
กิเลนดับท่าเรือชลบุรีถล่ม 6-0อาร์มี่แค่เจ๊าบีจีลูกหนังไทยลีก
ฉลามชล ชลบุรี แข้งโหด ไล่ยำ ฮัลโหล ทีโอที กระจุย 6-0 ทะยานขึ้นรั้งจ่าฝูงไทยพรีเมียร์ลีก ขณะที่ วงจักรพิฆาต อาร์มี่ ยูไนเต็ด เสียสถิติ ถูกบางกอกกล๊าสตีเจ๊า 1-1 ส่วน กิเลนผยอง เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ซิวชัยนัดแรกขย่ม การท่าเรือไทย 2-0 ในศึกไทยพรีเมียร์ล
การแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม ที่ผ่านมา มีเกมดวลแข้งให้ชมกัน 9 สนาม 9 คู่ ที่สนาม สพล.มหาสารคาม “เดอะ ทีเร็กซ์” ขอนแก่น พบศึกหนัก “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์-พีอีเอ แม้เกมช่วงแรกจะสูสี แต่ยิ่งเล่นทีมเยือนเริ่มเหนือกว่า กระทั่งนาที 34 สุเชาว์ นุชนุ่ม ยิงไกลระยะ 25 หลา ไปแฉลบแนวรับเจ้าบ้าน ปราสาทสายฟ้านำก่อน 1-0 ครึ่งหลังทีมเยือนมาได้ประตูที่ 2 ในนาที 74 จากลูกที่ ไกรเกียรติ เบียดตะคุ จ่ายทะลุช่องให้ ธีราทร บุญมาทัน สอดจากแบ็กซ้ายไปแปยัดเสาแรกเป็นประตูชัยให้ บุรีรัมย์-พีอีเอ บุกชนะ 2-0 เก็บ 3 แต้มเต็ม
ที่ลีโอ สเตเดี้ยม “กระต่ายบีจี” บางกอกกล๊าส ที่ฟอร์มไม่ดีในการออกสตาร์ทเล่นในบ้าน พบ “วงจักรพิฆาต” อาร์มี่ ยูไนเต็ด ที่ชนะ 2 นัดรวดนำเป็นจ่าฝูง ทีมเยือนนำเร็วตั้งแต่นาที 6 จาก เลอันโดร ดอส ซานโตส ดาวยิงซูเปอร์สตาร์ตัวใหม่ แต่หลังจากนั้นเจ้าบ้านโหมบุกแทบพับสนาม ก่อนมาได้ประตูตีเสมอจากจุดโทษของ ศรายุทธ ชัยคำดี นาที 55 จบเกมเสมอ 1-1
ที่สนามเทพหัสดิน “มังกรไฟ” บีอีซี เทโรศาสน พบ “ตะหานน้ำ” ราชนาวี โดยเจ้าบ้านบุกมากกว่ามาได้ประตูนำจาก รณชัย รังสิโย ในนาที 35 จากนั้นในครึ่งหลัง รณชัย มาซัดประตูที่ 2 ให้กับตัวเองนาที 64 พามังกรไฟ คว้าชัยชนะ 2-0 เก็บ 3 แต้มเต็ม
ที่สนาม สพล.ชลบุรี “โลมาฟ้าขาว” พัทยา ยูไนเต็ด ต้อนรับ “พลังเอ็ม” โอสถสภา เอ็ม 150 สระบุรี ในเกมที่แฟนเจ้าถิ่นต้องจำแลงตัวเข้าชมร่วม 300 คน เกมคู่นี้ต่างมีโอกาสได้ลุ้นสกอร์ไม่มาก เพราะบอลไม่ค่อยต่อเนื่อง ไปเสียกันที่แดนหน้าเสียมากกว่า จบเกมเสมอกัน 0-0
ที่ยามาฮ่า สเตเดี้ยม “กิเลนผยอง” เมืองทอง หนองจอก ยูไนเต็ด แชมป์เก่า 2 สมัยที่ยังไม่ชนะใครใน 2 เกมแรก พบ “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือไทย นัดนี้เจ้าถิ่นบุกหนัก โดยทีมเยือนมารับแล้วโต้ เกมทำท่าจะจบแบบไร้สกอร์ แต่ ดักโน เซียกา เป็นตัวจุดประกายเมื่อยิงนำนาทีที่ 88 ก่อนธีรศิลป์ แดงดา มาซัดย้ำชัยนาทีที่ 93 เมืองทองฯ เอาชนะไป 2-0 คว้าชัยเกมแรกของฤดูกาลสำเร็จ
ที่สนาม มธ.รังสิต “สุภาพบุรุษโล่เงิน” อินทรีเพื่อนตำรวจ พบ “สิงห์เหนือ” ทีทีเอ็ม พิจิตร เกมเล่นกันอย่างสูสี โดยที่ทีมเยือนแม้จะดูดีกว่านิดๆ ทว่าไม่มีสกอร์ และเกมทำท่าจะจบลงด้วยการแบ่งแต้ม แต่ช่วงทดเวลาครึ่งหลัง นาทีที่ 91 เฟลิเป เฟอร์ไรรา กลายเป็นฮีโร่ของเจ้าบ้านยิงประตูชัยสำเร็จ ให้ อินทรีเพื่อนตำรวจ เอาชนะ 1-0
