
ต่างชาติเผ่นกลัวโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ญี่ปุ่น
ชาวต่างชาติที่ต่างหวาดกลัวต่อเสถียรภาพของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 2 แห่งที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวและสึนามิเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ต่างพากันทยอยอพยพออกจากญี่ปุ่น ผู้นำญี่ปุ่นยันให้ความสำคัญอันดับแรกเรื่องความปลอดภัยหลังระเบิดที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์
ที่สนามบินนาริตะวันนี้(13มี.ค.) เต็มไปด้วยชาวต่างชาติที่พยายามออกจากประเทศญี่ปุ่น เพราะคนเหล่านี้บอกว่ากรณีเตาปฏิกรณ์ที่กำลังมีปัญหา เป็นเรื่องที่ทำให้พวกเขาหวาดกลัว และอยากจะออกไปจากญี่ปุ่นให้เร็วที่สุด หลังจากเกิดระเบิดอาคารรอบเตาปฏิกรณ์หมายเลข 1 ที่เมืองฟุกุชิมาเมื่อวานนี้ และยังคงมีความเป็นไปได้ที่เตาอื่นๆอาจระเบิดตามมาจากการที่ระบบหล่อเย็นทำงานไม่ได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ของญี่ปุ่นกำลังพยายามที่จะแก้ปัญหานี้อยู่
ด้านสหรัฐอเมริกาเองก็ออกมาเตือนชาวอเมริกันให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปญี่ปุ่นแล้ว เพราะนอกจากระบบสาธารณูปโภคจะเกิดความเสียหายมากมายแล้ว ญี่ปุ่นยังอาจเกิดอาฟเตอร์ช็อคไปอีกหลายสัปดาห์ แต่การเตือนของสหรัฐไม่ได้เอ่ยถึงปัญหาเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่กำลังมีปัญหา
ผู้นำญี่ปุ่นยันให้ความสำคัญอันดับแรกเรื่อนิวเคลียร์
นายกรัฐมนตรีนาโอโตะ คัง ของญี่ปุ่นแถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างเต็มกำลังที่สุดในการปฏิบัติภารกิจกู้ภัยในพื้นที่ประสบภัยแผ่นดินไหวและสึนามิ เพื่อรักษาชีวิตประชาชนให้ได้มากที่สุด และจะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ยังติดค้างในพื้นที่ประสบภัย โดยรัฐบาลจะให้ความสำคัญอันดับแรกกับความปลอดภัยของประชาชนสืบเนื่องจากเหตุระเบิดที่โรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ที่จังหวัดฟุกุชิมะ
นอกจากนี้มีรายงานว่า รัฐบาลเล็งใช้งบเกือบ 2 แสนล้านเยนที่เหลือจากงบประมาณปี 2553 มาใช้ในภารกิจกู้ภัยและบรรเทาทุกข์
คำแถลงของผู้นำญี่ปุ่นมีขึ้นในขณะที่สื่อมวลชนท้องถิ่นวิจารณ์การทำงานที่ล่าช้าของรัฐบาลในการควบคุมปัญหาที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โดยตั้งข้อสงสัยถึงวิธีการที่รัฐบาลให้ข้อมูล โดยใช้เวลาถึง 5 ชั่วโมงกว่าจะออกมาปฏิเสธเรื่องความเสียหายกับเตาปฏิกรณ์ หลังการระเบิดก่อให้เกิดความสับสนโดยไม่จำเป็นให้กับประชาชน รวมทั้งตัดสินใจไม่เด็ดขาด และความล่าช้าในการขยายพื้นที่การอพยพ
มีแผนดับไฟเนื่องจากหวั่นขาดแคลนหนัก
รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจ พาณิชย์ และอุตสาหกรรม นายบันรี กาเอดะ เปิดเผยว่า พื้นที่ทางตะวันออกของประเทศ มีแนวโน้มว่าจะเจอกับปัญหาการขาดแคลนกระแสไฟฟ้าอย่างมาก โดยพื้นที่เหล่านี้ อยู่ภายใต้การดูแลของบริษัทการพลังงานไฟฟ้าโตเกียว หรือเท็ปโก้ และ การพลังงานไฟฟ้าโทโฮกุ
ในกรณีของเท็ปโก พื้นที่การบริการจะถูกแบ่งเป็น 5 ส่วน และในแต่ละวัน แต่ละส่วนจะไม่มีไฟฟ้าใช้วันละ 3 ชั่วโมง ส่วนจะเป็นช่วงเวลาใดนั้น ใช้ระบบผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป ซึ่งคาดว่าระบบนี้จะถูกนำมาใช้นานหลายสัปดาห์ เพราะจากการประเมินชี้ว่า กำลังการผลิตไฟฟ้าของบริษัทลดลงมากถึงร้อยละ 25
สำหรับโทโฮกุ ซึ่งดูแลทางภาคเหนือของเกาะฮอนชู จะปรับลดการจ่ายไฟฟ้ามากน้อยเท่าใด ขึ้นอยู่กับว่าภูมิภาค และภาคอุตสาหกรรมจะฟื้นตัวเร็วแค่ไหน
ก่อนเกิดแผ่นดินไหว ภาคอุตสาหกรรมพลังงานนิวเคลียร์ของญี่ปุ่นสามารถสนับสนุนด้านพลังงานที่ประเทศต้องการ ได้มากถึงร้อยละ 30 แต่หลังเกิดแผ่นดินไหว โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 11 แห่งจากทั้งหมด 50 แห่งในญี่ปุ่น ต้องระงับการผลิตไป เพราะตั้งอยู่ในเขตที่ได้รับผลกระทบหนักจากแผ่นดินไหว
ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นก็ร้องขอไปทางรัสเซีย เพื่อให้จัดส่งก๊าซธรมชาติมาให้มากขึ้น เพื่อนำมาแก้ปัญหาการขาดแคลนพลังงาน ซึ่งนายกรัฐมนตรีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย ก็บอกว่ารัสเซียจะทำทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือญี่ปุ่น หลังได้รับรายงานว่าญี่ปุ่นกำลังขาดแคลนพลังงาน แม้ว่าก่อนหน้านี้ทั้งสองประเทศจะมีปัญหาพิพาทเรื่องดินแดนกันอยู่
เจ้าหน้าที่รัสเซียเปิดเผยว่าญี่ปุ่นได้ร้องขอมาต้องการซื้อก๊าซธรรมชาติเหลวเพิ่มเติม และรัสเซียก็กำลังดูอยู่ จะโยกเรือ 2 ลำ ที่กำลังนำก๊าซไปส่งประเทศอื่น เพื่อให้มันเดินทางมาญี่ปุ่นก่อนได้อย่างไร โดยเรือเหล่านี้ มีขนาดลำละ 1 แสนตัน และปีนี้ รัสเซียสามารถส่งก๊าซแอลเอ็นจีให้ญี่ปุ่นได้ 5 แสนตัน หากบริษัทของญี่ปุ่นส่งคำร้องมา และมีการเจรจากัน
นอกจากนั้น รัสเซียยังสามารถขยายการจัดส่งถ่านหินให้ได้อย่างรวดเร็ว 3-4 ล้านตัน เพราะพวกเขามีกำลังการผลิตมากเกินพอในเขตตะวันออกไกล



