
อภิสิทธิ์แถลงพร้อมจัดถกอาเซียนและคู่เจรจา
นายอำเภอสัตหีบรวมพลังกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชมรมผู้สูงอายุ ประชาชน จัดโครงการปกป้องสถาบัน เสริมสร้างสมานฉันท์ ฟื้นฟูเศรษฐกิจ งดความขัดแย้ง ไม่แบ่งสี และปกป้องสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นประตูเข้า-ออก กลุ่มผู้นำอาเซียนอย่างปลอดภัย ชมรมคนรัก
กาปรระชุมสุดยอดอาเซียนบวกคู่เจรจาได้เริ่มขึ้นแล้วที่โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา จ.ชลบุรี โดยวันเดียวกันนี้ ( 10 เม.ย.) บรรดาผู้นำอาเซียนได้ทยอยเดินทางมา และในเวลา 15.30 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้หารือทวิภาคี กับสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา จากนั้นเวลา 17.15 น. นายกรัฐมนตรีไทยได้หารือทวิภาคีกับนายอี มยอง-บัก ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ท่ามกลางการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงที่บุกเข้ามาภายในโรงแรมในช่วงบ่าย
จากนั้นเวลา 18.00 น.นายอภิสิทธิ์ ในฐานะประธานอาเซียน แถลงข่าวว่า การประชุมสุดยอดอาเซียนกับคู่เจรจาจะเริ่มต้นขึ้นในช่วงเย็นวันนี้ ( 10 เม.ย.) คือ จะมีการประชุมในส่วนของอาเซียนระหว่างการรับประทานอาหารค่ำ ซึ่งมีประเด็นสำคัญ ติดตามความร่วมมือต่างๆที่ได้ประชุมไปแล้ว และตนจะใช้โอกาสนี้รายงานผลการประชุม จี- 20 ให้สมาชิกอาเซียนทราบ ในฐานะที่ตนได้ไปเข้าร่วมในฐานะประธานอาเซียน และเรื่องการเตรียมการประชุมในวันที่ 11 เม.ย.นี้ ซึ่งจะมีการประชุมกับคู่เจรจาทั้งบวกสามและบวกหก ตลอดจนองค์กรระหว่างประเทศ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การจัดการประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ขณะนี้ผู้นำประเทศต่างๆได้เดินทางเข้ามาตามกำหนดการทุกอย่าง และได้มาถึงสถานที่ประชุมอย่างเรียบร้อย ส่วนภารกิจของตนในวันนี้เริ่มต้นหารือทวิภาคีกับผู้นำกัมพูชาและเกาหลีใต้ ซึ่งในส่วนของกัมพูชาตนและสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้พูดถึงความร่วมมืออย่างกว้างขวางว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเรื่องความเข้าใจผิดหรืออุบัติเหตุที่ทำให้เกิดการปะทะกัน ซึ่งเราจะไม่ให้กระทบความสัมพันธ์และความร่วมมืออีกหลายๆด้าน ที่จะเดินหน้าต่อไปอย่างเต็มที่ โดยทั้งสองฝ่ายจะใช้ความระมัดระวัง ใช้กระบวนการของการเจรจา รวมถึงการติดต่อสื่อสารโดยตรงอย่างรวดเร็ว และจะไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับความร่วมมือที่จะมีการผลักดัน เช่น ทรัพยากรในพื้นที่ทับซ้อน ซึ่งทั้งสองประเทศเห็นว่าจะผลักดันเรื่องนี้ต่อไป และได้มีการมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศเร่งในการทำเรื่องนี้ให้สำเร็จและบรรลุข้อตกลงโดยเร็ว