ที่สนาม ม.แม่ฟ้าหลวง “กว่างโซ้งมหาภัย” เชียงราย ยูไนเต็ด เปิดเกมแรกในประวัติศาสตร์ของลีกสูงสุดในแถบภาคเหนือ เสมอกับ “ปลาทูคะนอง” เอสซีจี สมุทรสงคราม แบบไม่สกอร์ 0-0
ที่สนามศรีนครลำดวน “กูปรีอันตราย” ศรีสะเกษเมืองไทย ได้ “บลูมาร์ลิน” ศรีราชา ซูซูกิ มาเยือน แต่เกมใน 45 นาทีแรกไม่มีสกอร์ แต่กลับมาสนุกเอาช่วงสุดท้ายของเกม เมื่อ อารอน ดา ซิลวา ซัดให้ทีมเยือนนำ 1-0 นาทีที่ 86 และทำท่าจะเก็บชัยนัดแรกของฤดูกาล แต่อีก 3 นาทีต่อมา วิคเตอร์ อมาโร กองกลางแซมบ้าไม่ยอมน้อยหน้ายิงตีเสมอ 1-1 ให้เจ้าถิ่นแบ่งแต้ม
ที่ชลบุรี สเตเดี้ยม “ฉลามชล” ชลบุรี พบ “ฮัลโหล” ทีโอที ที่ฟอร์มกำลังย่ำแย่ และเกมนี้เจ้าบ้านลุยอัดแบบไม่ไว้หน้า นำขาด 4-0 ในครึ่งแรกจาก เทิดศักดิ์ ใจมั่น คนเดียว 2 ประตู นาทีที่ 6 และ 33 ส่วนอีก 2 ประตูได้จาก อดุล หละโสะ นาทีที่ 17 กับชลทิตย์ จันทคาม นาทีที่ 21 ก่อนที่ครึ่งหลัง คาซูโตะ คูชิดะ มาซัดประตูที่ 5 ในนาทีที่ 53 และโลเม เบอร์แลง ในอีก 2 นาทีถัดมา จากนั้นเจ้าถิ่นยังบุกหนักแต่ไม่มีสกอร์เพิ่ม ก่อนไล่ถล่ม 6-0 ขยับขึ้นเป็นจ่าฝูง ด้าน ทีโอที ตกไปรั้งบ๊วยทันที ด้วยผลต่างประตูได้-เสียที่แย่กว่าราชนาวี ซึ่งไม่ชนะใคร 3 นัดเช่นกัน
ส่วนผลฟุตบอลลีก ดิวิชั่น 1 ที่สนามลาดกระบัง 54 สมุทรปราการ ศุลกากร ยูไนเต็ด ชนะ บางกอก 3-0, ที่สนาม อบจ.สระบุรี สระบุรี เสมอ เชียงใหม่ 1-1, ที่สนามธูปะเตมีย์ แอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ด แพ้ แบงค็อก ยูไนเต็ด 2-3, ที่สนามสุระกุล เอฟซี ภูเก็ต เสมอ บีบีซียู 0-0
พัทลุงส่อโดนแบนยาว
สืบเนื่องจากเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้รถกระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน สีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ใช้อาวุธปืนลูกโม่ยิงถล่มรถเก๋งโตโยต้า หมายเลขทะเบียน กธ 7525 สงขลา จำนวน 5 นัด จนเป็นเหตุให้ นายเจริญ มัชฉาวานิช อายุ 37 ปี ผู้ช่วยผู้ตัดสินคนที่ 1 ในเกมพัทลุง เสมอ กระบี่ 1-1 ถูกคมกระสุนเข้าที่ชายโครงขวา 1 นัด อาการสาหัส ส่วนเพื่อนเชิ้ตดำที่นั่งรถมาด้วยกัน 3 คน รอดคมกระสุนอย่างเหลือเชื่อ คาดว่าสาเหตุมาจากความไม่พอใจของแฟนบอลเจ้าถิ่นคือ ทีมพัทลุง
ล่าสุด นายสุพัฒน์ ธรรมเพชร ประธานจัดการแข่งขันฟุตบอลลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 โซนภาคใต้ เปิดเผยกับ “คม ชัด ลึก” ว่า ช่วงเช้าวันที่ 13 มีนาคม ที่ผ่านมา ได้ลงไปกำชับ และประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่อีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ช่วยเร่งรัดหาคนร้ายมาลงโทษตามกฎหมายของบ้านเมืองต่อไป เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นการทำร้ายวงการฟุตบอล โดยเฉพาะ จ.พัทลุง เอง
