
เปิดบ้านใหม่กรมการข้าว-กรมหม่อนไหม
ด้วยพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงห่วงใยพสกนิกรชาวนาไทย ที่อยู่ห่างไกล บางพื้นที่ปลูกข้าวไม่พอเพียงต่อการบริโภค ขณะที่บางพื้นที่มีข้าวบริโภคไม่ครบรอบปี ไม่มีเมล็ดพันธุ์ดีใช้ปลูก
เหุตเพราะ "ข้าว" คือ ปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญยิ่งของชีวิตคนไทย จึงมีพระราชดำริสมควรให้มีหน่วยงานหลักรับผิดชอบ "กรมการข้าว" เช่นเดียวกับ "กรมหม่อนไหม" เพื่อสร้างความเข้มแข็งและมั่นคงในอาชีพให้แก่เกษตรกร ดังนั้นเพื่อให้ทั้ง 2 หน่วยงานมีสถานที่ที่เหมาะสมในการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้จัดสร้างอาคารดังกล่าวขึ้น โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ไปทรงเปิดอาคาร โดยมี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย รัฐมนตรี ข้าราชการ ประชาชน เฝ้ารอรับเสด็จ ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน
ในการนี้เมื่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้ายอาคารทำการ "กรมการข้าว" แล้ว ทรงปลูกต้นพะยูง ทรงรับการทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตรน้ำข้าวกล้องงอก ทรงลงพระนามาภิไธยบนแผ่นศิลา ทอดพระเนตรนิทรรศการตัวอย่างข้าวพันธุ์พื้นเมือง และทรงโยนต้นกล้าข้าวพันธุ์ปทุมธานี 1 ลงในแปลงนาบริเวณพื้นที่จำลองวิถีชีวิตชาวนาตามแนวพระราชดำริ เศรษฐกิจพอเพียง ทรงประทับรถกอล์ฟพระที่นั่งเสด็จฯ ไปทรงเปิดอาคาร "กรมหม่อนไหม" ซึ่งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน โดยทอดพระเนตรนิทรรศการด้านหม่อนไหม ภายในห้องพิพิธภัณฑ์หม่อนไหม ก่อนเสด็จฯ กลับ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทอดพระเนตรทัศนียภาพและแปลงนาข้าวบริเวณระเบียงชั้น 5 อีกด้วย
ทั้งนี้ ธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงผลงานของ "กรมการข้าว" ที่ผ่านมาได้พัฒนาการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าทางโภชนาการ ทั้งในรูปอาหาร และมิใช่อาหาร รวมทั้งการพัฒนาข้าวกล้องหอมมะลิงอกมาเป็นเครื่องดื่มน้ำข้าวกล้องงอกผสมธัญพืช ซึ่งมีคุณค่าทางอาหารสูงกว่าข้าวกล้องปกติ ทั้งยังมีสารประเภทต้านอนุมูลอิสระอันเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ขณะเดียวกันก็ได้ถ่ายทอด ฝึกอบรม องค์รวมความรู้ดังกล่าวไปยังเกษตรกร และประชาชนทั่วไป ที่สนใจนำไปบริโภคหรือประกอบอาชีพ ทำให้มีสุขภาพและรายได้ดีขึ้น
"ส่วน กรมหม่อนไหม ก็มีหน้าที่ปฏิบัติภารกิจรับผิดชอบด้านหม่อนไหมอย่างเป็นระบบครบวงจร ตั้งแต่การอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทยด้านหม่อนไหม การวิจัยและพัฒนา การส่งเสริมการตลาด และการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพิ่มเติมให้แก่เกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้สนใจทั่วไป เพื่อให้กิจการหม่อนไหมไทยเจริญก้าวหน้า ขณะเดียวกันเกษตรกรรวมถึงผู้ประกอบการก็สามารถประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน และเป็นที่ประจักษ์แก่นานาประเทศถึงฝีมือของคนไทย" รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าว



