
มาร์คอัดพท.ซักฟอกมุ่งการเมืองมากเกิน
นายกฯอภิสิทธิ์อัดฝ่ายค้านญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจมุ่งการเมืองมากกว่าข้อเท็จจริง เหน็บฝ่ายค้านหากอภิปรายให้แตกแยกจะถูกตัดสินในการเลือกตั้ง โยนประธานสภาตัดสินใจให้เปิดคลิป "ปชป." ตั้งวอร์รูมตอบโต้ อภิปรายไม่ไว้วางใจ พร้อมเผยแพร่ผ่านสำนักข่าว เว็บไซต์ โซเชีย
(14มี.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมกรรมการบริหารและส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ถึงการเตรียมความพร้อมของคณะรัฐมนตรี (ครม.)ในการรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า มีแต่การซักซ้อมขอให้ทุกคนพร้อมที่จะชี้แจง รวมทั้งรัฐมนตรีที่ไม่ได้อยู่ในญัตติที่อาจจะพาดพิง ก็ควรจะเตรียมความพร้อมด้วย ส่วนประชาชนจะได้ประโยชน์จากการอภิปรายหรือไม่ก็อยู่ที่การอภิปรายของฝ่ายค้าน ทั้งนี้หลายเรื่องที่หยิบขึ้นมาก็น่าเสียดายที่เป็นเรื่องที่มุ่งไปเรื่องอื่นมากกว่าปัญหาของประชาชนจริงๆ
สำหรับประเด็นการเอื้อประโยชน์ทางด้านภาษีให้กับบริษัทฟิลิปส์มอร์ริสฯที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทยระบุว่าจะเป็นหมัดม็อครัฐบาลนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีปัญหาหรอก ก็เสนอข้อมูลมา ตนก็พร้อมที่จะชี้แจงอยู่แล้ว สิ่งที่กล่าวหาในคำถอดถอนไม่ใช่ความเป็นจริง และมีความสับสนกันเยอะมาก ดูจากตัวญัตติและการเลือกการถอดถอนก็พยายามจะพยายามมุ่งเรื่องการเมืองมากกว่ายึดข้อเท็จจริง
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะดูแลไม่ให้ขยายผลสร้างความแตกแยกในสังคมอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หวังว่าส.ส.ทุกคนจะมีความรับผิดชอบ ถ้าเราเล่นการเมืองถึงขั้นที่ว่าทำอะไรก็ได้จนกระทั่งบ้านเมืองวุ่นวาย มีความแตกแยกก็คงไม่ค่อยเหมาะสมและประชาชนก็จะได้เห็นว่าแต่ละพรรคการเมืองมีบทบาทอย่างไร ตนก็ยังยืนยันว่าจะทำทุกอย่างเพื่อแก้ปัญหาและเดินหน้าในการแก้ปัญหา วันนี้ได้เวทีไปแล้ว 4 วัน ถ้าฝ่ายค้านเห็นว่าอยากจะให้มีแต่ประเด็นความขัดแย้ง เดือนพฤษภาคมประชาชนก็จะเป็นคนตัดสินในเวลาที่มีการยุบสภา
ผู้สื่อข่าวถามถึงการที่ฝ่ายค้านขอเปิดคลิปในการอภิปราย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อยู่ที่นายชัย ชิดชอบ ประธานสภา เพราะว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามข้อบังคับ การนำเอกสารและสื่ออะไรมานำเสนอประธานสภาจะเป็นผู้อนุญาต ดังนั้นจึงเป็นดุลพินิจของประธานสภา ซึ่งตนเข้าใจว่าประธานสภาก็ต้องการให้มีคนไปช่วยกลั่นกรอง ส่วนรูปแบบวิธีการก็เป็นเรื่องของประธานสภาที่จะกำหนด
"ปชป."ตั้งวอร์รูมใช้ทุกช่องทางตอบโต้ศึกซักฟอก
