ข่าว

รอยยิ้มและน้ำตา 44 สาวฝ่าด่านหิน

รอยยิ้มและน้ำตา 44 สาวฝ่าด่านหิน

15 มี.ค. 2554

งวดเข้ามาอีกระดับหนึ่งสำหรับเวทีขาอ่อนที่มีช่อง 7 สีเป็นเจ้าภาพจัดประกวดอย่าง มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ประจำปี 2554 จากยอดสาวงามทั่วประเทศที่ยื่นใบสมัครทั้งสิ้น 379 คน หลายคนมีเหตุต้องสละสิทธิ์ไป เหลือมารายงานตัว 304 ชีวิต ก่อนจะร่อนเหลือ 94 คน แล้วให้สวมเสื

  งานนี้ไม่มีหมูให้เคี้ยวง่ายๆ สำหรับบรรดาสาวๆ เพราะในห้องเล็กๆ บรรยากาศชวนตื่นเต้นและอึดอัด มีคณะกรรมการเรียงหน้าอยู่ร่วม 10 คน อาทิ พลากร สมสุวรรณ, จิตรลดา ดิษยนันท์, ภูษิต ไล้ทอง, สัญญา คุณากร, วิลักษณ์ โหลทอง และ รฐกร สถิรบุตร เป็นต้น คอยยิงคำถามที่อยากรู้ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ จนสาวงามบางคนถึงกับขาสั่นด้วยเก็บอาการประหม่าไว้ไม่ไหว

 แล้วช่วงเวลาระทึกใจก็มาถึง เมื่อกรรมการเผยโผ 44 คนที่เคาะเลือกมาแล้วจับหมายเลขประจำตัวที่จะใช้ประกวด ซึ่งแน่นอนว่ามีทั้งผู้ที่ได้รับการเก็งไว้ก่อนหน้านี้ และม้ามืดพาเหรดเข้ามาเพียบ อย่างสาวผิวแทนหมายเลข 28 “น้องฟ้า” ชัญษร สาครจันทร์ อายุ 20 ปี นักศึกษาตกแต่งภายใน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เอแบค ที่ตื่นเต้นปนดีใจจนร้องไห้ออกมา หมายเลข 36 “น้องพลอย” สิรินทิพย์ ก้องเกียรติไกร อายุ 20 ปี สาวนักสื่อสารและการจัดการ จากยูนิเวอร์ซิตี้ ออฟ เซาท์ ออสเตรเลีย หมายเลข 34 “น้องนุ้ย” ภัสราภรณ์ คนคำแหง อายุ 20 ปี นักศึกษาสัตวแพทยศาสตร์ ม.เทคโนโลยีมหานคร เผยความรู้สึกแรกทันทีที่ผ่านเข้ารอบว่าดีใจที่สุดในชีวิตอีกครั้ง หลังจากเมื่อปี 2552 ก็มาสมัครประกวดและทะลุถึงรอบ 12 คน

 “ปีนี้เตรียมตัวเต็มที่ถึง 2 ปีเต็ม ทั้งดูแลรูปร่าง พัฒนาบุคลิกภาพ และฝึกภาษาอังกฤษ จะนำประสบการณ์ครั้งก่อนมาปรับปรุงตัวเอง เพื่อเพิ่มความมั่นใจ และจะทำดีที่สุดอีกครั้ง” สาวเจ้าของส่วนสูง 177 ซม.เผย

 ความรู้สึกเดียวกับสาวร้อยเอ็ดวัย 20 ปี ที่ถูกเรียกชื่อเข้ามาเป็นคนแรก “น้องใบเตย” ธิราวรรณ ล้อมพิทักษ์ หมายเลข 6 นักศึกษาม.เกษตรศาสตร์ บอกว่า แทบร้องไห้ออกมา และเมื่อได้รับโอกาสแล้วจะสานฝันที่อยากเป็นมิสไทยแลนด์ ยูนิเวิร์สตั้งแต่เด็กๆ คิดว่าตำแหน่งนี้มีไว้สำหรับสาวสวย บุคลิกดี มีความเป็นสากล ซึ่งตัวเองพยายามพัฒนาให้ถึงจุดนั้น ขณะที่ “น้องนัท” ณัฐมน กฤษณคุปต์ หมายเลข 5 สาวหุ่นดีที่คุ้นหน้าคุ้นตาจากเวทีเดอะสตาร์ 5 รุ่น “สิงโต เดอะสตาร์” ก็ไม่พลาดติดโผเข้ามาด้วย เจ้าตัวบอกว่าปีที่แล้วก็มาสมัครแต่ด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้ต้องสละสิทธิ์ ปีนี้จึงมาพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง สำหรับการร้องเพลงเป็นสิ่งที่ชอบตั้งแต่เด็ก ส่วนเวทีนางงามก็เป็นอีกประสบการณ์ที่สนใจ ที่แน่ๆ เป็นความฝันของคุณแม่ด้วยที่อยากให้ลูกได้สวมมงกุฎเกียรติยศ
ด้าน ภูษิต ไล้ทอง หนึ่งในคณะกรรมการเผยความยากง่ายในการเฟ้นสาวงามรุ่นนี้ให้ฟังว่า โดยภาพรวมแต่ละคนมีคุณสมบัติน่าสนใจ ที่สังเกตได้คือผู้สมัครในรอบ 6-7 ปีที่ผ่านมามีการเตรียมพร้อมที่ดีและมีศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็นความรู้รอบตัว ความสามารถพิเศษ และการสื่อสารได้มากกว่าหนึ่งภาษา แต่ก็ยอมรับว่าสิ่งที่หนักใจคือส่วนใหญ่มีรูปร่างเล็ก เมื่อไปเปรียบเทียบกับสาวต่างชาติอาจไม่โดดเด่นเท่าที่ควร จึงอยากฝากสาวๆ รุ่นต่อไปที่สนใจประกวดให้เร่งพัฒนารูปร่างตั้งแต่ตอนนี้

 ทั้งนี้ สาวงามทั้ง 44 คน ที่ผ่านเข้ารอบ จะเข้าร่วมกิจกรรมกับกองประกวด พร้อมรับความรู้และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเองและผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาบุคลิกภาพ การทัศนศึกษาในกรุงเทพฯ อาทิ ศาลหลักเมือง วัดพระแก้ว ตลอดจนการลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่โรงพยาบาลศิริราช และทัศนศึกษาที่จ.ลำพูน ระหว่างวันที่ 17-23 มีนาคมนี้ ก่อนกลับมาขึ้นเวทีซ้อมใหญ่รอบสื่อมวลชนในวันศุกร์ที่ 25 มีนาคม และรอบตัดสินชิงมงกุฎเพชรค่ำวันเสาร์ที่ 26 มีนาคมนี้ ที่รอยัล พารากอน ฮอลล์ 2 สยามพารากอน ซึ่งจะมีการถ่ายทอดการประกวดให้ชมเวลา 22.30 น.ใครจะได้เป็นมิสไทยแลนด์ ยูนิเวิร์ส คนที่ 12 และเป็นตัวแทนประเทศไทยไปร่วมประกวดนางงามจักรวาลในโอกาสครบรอบ 60 ปีที่ประเทศบราซิล วันนั้นได้รู้กัน