
อี พาสปอร์ตเราอยากเปิดกว้างอยู่แล้ว
ผมได้รับข่าวอย่างไม่เป็นทางการ ก็รออยู่ว่า เขาจะส่งหนังสือมาให้เมื่อไหร่ มาถึงปุ๊บ เราก็จะกลับไปใช้ทีโออาร์ ฉบับแรก ก็เริ่มให้มีการเสนอคำวิพากษ์วิจารณ์กันได้ จากนั้นก็เปิดให้มีการยื่นซองประกวดราคากันเลย
หลังจาก "คม ชัด ลึก" ได้นำเสนอเรื่องราวของโครงการอี พาสปอร์ตมาแล้วในคอลัมน์นี้ เพื่อชี้ให้เห็นข้อดีข้อเสีย จุดที่น่าสังเกตในการเปลี่ยนแปลงร่างข้อตกลงระหว่างกระทรวงการต่างประเทศกับบริษัทเอกชนที่จะเข้ามาประมูลอย่างมีนัยสำคัญ
จักร บุญ-หลง อธิบดีกรมการกงสุล หน่วยงานสังกัดกระทรวงการต่างประเทศ ที่น่าจะเรียกได้ว่าเป็น “เจ้าภาพใหญ่” เปิดใจกับ "คม ชัด ลึก" ว่า อย่างที่ "คม ชัด ลึก" ตั้งข้อสังเกตไว้แต่แรกว่า เหตุใดถึงไปแก้ไข ร่างข้อตกลง หรือที่เรียกง่ายๆ ว่า ทีโออาร์ จากเดิมที่ดูเปิดกว้างให้เอกชนมาร่วมประมูล แต่กลับไปแก้ให้เกิดข้อจำกัดจนถูกครหาว่าเอื้อประโยชน์ให้แก่บางบริษัท
“เราอยากเปิดกว้างอยู่แล้ว แต่พอมีการท้วงมาว่า มันอาจจะผิดระเบียบพัสดุ ของสำนักนายกฯ พอเขาท้วงมาอย่างนี้ ถ้าไม่ทำก็เท่ากับละเว้นฯ ผมก็เลยต้องสอบถามไปยังกรมบัญชีกลาง ก็ได้รับคำตอบว่า ให้ประยุกต์ใช้ระเบียบสำนักนายกฯ ที่มีอยู่ แต่อันนั้นมันใช้กับการก่อสร้าง แต่ระเบียบเขาว่าอย่างนั้นจริงๆ”
อธิบดีกรมการกงสุลกล่าวต่อว่า ทางคณะกรรมการยกร่างทีโออาร์ก็แก้ไปตามนั้น และนั่นทำให้เกิดการทักท้วงของบริษัทเอกชน ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศก็ฟังอยู่ แต่คราวนี้เราก็ทำหนังสือไปยังกรมบัญชีกลางเป็นลายลักษณ์อักษรเลย ถามเขาว่า มีข้อท้วงติงมาอย่างนี้ ทางกรมบัญชีกลางจะว่าอย่างไร “ถ้ากรมบัญชีกลางว่าอย่างไรมา เราก็จะปรับให้สอดคล้อง เพราะเราก็รู้แล้วว่า จริงๆ ระเบียบเขาใช้กับการก่อสร้าง”
อธิบดีกรมการกงสุลกล่าวอีกว่า เรื่องนี้ไม่ต้องกังวล เพราะได้รับทราบอย่างไม่เป็นทางการจากกรมบัญชีกลางแล้วว่า หากกระทรวงการต่างประเทศอยากจะปรับเพื่อให้เป็นการเปิดกว้าง ก็สามารถดำเนินการได้
“ผมได้รับข่าวอย่างไม่เป็นทางการ ก็รออยู่ว่า เขาจะส่งหนังสือมาให้เมื่อไหร่ มาถึงปุ๊บ เราก็จะกลับไปใช้ทีโออาร์ฉบับแรก ก็เริ่มให้มีการเสนอคำวิพากษ์วิจารณ์กันได้ จากนั้นก็เปิดให้มีการยื่นซองประกวดราคากันเลย”
เขามั่นใจว่า เวลาที่เหลือนั้น น่าจะทันกับกำหนดสิ้นสุดการทำงานของบริษัทที่รับสัมปทานทำอี พาสปอร์ต อย่างในขณะนี้ นั่นก็คือ เดือนสิงหาคมปีนี้ แม้ว่าจะต้องขยับกำหนดเวลาการยื่นซองออกไปอีกเล็กน้องก็ตาม