เพราะถือว่าเป็นประโยชน์กับประชาชนของทั้งสองประเทศอย่างมาก โดยเฉพาะในภาวะต่อไปเรื่องของความมั่นคงทางด้านพลังงานเป็นประเด็นสำคัญ นอกจากนั้นยังมีเรื่องความร่วมมืออื่นๆในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน นกจากนั้นยังมีการให้ความช่วยเหลือเรื่องเงินกู้สร้างถนนสาย 68 ซึ่งเรายืนยันความร่วมมือในเรื่องนี้ และได้มีการทำพิธีส่งคืนวัตถุโบราณตามที่ ครม.มีมติไป
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สำหรับการพบกับประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ได้มีการพูดถึงเรื่องความสัมพันธ์ทวิภาคีที่เป็นไปด้วยดี มีการฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตครบรอบ 50 ปี และพูดถึงเรื่องข้อตกลงเขตการค้าเสรีระหว่างอาเซียนกับเกาหลีใต้ ซึ่งจะขยายในเรื่องความสัมพันธ์ทางการค้า และยังมีการหารือเรื่องการลงทุนซึ่งไทยกำลังจะเปิดสำนักงานส่งเสริมการลงทุนในกรุงโซล รวมถึงการที่ประเทศไทยได้กำหนดให้ปีนี้เป็นปีแห่งการลงทุนพร้อมกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มช่องทางการลงทุนในประเทศไทย นอกจากนั้นได้พูดเรื่องความสัมพันธ์ที่มีการแลกเปลี่ยนเรื่องการท่องเที่ยว วัฒนธรรม ซึ่งทำให้สองประเทศแน่นแฟ้นขึ้น
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับสองประเทศนี้ตนมีกำหนดการเดินทางไปกัมพูชาในวันที่ 18 เม.ย.นี้ และจะเข้าเฝ้าสมเด็จนโรดมสีหมุนี กษัตริย์ของกัมพูชา และเยี่ยมคารวะประธานสภาแห่งชาติและประธานวุฒิสภา นอกจากการพบกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ส่วนเกาหลีใต้นั้นตนได้รับเชิญให้ไปร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนเกาหลีที่เกาะเชจู ช่วงเดือน มิ.ย.นี้ โดยตนจะปาฐกถาในงาน ซีอีโอฟอร์รั่ม ต่อนักธุรกิจของทั้งอาเซียนและเกาหลี เพราะฉะนั้นจะมีการกระชับและติดตามเรื่องราวต่างๆที่ได้พูดคุยและเปลี่ยนในวันนี้
นายอำเภอสัตหีบจัดโครงการปกป้องประชุมอาเซียนด้วย
ขณะเดียวกันนายชายชาญ เอี่ยมเจริญ นายอำเภอสัตหีบ ประธานในพิธีเปิดโครงการ “ การเสริมสร้างความสมานฉันท์ และความสามัคคีของคนในชาติ ” เพื่อสนองนโยบายสำคัญของ นายกรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทย และจะต้องนำไปปฎิบัติให้เกิดผลสำเร็จโดยเร็ว เพื่อให้ประเทศชาติเกิดความสันติ ความสงบ และความสามัคคี เพื่อเสริมสร้างความสมานฉันท์ และฟื้นฟูเศรษฐกิจชาติ ดังที่พี่น้องประชาชนชาวไทยทุกภาคส่วน เกิดความรัก ความหวงแหน และพร้อมที่จะปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ด้วยชีวิต และทำทุกวิถีทางให้พี่น้องประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ทุกวัยวุฒิ คุณวุฒิ โดยไม่แบ่งแยกศักดินาให้เกิดความรู้สึกถึงคุณแผ่นดินเกิด โดยเฉพาะ รู้คุณชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
