
สภาอุตฯเลยประเมินศก.ลู่ทางใสท่องเที่ยวคึกดันรายได้1.5พันล้าน
ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเลยวิเคราะห์ภาพรวมเศรษฐกิจของจังหวัดปีนี้ลู่ทางสดใส ทั้งภาคการเกษตรจากยางพาราที่ราคาสูง ด้านท่องเที่ยวรอบปี 53 ดึงรายได้เข้ากว่า 1.5 พันล้าน
นายเกรียงศักดิ์ ตันกิจเจริญ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเลย เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจของจังหวัดเลยยังคงมีแนวโน้มที่สดใส พิจารณาได้จากปัจจัยผลผลิตทางการเกษตรมีปริมาณสูง และราคาดีโดยเฉพาะพืช 4 ชนิดหลัก ที่มีแหล่งปลูกอยู่ในจังหวัด ได้แก่ ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง และยางพารา ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะยางพาราที่ปลูกมากจนมีเนื้อที่เป็นอันดับ 2 รองจาก จ.หนองคาย ขณะที่ราคารับซื้อยางพาราขณะนี้อยู่ที่กิโลกรัมละ 145-160 ซึ่งยังคงถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่สูง
ส่วนสาขาการท่องเที่ยว พบว่ามีการขยายตัวมากกว่าทุกๆ ปีที่ผ่านมา กล่าวคือในช่วงปลายปี 2553 ต่อมาถึงช่วงต้นปี 2554 มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเที่ยวเฉลี่ย 6 หมื่นคนต่อวัน ขณะที่ยอดนักท่องเที่ยวปี 2552 มี 1.3 ล้านคน และปี 2553 อยู่ที่ 1.5 ล้านคน ส่วนเม็ดเงินที่หมุนเวียนในปี 2553 จากภาคการท่องเที่ยว คาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดสูงถึง 1,500 ล้านบาท โดยเฉพาะ อ.เชียงคาน ที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว และคาดว่าในปีนี้จะบวกเพิ่มขึ้นไปที่ 1,700 ล้านบาท
ด้านการตลาดพบว่า ด้วยสภาพเศรษฐกิจที่เอื้อตลอดปี 2553 ทำให้ยอดขายรถยนต์เพิ่มขึ้นสูง 1 เท่าตัว ส่วนไตรมาสแรกของปี 2554 ทราบว่ามียอดจำหน่ายและสั่งจองรถยนต์กันมากขึ้นเป็นลำดับ ข้อมูลที่น่าสนใจก็คือเดิมกำลังซื้อรถยนต์จะอยู่ในกลุ่มลูกค้าที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป ถึงจะมีฐานะทางการเงินที่มั่นคง และมีกำลังซื้อเพียงพอ แต่ปัจจุบันลูกค้าส่วนใหญ่คือกลุ่มอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป ส่วนความต้องการใช้รถยนต์จะเติบโตมากที่สุดในกลุ่มรถยนต์ส่วนบุคคล