เมื่อเวลา 13.30 น. พรรคประชาธิปัตย์ได้ประชุมกรรมการบริหารพรรค โดยนายอภิสิทธิ์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานการประชุม ซึ่งใช้เวลาเพียง 5 นาทีเท่านั้นในการอนุมัติวันจัดงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2553 เพื่อรับรองผลการทำงานของพรรคที่ต้องเสนอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต. ) โดยกำหนดจัดงานในวันที่ 25-26 มี.ค.นี้ ที่โรงแรมมิราเคิล
จากนั้นเวลา 14.00 น. ได้ประชุม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ประจำสัปดาห์ ซึ่งภายหลังการประชุม นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรค แถลงผลการประชุมว่า พรรคได้พิจารณาถึงการเตรียมรับมืออภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยพรรคมีมติว่าหากการอภิปรายเป็นไปตามกรอบและสาระการถอดถอนที่ยื่นไว้ พรรคก็ยินดีที่จะให้ฝ่ายค้านอภิปราย แต่หากจงใจใช้ข้อมูลเท็จ เช่นคลิปตัดต่อ หรือข้อมูลที่ไม่มีหลักฐานยืนยัน ทางพรรคได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการตรวจสอบการอภิปราย หรือ Censure Accountabity center ( CEC ) โดยมอบให้นายชำนิ ศักดิ์เศรษฐ์ ส.ส.สัดส่วน เป็นประธาน มีนายธนา ชีรวนิจ ส.ส.กรุงเทพฯ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ เพื่อนำเสนอความจริงในเรื่องต่างๆ โดยศูนย์ดังกล่าวจะตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด พร้อมจัดทำข้อมูลและคำแถลงการณ์เป็นภาษาอังกฤษ และประสานไปยังสำนักข่าวต่างๆ รวมทั้งสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ พร้อมเผยแพร่ข้อมูลที่เว็บไซต์ของพรรค อีกทั้งจะเผยแพร่ผ่านทวิตเตอร์และเฟซบุ๊ค
น.พ.บุรณัชย์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ หลังการอภิปรายในวันที่ 19 มี.ค.พรรคจะจัดแถลงข่าวให้กับผู้สื่อข่าวนานาชาติที่อยู่ในประเทศไทยอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม พรรคมองว่าเวทีสภาอาจจะใช้เพื่อตรวจสอบรัฐบาล จึงน่าจะเป็นสิ่งที่ดี แต่หากมีการใช้เอกสิทธิ์ในสภาคุ้มครองในการนำเสนอข้อมูลเพื่อสร้างความขัดแย้ง แตกแยก หรือใส่ร้ายด้วยข้อมูลที่เป็นเท็จ ก็จำเป็นต้องไม่ให้สภาถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้กำชับไม่ให้ส.ส.ประท้วงหรือไม่ นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า พรรคไม่มีการตั้งทีมองครักษ์พิทักษ์รัฐมนตรีคนใด ซึ่งทั้งวิปรัฐบาลและคณะกรรมการปฏิบัติการทางการเมืองของพรรค เห็นตรงกันว่าไม่จำเป็นต้องทำ เพราะเชื่อว่ารัฐมนตรีทุกคนสามารถชี้แจงได้ แต่การดำเนินการที่อยู่นอกญัตติการอภิปราย จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามข้อบังคับ หากไม่เป็นไปตามข้อบังคับก็ต้องมีการประท้วงกันตามสิทธิ
เพื่อไทยตั้งทีมประท้วงหากรัฐบาลออกนอกลู่
