ข่าว

หญิง-ชายศตวรรษใหม่ในยุคสังคมเสมอภาค

หญิง-ชายศตวรรษใหม่ในยุคสังคมเสมอภาค

14 มี.ค. 2554

ปัจจุบันมีน้อยคนนักที่จะกล่าวอ้างว่าเพราะเกิดมาเป็น “สตรี” เลยทำโน่นทำนี่ไม่ได้ ในยุคสมัยที่เทคโนโลยีและเสรีภาพได้เข้ามาผสมกลมกลืนกัน ทำให้ผู้หญิงผลักดันตัวเองให้มีบทบาทในสังคมมากขึ้น เรียกได้ว่าลืมยุคผู้ชายเป็นช้างเท้าหน้า

 ผู้หญิงเป็นช้างเท้าหลังกันได้เลย และเพื่อตอกย้ำบวกกับความต้องการพัฒนาเสรีภาพของผู้หญิงสมัยใหม่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้เชิญชวนผู้หญิงความคิดทันสมัยมาร่วมงาน "วันสตรีสากล" ในวันที่ 16 มีนาคมนี้  ภายใต้แนวคิด “ศตวรรษใหม่สตรีสากล เพื่อสังคมเสมอภาค” ซึ่งจะมีการมอบรางวัลสตรี บุคคล และหน่วยงานดีเด่น พร้อมการเสวนาเพื่อการหาทางออกในการส่งเสริมสถานภาพของสตรี และอื่นๆ ที่ห้องรอยัล จูบิลี บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี

 ในวันแถลงข่าวอุ่นเครื่องที่สยามเซ็นเตอร์ วันก่อน ฮูวัยดีย๊ะ พิศสุวรรณ อุเซ็ง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ กล่าวถึงเรื่องความเสมอภาคในสังคมไทยว่า ทั้งเรื่องกฎหมายและการปกครองไทยมีความทัดเทียมไม่น้อยหน้าประเทศไหนๆ ในเอเชีย แต่ถ้าจะพูดถึงการปฏิบัติในเรื่องของความเสมอภาคของหญิงชาย ก็ยังไม่มีความเท่าเทียมกัน โดยเฉพาะทางการเมือง เชื่อว่าหากผู้หญิงมีสิทธิ์ในการเสนอความคิดและตัดสินใจในเรื่องนี้มากเท่าไร ก็จะเกิดทัศนคติเกี่ยวกับความแตกต่างของหญิงชายอย่างชัดเจน ซึ่งจะนำไปสู่สังคมที่สมดุลมากขึ้น

 “ไม่อาจปฏิเสธว่าผู้หญิงมีความอ่อนโยนมีความเอื้ออาทร แต่เมื่อเกิดมาเป็นมนุษย์แล้วเราก็ต้องการความสมดุล ลูกไม่ได้ต้องการแค่แม่ หรือพ่อคนใดคนหนึ่ง บทบาทความเสมอภาคของครอบครัวจึงเป็นเรื่องสำคัญ จะทำอย่างไรให้อยู่กันได้ด้วยความเข้าใจ ขณะเดียวกันต้องสามารถทดแทนกันได้ด้วย เช่น พ่อสามารถเปลี่ยนผ้าอ้อมลูกได้ แม่ก็สามารถให้ข้อเสนอแนะในการตัดสินใจของลูกได้ เพื่อความสันติและการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข” เลขานุการรัฐมนตรี เผย

 ด้าน ธวัชชัย ไทยเขียว  อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน บุคคลดีเด่นด้านการส่งเสริมสถานภาพ ประจำปีนี้ กล่าวถึงบทบาทที่ไม่มีผู้ชายคนไหนสามารถทำแทนผู้หญิงได้ว่า ในจดหมายที่เด็กๆ เขียนในสถานพินิจแทบทุกฉบับจะเขียนถึงแม่ เนื้อหาจะเป็นการระลึกคำสอนของแม่ทุกอย่างที่คนเป็นแม่อาจคิดว่าลูกไม่ได้ฟัง ไม่สนใจ แต่ในจดหมายขอโทษจะเป็นเรื่องของแม่ก่อนเสมอ เพราะฉะนั้นเรื่องบางเรื่องจะไม่มีใครมาทำแทนผู้หญิงได้ จึงเป็นเรื่องซับซ้อนที่ในโลกนี้หญิงชายมีความสามารถที่ต่างกัน ถ้าเราสามารถนำเคมีเหล่านี้มาผสมรวมกันได้ มันจะสามารถสร้างโลกสร้างสังคมที่งดงามได้

 ขณะที่นักข่าวขวัญใจมหาชนอย่าง ฐาปนีย์ เอียดศรีชัย บุคคลดีเด่นในวงการโทรทัศน์ ปี พ.ศ. 2553 ยอมรับการทำงานของตัวเองจะฉีกกรอบจากนักข่าวหญิง ด้วยต้องไปอยู่ในที่ที่ผู้ชายควรอยู่ แต่ก็เป็นเรื่องดีที่ทำให้สังคมได้เห็นว่าสิ่งที่ผู้ชายอยู่ได้ ทำได้ ผู้หญิงก็ทำได้เหมือนกัน เช่น การเดินป่าไปตามขบวนการบุกรุก ตามจับยาเสพติด ฯลฯ แต่ทุกอย่างก็ต้องอยู่ในความระมัดระวัง ต้องมีความพยายามที่จะรับผิดชอบหน้าที่ให้ดีและเต็มที่ ขณะเดียวกันก็มีโอกาสนำเสนอให้ผู้ชมเห็นศักยภาพของผู้หญิงในปัจจุบันทั้งทางตรงและทางอ้อมได้ 

 “การส่งเสริมสิทธิสตรีต้องตอบคำถามให้ชัดเจนว่าเราทำเพื่อให้ผู้หญิงมีหน้าที่การงานที่สมบูรณ์มากขึ้น หรือส่งเสริมเพื่อให้ผู้หญิงสามารถสร้างบทบาทในการส่งเสริมสถาบันครอบครัวได้อย่างไร ในเมื่อสองอย่างนี้ต้องเดินไปด้วยกัน” ฐาปนีย์ ฝากคำถามเชิงรุก

 จากคำถามข้างต้น พรทิพย์ ตั้งกีรติ ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สตรีดีเด่นด้านการพัฒนาชุมชน ภาคกลาง แนะนำแนวทางการทำงานเพื่อสังคมและดูแลครอบครัวให้ดีไปพร้อมๆ กันว่า เมื่อได้สิทธิ์ก็ไม่ควรละทิ้งหน้าที่ตามบทบาท ซึ่งเวลาที่ทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างเต็มร้อย สิ่งต่างๆ ที่บอกถึงความเสมอภาคจะเข้ามาเอง เช่น การถูกชักชวนให้เป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แต่ก็ต้องพยายามทำให้สังคมภายนอกดีและภายในบ้านอบอุ่นด้วย ต้องสร้างความสมดุลเพื่อที่จะขับเคลื่อนกระบวนการความเสมอภาคให้เป็นไปได้ด้วยดี