“ถือเป็นเหตุการณ์ที่ไม่น่าเกิด เพราะจากรูปเกมที่ออกมา กระบี่แม้จะยิงได้ก่อน แต่พัทลุงตามตีเสมอได้ อีกทั้งใบเหลืองที่ผู้ตัดสินให้กับนักเตะทั้ง 2 ฝ่าย ต่างได้ทีมละ 4 ใบเท่ากัน ภาพรวมคนดูจึงไม่น่าเครียดกับเกมมาก หากแต่ผู้ฝึกสอน และผู้ใหญ่ของทีมพัทลุง ซึ่งมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายครั้ง เรื่องนี้เราจะนำมาเป็นข้อมูลหนึ่งที่จะส่งให้ทางนายวิมล กาญจนะ ประธานจัดการแข่งขันใหญ่ ซึ่งได้เรียกประชุมที่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 14 มีนาคมนี้”
นายสุพัฒน์ กล่าวต่อว่า ตอนนี้มาตรการเบื้องต้นคือ ทำอย่างไรจะได้ผู้กระทำมาลงโทษโดยเร็ว เพราะเหตุการณ์นี้อยู่เหนือการควบคุม เนื่องจากเหตุเกิดหลังการแข่งขันจบไปแล้วร่วม 2 ชั่วโมง และอยู่นอกสนามแข่งขัน อย่างไรก็ตามได้วางกรอบการพิจารณากว้างๆ เอาไว้เบื้องต้น คือ หากพัทลุงไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องความรุนแรงได้ อาจต้องย้ายสนามไปแข่งขันทื่อื่นจนกว่าจะหามาตรการป้องกันได้
ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งประเด็นเรื่องส่วนตัว และความไม่พอใจจากการตัดสินการแข่งขันฟุตบอล โดย พ.ต.ท.ประสิทธิ์ สิงหะพล สารวัตรเวร สภ.เมืองพัทลุง และ พ.ต.อ.ตรีวิทย์ ศรีประภา ผกก.สภ.เมืองพัทลุง ได้เดินทางไปสอบปากคำนายเจริญเพิ่มเติม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจมุ่งไปที่ประเด็นส่วนตัวและความไม่พอใจจากการตัดสินการแข่งขันฟุตบอลที่ผ่านมา ส่วนรายละเอียดยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเกรงจะเสียรูปคดี
นางนที รัชกิจประการ ประธานสโมสรทีมพัทลุง กล่าวว่า ทีมฟุตบอลพัทลุง สร้างขึ้นมาก็เพื่อสร้างอาชีพให้แก่นักฟุตบอล และให้ชาวพัทลุงได้พึงพอใจกับทีมฟุตบอลของตน รวมทั้งเข้าใจในกฎ กติกาการแข่งขัน คณะผู้บริหารของทีมคงไม่ทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องเพื่อทำลายทีมฟุตบอลและชื่อเสียงของชาวพัทลุง
"สิ่งที่เกิดขึ้นขอให้ทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬา ผู้ตัดสิน และผู้ชมฟุตบอล ได้ทบทวนบทบาทหน้าที่ของตนเองด้วย เพื่อไม่ให้เหตุร้ายดังกล่าวเกิดขึ้นในการแข่งขันครั้งต่อไป อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ได้รับทราบเหตุร้ายดังกล่าว ก็รีบเข้ามาเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลทันที และเหตุการณ์ดังกล่าวไม่น่าจะเกิดขึ้นในวงการพัทลุง และฟุตบอลภาคใต้ เพราะจะสร้างความเสียหายแก่วงการกีฬาของภาคใต้"