เมื่อเวลา 16.00 น.นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวหลังการประชุมส.ส.พรรคเพื่อไทย เพื่อเตรียมความพร้อมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครม.10 คน ในวันที่ 15-18 มี.ค.และลงมติวันที่ 19 มี.ค.ว่า คณะทำงานเตรียมการอภิปรายฯได้รายงานให้ที่ประชุมพรรคทราบว่า เตรียมทีมและความพร้อมเรียบร้อย คือมีผู้อภิปราย 36 คน โดยวันแรกนั้นจะอภิปรายการทุจริต วันที่สองอภิปรายการล้มเหลวการบริหารราชการแผ่นดิน วันที่สามอภิปรายเรื่องการสลายการชุมนุม ทั้งนี้ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย เสนอต่อที่ประชุมพรรคว่าขออภิปรายช่วงบ่ายวันสุดท้ายโดยจะอภิปหรายการทุจริต ซึ่งที่ประชุมพรรคมีมติให้ร.ต.อ.เฉลิมอภิปรายตามข้อเสนอดังกล่าว
นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า คณะทำงานเตรียมการอภิปรายฯยืนยันว่า ข้อมูลพร้อมที่จะเปิดโปงการทำงานด้านทุจริตที่ชัดเจน ซึ่งจะอภิปรายครม.ทั้ง 10 คนได้ แต่มีความกังวลว่าการประท้วงของรัฐบาลที่จะนำประเด็นโยงไปยังพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร คณะทำงานเตรียมการอภิปรายฯจึงได้ตั้งคณะตอบโต้ไว้ 19 คน หากรัฐบาลออกนอกเกมและพาดพิงบุคคลอื่น คณะตอบโต้ก็จะลุกขึ้นมาชี้แจงและประท้วง พรรคเพื่อไทยขอให้พรรคแกนนำรัฐบาลคือพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยอย่าประท้วงตัดเกมและควรชี้แจงอย่างสร้างสรรค์ พรรคยืนยันจะใช้ข้อเท็จจริงในการอภิปราย ส่วนคลิปและอุปกรณ์ต่างๆที่พรรคจะใช้ประกอบการอภิปรายฯนั้น พรรคจะให้ตรวจสอบ หากมีการบิดเบือนก็สามารถเอาผิดส.ส.ที่นำมาใช้ได้ แต่รัฐบาลอย่าทำการตรวจหลักฐานและตรวจข้อสอบก่อนที่จะระบุว่าอนุญาตให้ใช้หรือไม่ เพราะการทำแบบนั้น เป็นการปิดหู ปิดตาประชาชน
นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ในวันนี้แกนนำพรรคภูมิใจไทยได้ไปพบแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา เเละระบุว่าหลังการเลือกตั้งสองพรรคนี้จะจับมือกันและสนับสนุนพรรคการเมืองที่ได้เสียงเป็นอันดับหนึ่งในการเลือกตั้ง เรื่องนี้เป็นสิ่งถูกต้องที่พรรคอันดับหนึ่งต้องจัดตั้งรัฐบาล อย่าให้เหมือนเหตุการณ์ช่วงการยุบพรรคพลังประชาชน แล้วพรรคอันดับสองไปจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร อย่าทำลายความรู้สึกและวิถีประชาธิปไตย สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้นั้น แสดงว่ายังดีที่สองพรรครู้ตัวแล้วแม้จะล่าช้าก็ตาม แต่พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ชัดเจน ยังกั๊กๆและใช้วิธีการเดิม หากยังทำอย่างนั้นมันจะสร้างความขัดแย้งบานปลายทางการเมือง เพราะจะมีคนประท้วงอีก บ้านเมืองไม่เดินหน้า
“นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่า จะไม่ทำข้อตกลงใดๆและยังไม่กล้าประกาศยอมรับเรื่องพรรคอันดับหนึ่ง พรรคขอเรียกร้องว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ประกาศยุบสภาและควรระบุว่าต้องให้พรรคอันดับหนึ่งจัดตั้งรัฐบาลด้วย มันจึงจะเป็นนิมิตหมายที่ดี เพราะประชาชนจะอุ่นใจในการลงคะแนนให้พรรคนั้นๆว่าหากชนะเลือกตั้งแล้วต้องได้เป็นรัฐบาล ” นายพร้อมพงศ์กล่าว



