ"ตบตาตำรวจ

15 มี.ค. 2554

แก๊งค้ายาเสพติดมักจะสรรหาวิธีลักลอบขนยาเสพติดแปลกๆ ใหม่ๆ เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ว่าจะกลืนยาเสพติดลงท้อง ยัดทวารหนัก ซุกซ่อนไว้ตามสิ่งของ หรือวัตถุต่างๆ ล่าสุดแก๊งยาเสพติดหัวใสใช้หลักวิธีการตกผลึกของสสารมาลักลอบขน

 "เฮโรอีน" ทั้งคนทั่วไปคุ้นชินว่ามีลักษณะเป็นผงสีขาวบริสุทธิ์ ถูกนำมาละลายน้ำให้ใสเหมือนน้ำดื่ม แล้วบรรจุขวดน้ำดื่มขนาด 1 ลิตร ปะปนมากับขวดน้ำผลไม้ แต่สุดท้ายก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาตำรวจได้

 หลังจาก พ.ต.อ.ปิยะ เจริญสุข ผกก.1 บก.ป., พ.ต.ท.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผกก.1 บก.ป., พ.ต.ท.จารุวัฒน์ พาหุมันโต และ พ.ต.ท.ธีรพัฒน์ ธารีไทย สว.กก.1 บก.ป. ได้รับแจ้งจากสายลับคนหนึ่งว่า ชาวต่างชาติสัญชาติปากีสถาน คือ นายมูฮัมเหม็ด ไฮยยัค และ นายโมซิน อาลี กาน เกี่ยวพันกับขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ กำลังเดินทางเข้าประเทศไทย

 สายลับรายนี้ยังระบุว่า แก๊งยาเสพติดกลุ่มนี้เคยลักลอบนำเฮโรอีนเข้ามาในประเทศไทยหลายครั้งแล้ว โดยที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถจับกุมได้ เพราะใช้วิธีตบตาแปลงเฮโรอีนผงสีขาวๆ ให้เป็นชนิดน้ำ แล้วบรรจุมาในขวดน้ำดื่ม เมื่อชุดสืบสวนได้เบาะแสจึงรายงานข้อมูลทั้งหมดให้ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. และ พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รับทราบ แล้วได้รับคำสั่งให้สืบสวนจับกุมอย่างเร่งด่วน เพราะเป็นนโยบายกวาดล้างยาเสพติดของรัฐบาล

 การสืบสวนคดียาเสพติดคดีนี้ ชุดสืบสวนใช้เวลาการสืบสวนสอบสวนอยู่หลายวัน จนกระทั่งทราบว่า บุคคลทั้งสองคนที่เกี่ยวพันกับยาเสพติด เดินทางเข้าประเทศไทยในเวลา 07.10 น. ด้วยเที่ยวบินของสายการบินไทย เที่ยวบินที่ ทีจี 342 จึงได้เฝ้าสังเกตการณ์จนกระทั่งพบชายต้องสงสัยตรงตามตำหนิรูปพรรณคล้ายกับที่สายลับแจ้งมา กำลังเดินผ่านพิธีการเข้าเมือง แล้วไปรอรับกระเป๋าเดินทางที่สายพาน ก่อนเดินออกผ่านช่องของกรมศุลกากร สู่บริเวณด้านหน้าท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ

 ทันทีที่ชุดสืบสวนแสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน นายมูฮัมเหม็ด และ นายโมซิน แสดงอาการลุกลี้ลุกลน เมื่อชุดสืบสวนประสานล่ามซึ่งสามารถสนทนาภาษาเดียวกันได้ จึงแจ้งให้ทราบพร้อมขอตรวจค้นในกระเป๋าเดินทาง จึงพบขวดน้ำดื่มขวดละ 1 ลิตร 6 ขวดบรรจุอยู่ในกล่องกระดาษปะปนกับขวดน้ำผลไม้

 เบื้องต้นบุคคลทั้งสองยังให้การปฏิเสธ...ชุดสืบสวนสอบ สังเกตเห็นความผิดปกติของน้ำในขวด ซึ่งมีสีค่อนข้างขุ่น แถมยังมีร่องรอยถูกเปิด แต่ทั้งสองยังยืนยันผ่านล่ามว่า เป็นน้ำดื่ม ชุดสืบสวนจึงบอกว่าหากเป็นน้ำดื่มบริสุทธิ์จริง ทดลองดื่มให้ดูหน่อย แต่ปรากฏว่าบุคคลทั้งปฏิเสธการดื่มน้ำที่บรรจุขวดมาแต่ขอดื่มน้ำผลไม้แทน ด้วยพฤติกรรมที่มีพิรุธและชวนสงสัย จึงถูกควบคุมตัวมาสอบสวนที่กองบังคับการกองปราบปราม

 ชุดสืบสวนจึงนำน้ำดื่มในขวดน้ำต้องสงสัยมาทดสอบหาสารเสพติดต่อหน้าผู้ต้องสงสัยทั้งสองคน จนกระทั่งผลการทดสอบชี้ชัดว่า น้ำดื่มทั้ง 6 ขวดมีส่วนผสมของสารเสพติด โดยชาวปากีสถานทั้งสองอ้างว่า น้ำดื่มทั้งหมดมีผู้นำมาฝากโดยให้ค่าจ้างในการขนน้ำดื่มทั้งหมดในราคา 4,000 รูปี หรือประมาณ 1,500 บาท หลังจากส่งเสร็จก็จะเดินทางออกนอกประเทศไทยในช่วงเย็นทันที

 แหล่งข่าวในชุดสืบสวนรายหนึ่งยอมรับว่า เฮโรอีนน้ำไม่ค่อยได้ยินบ่อยมากนัก แต่วิธีการทำของผู้ถูกกล่าวหา หรือผู้ร่วมขบวนการ ใช้เป็นเทคนิคตบตาเจ้าหน้าที่เพื่อให้รอดพ้นต่อการถูกตรวจค้นหรือจับกุม

 "พวกนี้จะใช้เฮโรอีนที่ต้องการจำหน่ายนำไปผสมกับน้ำดื่ม หลังจากที่เฮโรอีนที่ผสมน้ำถึงจุดหมายปลายทาง ผู้ร่วมขบวนการจะนำเฮโรอีนผสมน้ำหรือเฮโรอีนน้ำ นำไปเทบรรจุใส่ภาชนะแล้วนำเข้าเตาไมโครเวฟ หรือนำไปต้มเพื่อให้ความร้อนละลายน้ำให้หมดแล้วเฮโรอีนที่ผสมในน้ำก็จะกลายเป็นเกล็ดสีขาวขุ่น หลังจากนั้นก็จะนำไปขาย เพื่อให้ลูกค้าเสพด้วยวิธีการเสพแบบต่างๆ" แหล่งข่าวในชุดสืบสวนระบุ

 ด้าน พล.ต.ต.สุพิศาลกล่าวว่า การสืบสวนค่อนข้างชัดเจนว่า ผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองคนเกี่ยวพันกับขบวนการค้ายาเสพติด โดยน่าจะกระทำด้วยวิธีดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง จะนำไปส่งให้แก่บุคคลสัญชาติเดียวกันคนหนึ่ง มีที่พักอาศัยอยู่ย่านประตูน้ำ กรุงเทพฯ ตอนนี้ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างการขยายผลจับกุมต่อไป