ถามว่าถ้าไม่ทันจะทำอย่างไร อธิบดีกรมการกงสุลกล่าวว่า ก็มีอยู่สองสามออปชั่น ก่อนที่จะตัดสินใจ แต่ถ้าจะจ้างบริษัทใหม่เข้ามาทำชั่วคราว มันก็จะกลายเป็นว่า ในปีหนึ่งๆ มีพาสปอร์ตประมาณ 3 แบบ มันก็คงจะสร้างความสับสนให้แก่ ตม.ของประเทศเพื่อนบ้าน
2.ถ้าเรารับคนเข้ามาเพิ่ม เอาคนของเรามาทำเอง พอจะไหวไหม เพราะเราเองก็เรียนรู้กับทางเจ้าเดิมเขาไปอยู่แล้ว จนเรียกได้ว่า ปฏิบัติได้จริงอยู่แล้ว อาจจะมีปัญหาก็ตรงเครื่องล่ม ซึ่งตรงนั้นก็ต้องไปดูว่า ประกันมีไหม ซึ่งถ้ามี มันก็ไม่น่าจะมีปัญหา
อธิบดีกรมการกงสุลกล่าวอีกว่า มาถึงวันนี้ บ้านเราหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้วที่จะต้องมี ต้องใช้ อี พาสปอร์ต เพราะระบบนี้คนใช้กว่า 100 ประเทศ
“การถืออี พาสปอร์ต ทำให้คนในชาติดูมีภาษีกว่าคนชาติอื่น เวลาเราเดินไปให้ ตม.ของประเทศนั้นเขาดู เขาก็เชื่อมั่น ว่าระบบนี้ปลอมแปลงยาก ซึ่งของเรา 6 ล้านกว่าเล่ม ยังไม่เคยพบว่ามีการปลอม ที่เวียดนามก็กำลังจะเปิดใช้ เพราะระบบการรักษาความปลอดภัยนั้นมันทั่วโลก”
เขายกตัวอย่างให้ดูด้วยว่า ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่เคยสนธิสัญญากับสหรัฐอเมริกาว่าไม่ต้องตรวจลงตรา แต่เมื่อมันมีเรื่องให้ต้องเตือนภัยทั่วโลก สหรัฐเขาก็เปลี่ยนกติกาว่า หากไม่มีอี พาสปอร์ต จะต้องถูกตรวจลงตรา
นอกจากนี้ ในประเทศอียู ก็เตรียมออกมาตรการว่า ใครจะเดินทางเข้าประเทศจะต้องใช้อี พาสปอร์ต ดังนั้น อี พาสปอร์ตของบ้านเราก็ต้องเดินหน้าอย่างเดียว เพราะถือเป็นศักดิ์เป็นศรีของคนไทย เป็นหน้าตาของประเทศ เพราะตรวจสอบได้ และได้รับการยอมรับ เพราะผ่านการพิจารณาของมาตรฐานการบินระหว่างประเทศ ซึ่งตรงนั้นเขาจะกำหนดว่า มีอะไรบ้างแจกแจงเป็นข้อๆ ไป
“คือทั้งหมดทั้งมวล มันต้องกลับมาที่คนไทย ทั้งเรื่องการให้การยอมรับ ความสะดวกสบาย”
อธิบดีกรมการกงสุลกล่าวด้วยว่า ในเรื่องกฎเกณฑ์ในทีโออาร์ ที่อาจไม่ถูกใจเอกชนที่จะเข้ามายื่นซองประกวดราคานั้น เพราะกระทรวงการต่างประเทศต้องการมาตรฐานสูง ซึ่งก็ได้ข้อเสนอจากนักวิชาการที่ให้คำแนะนำ เพราะเราไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ที่ว่า รับงานไปแล้วก็ทิ้งงานกลางคัน หรืองานที่ออกมาไม่มีคุณภาพ เพราะสุดท้าย ผลเสียมันจะไปกระทบถึงคนไทย
“บางบริษัทเรารู้ว่า มีบริษัทต่างชาติร่วมด้วย และทำได้จริง แต่เราก็ต้องดูเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด” อธิบดีกรมการกงสุลกล่าว
นั่นคือถ้อยแถลงที่อธิบดีกรมการกงสุลเปิดใจกับ “คม ชัด ลึก” ยืนยันว่า กระทรวงการต่างประเทศต้องการเปิดกว้าง เพื่อได้ของที่ดีที่สุด เป็นศักดิ์เป็นศรีของคนไทย และราคารับกันได้ทุกฝ่าย
วันที่เปิดซองประมูลคงได้รู้กัน !
ศรายุทธ สายคำมี