นายชายชาญ เอี่ยมเจริญ กล่าวว่า การจัดทำโครงการเพื่อให้พี่น้องประชาชนชาวอำเภอสัตหีบ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 14 ที่จะส่งผลต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจชาติ โดยเฉพาะชาวสัตหีบจะต้องช่วยกันรักษาสนามบินอู่ตะเภา ให้เป็นประตูเข้า-ออกของกลุ่มชาติอาเซียนได้อย่างปลอดภัย เพราะสนามบินอู่ตะเภาเป็นสนามบินที่เชิดหน้าชูตาภาคตะวันออก ใกล้กับเมืองพัทยา และสนามบินแห่งนี้เคยเป็นสนามบินสำรองแก้ไขปัญหาวิกฤติของประเทศมาแล้วอย่างสมศักดิ์ศรี สร้างความพึงพอใจให้กับชาวต่างประเทศอย่างมาก ซึ่งการดำเนินการสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นเป็นการจุดประกายแห่งความสำเร็จของการสร้างความรัก ความสันติ ความสงบ ความสามัคคี และความสมานฉันท์ของคนในชาติ เพื่อทำให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งรอยยิ้มเหมือนเดิม
นายชายชาญ ยังได้กล่าวอีกว่า คนไทยทุกคนดีใจที่ได้เกิดเป็นคนไทย อยู่ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเปรียบเสมือนพ่อของทุกคน ทุกฝ่ายมีความหวังสูงสุดที่จะให้สังคมไทยกลับคืนสภาพเป็นสังคมแบบเดิม เป็นสังคมแห่งสันติภาพ สังคมเอื้ออาทร สังคมแห่งรอยยิ้ม ไม่มีการแบ่งพรรค แบ่งพวก แบ่งสี อีกต่อไป จะได้เกิดความสงบสุข ความสันติ และความสามัคคีของคนในชาติอย่างยั่งยืน มั่นคง ถาวร ตลอดไป
คนรักอุดรเตรียมเปิดเวทีรอบ2รอ "ขวัญชัย"
เมื่อเวลา 17.45 น. วันที่ 10 เมษายน ที่เวทีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ของชมรมคนรักอุดร บน ถ.อธิบดี หน้าศาลากลาง จ.อุดรธานี นายประสิทธิ์ วิชัยรัตน์ หรือ ดีจี จ.ใจเดียว นักจัดรายการของสถานีวิทยุชุมชนคนรักอุดร คลื่น 97.5 เมกกะเฮิร์ต หนองเหล็ก ซ.9 เทศบาลนครอุดรธานี ได้เตรียมเปิดเวทีปราศรัย สำหรับการชุมนุมของคนเสื้อแดง โดยมีสมาชิกชมรมคนรักอุดร กำลังทยอยเดินทางมา ร่วมรับฟังการปราศรัย และกำลังติดตั้งจานดาวเทียม เพื่อถ่ายทอดสัญญาณวีดีลิงค์ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในช่วงค่ำวันนี้ ( 10 เม.ย.) โดยมีเจ้าหน้าที่ อส.จำนวน 30 คน ร่วมดูแลรักษาความสงบอยู่ภายในบริเวณศาลากลาง
นายประสิทธิ์ฯ เปิดเผยว่า วันนี้จะมีการปราศรัยสลับการแสดงหมอลำเหมือนเช่นการชุมนุมทุกครั้ง ซึ่งในวันนี้( 10 เม.ย.) นายขวัญชัย ไพรพนา จะมาร่วมปราศรัยบนเวทีด้วย เนื่องจากขณะนี้นายขวัญชัยฯกำลังเดินทางนำสมาชิกชมรมคนรักอุดร ที่ไปร่วมชุมนุมที่ กทม.กว่า 3,000 คน กลับมาบ้านจำนวนหนึ่ง แต่ยังมีสมาชิกฯอยู่ที่ กทม.อีกกว่า 1,000 คน ยังร่วมชุมนุมอยู่ เพื่อรอกลุ่มคนที่จะไปร่วมชุมนุมชุดใหม่ เข้าไปร่วมชุมนุมแทน ซึ่งหากมีสถานการณ์รุนแรง ก็คงต้องเข้ายึดศาลากลาง ตามที่แกนนำ นปช.ประกาศไว้



